ชุมชนเข้มแข็งแบบบูรณาการอาชีพของเมืองช้างงาดำ
เมืองน่านเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยงามประชาชนมีจิตใจโอบอ้อมอารี
มีชุมชนที่เข้มแข็งจนองค์การสหประชาชาติได้ประเมินให้ได้เป็นอันดับ ๑
ของประเทศไทย ที่สำคัญเป็นเมืองต้นน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ แม่น้ำน่าน”
เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเมืองน่าน
และจัดเป็นต้นน้ำที่สามารถป้อนน้ำเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ถึง ๔๐
% (ตัวเลขจากกรมชลประทาน)
ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรมตามรอยเท้าของบรรพบุรุษด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา
สืบเนื่องจากกรมประมงได้จัดให้มีโครงการประมงอาสาโดยได้คัดเลือกประชาชนเข้าร่วมโครงการตำบลละ
๑ คน
และได้เชิญบุคคลากรของอาชีวศึกษาจังหวัดน่านร่วมเป็นวิทยากรและแจกพันธุ์สัตว์น้ำไปเลี้ยงซึ่งหลังจากได้ดำเนินการพบองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในกลุ่มดังนี้
๑. บ่อเลี้ยงปลา ที่มีน้ำหมุนเวียน
ปลาจะมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติมากขึ้น
๒. ค้นพบอาหารปลาจากธรรมชาติ
ที่สามารถลดต้นทุนลงได้
เช่น
-
พืชธรรมชาติเช่น ผักบุ้ง
เศษใบไม้ใบหญ้า,ใบปอสา,ใบต้นสาบเสือ,สาหร่าย,จอกหยวก กล้วย
- หอยเชอรี่
โดยการบดกับเศษอาหารใบไม้ จากเครื่องบดเนื้อ
ทำให้วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน นำไปประยุกต์
ประดิษฐ์เป็นสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่
และนำไปมอบให้กับกลุ่มเพื่อร่วมกันผลิตอาหารปลาต่อไป
๓. การสร้างสถานการณ์จำลอง
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายพันธุ์กบโดยการทำให้ดินร่วนซุยขึ้นโดยการผสมมูลสัตว์กับเศษฟางข้าวเพื่อให้กบจำศีล
และการสร้างฝนเทียมและลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำแข็งทำให้ได้ปริมาณลูกกบเพิ่มมากขึ้น
๔. อาชีวศึกษาจังหวัดน่านได้ร่วมมือกับทาง
อบจ.น่านจัดสอน ๑๐๘ อาชีพและบริการประชาชนตามโครงการ
อบจ.น่านเคลื่อนที่
จะได้จัดสร้างฝายต้นน้ำร่วมกับประชาชนและได้ประสานงานกับเกษตรกรนำพันธุ์กบไปจำหน่ายให้กับ
อบจ.น่าน
เพื่อนำไปปล่อยในฝายต้นน้ำเป็นการเพิ่มประชากรกบให้กับป่าต้นน้ำ
จนทำให้ อบจ.น่านได้รับการกล่าวถึงในรายการนายกทักษิณฯ
พบประชาชนและได้รับเงินรางวัล ๑๐ ล้านบาท
และได้นำเงินรางวัลจัดซื้อรถยนต์ปิ๊กอัพโตโยต้าวีโก้
มอบให้กับสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา จ.น่าน วิทยาลัยละ ๑
คัน