คิดหลายชั้นโดยไม่ลืมที่จะเชื่อมโยงกับเรื่องเล่า

วันที่ ๒๓-๒๔ เมษายน ๒๕๕๐ ดิฉันและคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน ทำหน้าที่วิทยากรใน KM workshop เรื่องการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังของภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ณ ห้องประชุมอรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์

งานนี้ ผศ.ดร.มณี อาภานันทิกุล รองหัวหน้าภาควิชาฯ ฝ่ายวิชาการ คิดโครงการขึ้นมาเพื่อให้มีการนำ KM เข้ามาบูรณาการในงานการศึกษาและบริการพยาบาล ในครั้งนี้เน้นที่การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี ผอ.Excellence Center ด้านการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังจึงเข้ามาร่วมงานด้วย รวมทั้ง ผศ.ดร.นิโรบล กนกสุนทรรัตน์ ก็นำทีม facilitators ของกลุ่มแผลกดทับเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย

คิดโครงการมานาน แต่พอจะดำเนินการจริงก็ค่อนข้างกะทันหัน ดิฉันมีส่วนด้วยเพราะส่งโปรแกรมให้ทางทีมจัดงานล่าช้า ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่จึงรู้ตัวกะทันหัน อาจจะเรียกได้ว่า workshop ครั้งนี้เป็นแบบ “จานด่วน” แต่โชคดีที่ทางรามาธิบดีมีทีมดูแลแผลกดทับที่เคยจัด KM Workshop ไปแล้ว เราจึงมีทีม facilitators ที่มาช่วยได้

ความท้าทายอีกประการหนึ่งคือหัวเรื่องการประชุมเป็นเรื่องการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่กว้างมาก ผู้เข้าประชุมมีทั้ง RN ที่ทำงานเพียงไม่กี่ปี ถึง senior ระดับ ๓๐ ปีก็มี บางคนเป็น head nurse และมี APN ส่วนหนึ่ง

๐๘.๓๐ น.เปิดการประชุมแบบไม่เป็นทางการโดย รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี ต่อจากนั้นคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน นำกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เข้าประชุมมีความตื่นตัว เรียนรู้ประโยชน์ของการทำงานร่วมกันหลายคน เช่น ให้ช่วยกันหาข้อดีของเชือก การคิดนอกกรอบ เป็นต้น

 คุณสุภาพรรณเริ่มต้นกิจกรรม

 

 ช่วยกันหาคำตอบ

หลังจากนั้นดิฉันให้ดู VCD รพ.บ้านตาก และให้หาคำตอบว่า KM คืออะไร  ใช้อย่างไร จะเอามาใช้ในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังของตนได้อย่างไร ผศ.ดร.มณี เตรียมของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ มาให้ผู้ตอบคำถามเข้าเป้าด้วย ก่อนจะพักรับประทานอาหารว่าง ๑๕ นาที

๑๐.๑๕-๑๑.๐๐ น. ดิฉันแนะนำกิจกรรมตลอดการประชุม ก่อนจะแบ่งกลุ่มย่อยชื่อผลไม้ต่างๆ ๕ กลุ่ม ให้ผู้เข้าประชุมผลัดกันเล่าเรื่องความสำเร็จและสกัดขุมความรู้ แม้ผู้เข้าประชุมจะไม่ได้ส่งเรื่องเล่าล่วงหน้า แต่ก็มีเรื่องเล่าดีๆ ที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น เป้ urine bag เวลาในถ้วยแก้ว แผ่นพับแยกสีบอกค่าเม็ดเลือดขาว พี่มือหนึ่ง (ฉีดยาไม่เจ็บ) เป็นต้น ใช้เวลาจนถึง ๑๒.๓๐ น.จึงพักรับประทานอาหารกลางวัน หลังรับประทานอาหารเสร็จอาจารย์อรสาและพวกเราเดินดู flip chart ของกลุ่มต่างๆ อาจารย์อรสาบอกว่ามีเรื่องเล่าดีๆ หลายเรื่องที่ดี รู้สึกว่าได้อะไรเยอะ

 หาหัวใจของตัวเดินเรื่อง

๑๓.๓๐ น.เริ่มภาคบ่ายด้วยการ “ขยับบ่อยๆ” ของติ๊กชีโร่ หลังจากนั้นแต่ละกลุ่มมานำเสนอขุมความรู้ที่ได้จากเรื่องเล่า เนื้อหาการนำเสนอบางส่วนยังติดรูปแบบของการประชุมกลุ่มทั่วไป ที่เสนอข้อมูลซึ่งผ่านการตีความมาชั้นหนึ่งแล้ว จึงมอง “ความรู้ปฏิบัติ” ไม่ค่อยออก

คราวนี้อาจารย์นิโรบลขอให้บรรดา APN ช่วยกันจัดหมวดหมู่ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ขุมความรู้เป็นแก่นความรู้ ส่วนดิฉันอยู่ในห้องประชุมเล่าเรื่องงานของเครือข่าย KM เบาหวาน คาดว่าใช้เวลาช่วงนี้เพียง ๓๐ นาทีน่าจะเสร็จเพราะ card ไม่มากมายนัก ดิฉันเล่าเรื่องจนจบแล้วจบอีก ผู้เข้าประชุมบางคนงีบไปบ้างก็มี ชักไม่ได้การจึงต้องหยุดพักให้ดื่มชา-กาแฟ

เมื่อออกไปดูนอกห้องประชุมพบว่าการกำหนดแก่นความรู้ยังไม่ลงตัว วันนี้มีการประชุมหลายงานพร้อมกัน เขาจึงไม่ยอมให้เรานั่งเรียง card ที่พื้น ต้องวางบนโต๊ะ เลยเวลามาหน่อยแล้ว จึงเอาแก่นความรู้ที่พอได้นั้นนำเสนอที่ประชุมไปก่อน แล้วอธิบายว่าพรุ่งนี้จะให้เขาทำอะไรกันบ้าง เราปิดประชุมวันนี้ประมาณ ๑๕.๓๕ น. แต่ให้ APN อยู่ต่อช่วยกันจัดหมวดหมู่ สร้างแก่นความรู้ใหม่

 ช่วยกันจัดหมวดหมู่ แต่ลงตัวยาก เพราะอยู่บนโต๊ะ

คราวนี้เราแบ card ทั้งหมดลงพื้น ช่วยกันตรวจดูแต่ละแถวใหม่ คุณจงรักษ์ อุตรารัชต์กิจ APN Respiratory care คุณแม้นมนา จิระจรัส APN Cancer care ช่วยได้มาก เพราะขุมความรู้ที่เขียนใน card บางทีมองไม่ออกว่าเป็นเรื่องอะไร ทั้ง ๒ คนจำรายละเอียดได้ว่า card เหล่านั้นมาจากเรื่องเล่าอะไร เล่าให้เราฟังได้อีก ทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และพวกเรามีการ discuss กันอย่างกว้างขวาง คิดหลายชั้นโดยไม่ลืมที่จะเชื่อมโยงกับเรื่องเล่า พอใครโยงไปที่ทฤษฎีก็ช่วยกันดึงกลับมา

 คราวนี้ลงตัวแล้ว

ในที่สุดก็สามารถจัดกลุ่ม card ต่างๆ ได้สำเร็จ ได้แก่นความรู้ ๙ เรื่อง ทุกคนดู happy มาก คุณสุภาพรรณพิมพ์แบบฟอร์มประเมินตนเองไว้สำหรับพร้อมใช้ในวันพรุ่งนี้เสร็จด้วยความรวดเร็ว

วัลลา ตันตโยทัย