GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

KM เปรียบเสมือน "วิตามิน"

ผมว่า KM ไม่ใช่ยารักษาโรค

 

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสัมมนาในงาน มหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดย สคส. เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคม 2548 ที่ผ่าน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ผมต้องขอชื่นชมด้วยใจจริงครับว่า จัดได้ดีมากและ ผมได้รับความรู้และประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการจัดการความรู้ที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการทำกันอยู่ และได้ผลมากน้อยเพียงไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ผมสนใจ คือการทำกิจกรรม KM ของภาคเอกชน ซึ่งผมได้มีโอกาสฟังการเล่าประสบการณ์ของ ดร.ปรอง กองทรัพย์โต ซึ่งท่านเป็น Sr.Manager ของบริษัท สแปนชั่น(ประเทศไทย) จำกัด ทำให้มองเห็นภาพชัดเจนมากทีเดียวครับ เกี่ยวกับการทำ KM ที่เนียนอยู่ในเนื้องานเป็นอย่างไร ผมประทับใจอยู่คำหนึ่ง ที่ท่านได้พูดถึงว่า KM ก็เปรียบเสมือน วิตามิน ที่จะช่วยให้ร่างกายของเรามีความแข็งแรง ซึ่งก็เปรียบเสมือนช่วยให้องค์กรมีความเข้มแข็งนั่นเอง ผมก็เลยคิดต่อไปว่า ถ้าเช่นนั้น KM ก็ไม่ใช่ยารักษาโรค เพราะถ้าเราคิดว่า KM เป็นยารักษาโรค เราก็จะต้องการมันเมื่อเราป่วย และเมื่อหายป่วยแล้วเราก็ไม่ต้องการมันใช่ไหมครับ ผมเห็นด้วยอย่างมากว่า ถ้า KM เปรียบเสมือน วิตามิน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันโรค เราก็ควรที่จะกินมันเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และก็ควรที่จะกินจากการเลือกกินอาหารที่มีวิตามินต่าง ๆ ตามที่ร่างกายต้องการ เช่น ผัก หรือ ผลไม้ชนิดต่าง ๆ และนั่นก็น่าจะหมายถึง การดำรงชีวิตอยู่อย่างชาญฉลาด ด้วยการใช้ปัญญา ถ้าจะว่าไปแล้วก็เปรียบเสมือน การทำงานที่ควรจะต้องมีการจัดการความรู้ให้เนียนอยู่ในเนื้องาน หรือการทำงานตามปกตินั่นเอง ซึ่งก็จะถือได้ว่าเป็นการทำงานที่ฉลาดและใช้ปัญญา และจะช่วยให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ในที่สุด จริงไหมครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การจัดการความรู้
หมายเลขบันทึก: 9187
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

เห็นด้วยครับที่ว่า "วิตามินที่ดีที่สุดนั้นอยู่ในอาหารที่เราเลือกทานอยู่ประจำ" ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินเม็ดเพิ่มหรือทาน "อาหารเสริม" แต่อย่างใด KM ที่ดีจึงต้องอยู่ในเนื้องาน ไม่ใช่อะไรที่แยกทำต่างหากจากงานประจำ...ท่านเข้าใจได้ถ่องแท้จริงๆ ครับ ...นับถือ นับถือ (ต้องทำเสียงแบบหนังจีนนะครับ)

เห็นด้วยกับทั้งอาจารย์สมนึกและอาจารย์ประพนธ์ค่ะ

อาจารย์ทั้ง 3 ท่านคะ ดิฉันคิดเพิ่มเติมอีกว่า KM น่าจะเป็นวิตามินรวม ด้วยใช่มั้ยค่ะ เพราะวิตามินตัวนี้เป็นตัวรวมสิ่งที่มีคุณค่าต่างๆ ไว้อย่างมากมาย

สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาแม้ว่าบางครั้งอาจมีรสเปรี้ยว เหมือนวิตามินซีซึ่งเป็นรสที่ดิฉันไม่ชอบ แต่สุดท้ายก็เป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ชีวิตได้เรียนรู้ แล้วนำมาปรับใช้ในเวลาต่อๆมา และไม่น่าเชื่ออีกว่าในเวลาต่อๆมา ดิฉันกลับชอบความเปรี้ยวของวิตามินซี รู้สึกว่าเป็นสิ่งท้าทายในชีวิตของดิฉันที่จะไม่กลัวความเปรี้ยวอีกต่อไป และกลายเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของดิฉันอีกด้วย

ดิฉันคิดว่านอกเหนือจากความสำเร็จในการปฏิบัติงานแล้ว การเรียนรู้จากความผิดพลาดหรือบกพร่องในงานล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทั้งสิ้น เพราะในเนื้องานทุกงานจะทำให้คนทำงานเกิดการเรียนรู้อยู่เสมอ หากได้มีการเก็บรวบรวมประสบการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วปรับปรุงแก้ไขพัฒนางานนั้นๆ ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ และยังต้องเก็บ แลกเปลี่ยนและเพิ่มเติมสิ่งเหล่านั้นจากผู้มีประสบการณ์ จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตทางปัญญายิ่งๆ ขึ้นไปนั่นเอง