มีหลายๆคนเคยว่ากล่าวครูอ้อยว่า...ทำไมเรื่องเจ็บป่วยจะต้องมาเล่าให้คนอื่นฟัง มันเป็น KM ด้วยหรือ อันที่จริงมันไม่ใช่ KM โดยตรง แต่แนวดำเนินการที่เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และหาทางแก้ไขร่วมกันนี่ล่ะ เป็น KM ครูอ้อยคิด
ไม่สบายมาหลายวัน   อาการแบบบ้านหมุน  แต่ไม่ได้เป็นทุกวันหรอกค่ะ    วันไหนที่นอนน้อยไป   เกิดอารมณ์ตึงเครียด   มักจะมีอาการบ้านหมุน  
และมีอาจารย์หมอหลายท่านมาแนะนำครูอ้อย  ในบันทึกเรื่อง  โรคบ้านหมุน..เป็นอย่างไรหนอ   ซึ่งมีคุณพี่  sasinanda  ให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ  หมอจิ้น  แลกประสบการณ์ท่านก็เคยเป็น  แบบคนไข้รุ่นพี่ดูแลคนไข้รุ่นน้องแบบครูอ้อย  
คุณจัตุรงค์  เล่าถึงอาการที่เป็นและการรักษาด้วยต้องอาศัยเครื่องช่วยฟัง  อันละประมาณเจ็ดหมื่นบาท ที่ดีเมด ถนนสุโขทัย  
เภสัชกร นักลงทุนเงินน้อย อธิบายสาเหตุของโรคและวิธีการรักษาด้วยตัวเอง ครูอ้อยรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่มีมิตรรักที่เปรียบเสมือนญาติคอยดูแลช่วยเหลือในครั้งนี้  
มีหลายๆคนเคยว่ากล่าวครูอ้อยว่า...ทำไมเรื่องเจ็บป่วยจะต้องมาเล่าให้คนอื่นฟัง  มันเป็น KM ด้วยหรือ  อันที่จริงมันไม่ใช่ KM โดยตรง  แต่แนวดำเนินการที่เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  และหาทางแก้ไขร่วมกันนี่ล่ะ  เป็น KM  ครูอ้อยคิด  
จากนั้นมาอีก 1 สัปดาห์   ครูอ้อยก็มีอาการเจ็บป่วยอีก  ทั้งที่บ้านหมุนก็ยังไม่หายดี   ก็คิดว่าการเขียนบันทึกจะไม่ได้รับการตอบสนองเท่าไรนัก   
แต่ตรงกันข้าม  ครูอ้อยกลับได้รับความเมตตา  เอื้ออาทรจากมิตรรักใน G2K แบบน้ำตานองหน้า  ว่า...ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ  
อาการที่ครูอ้อยเป็นนั้นคือ....เท้าบวม   ครูอ้อยก็เล่าอาการในบันทึกเรื่อง  อาการแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นอะไรคะ  เพราะไม่แน่ใจตนเองว่า.....เป็นอะไรนะ   เขียนในเวลา 22.24 น  และมีมิตรรักตอบมา เวลา 22.35 น.  จากท่าน  สิทธิรักษ์ ที่เล่าว่า  ท่านก็เคยเป็น  ทำให้ครูอ้อยสบายใจ  และแนะนำให้ครูอ้อยไปหาหมอด้วย  ท่านเข้ามาในบันทึกของครูอ้อย 3 ครั้ง  ครั้งที่ สอง  บอกวิธีการลดอาการบวมของเท้าทั้งสองให้วางไว้สูงกว่าลำตัว  ส่วนครั้งที่สามเป็น เวลาเที่ยงวัน  ถามอาการว่าดีขึ้นหรือยัง   ครูอ้อยขอขอบคุณผ่านบันทึกนี้ด้วยนะคะ  
จากนั้นก็มีมิตรรักรุ่นลูกเข้ามาแนะนำ หลายท่าน  อาทิ  จินตนา อิ่มรักษา  มะขามอ่อน   และท่านไม่แสดงตน  ต่างก็ปลอบใจ  แนะนำให้ไปหาหมอ   ที่สำคัญบอกว่า...เป็นห่วงกันทุกคน 
จนครูอ้อยหลับไป.....ตื่นขึ้นมาก็พบมิตรรัก  คุณพี่  sasinanda  แสดงความเป็นห่วง  นักลงทุนเงินน้อย    เข้ามาตอนดึกๆ  บอกสาเหตุของเท้าบวมเป็นได้อย่างไร  
และเมื่อสายๆ  อุบล จ๋วงพานิช  มาเล่าการออกกำลังกายด้วยโยคะ    อ.กมลวัลย์  แนะนำให้ไปหาหมอ  แต่ละท่านปรารถนาดี  เป็นห่วงสุขภาพครูอ้อยจริงๆ  รู้สึกปลาบปลื้มใจมากๆ  นอกจากนั้น 
น้อง  Solomon  เด็กลูกครึ่ง  ยังอุตส่าห์ปลอบใจ  เป็นห่วงใย  และนำความรู้มาจาก  Mom มาเล่าให้ครูอ้อยได้อ่านอีก 
อาจารย์หมอนนท์ เพื่อนร่วมทาง  แนะนำให้ไปหาหมอตรวจอาการให้รู้แน่ชัด  แนะนำให้ปรึกษากูรูใน G2K หลายท่าน  แนะนำให้เข้า coures กับคุณอุ้ย   คุณ จันทรรัตน์ เจริญสันติ   เล่ากรณีคนเมนโนพลอส  ด้วย   
เมื่อเวลา 10.20 น.  ครูอ้อยก็ไปหาหมอ    ก่อนไปก็โทรศัพท์ไปถามก่อนว่า  มีหมอทางนี้อยู่รักษาคนไข้หรือเปล่า  จากนั้นครูอ้อยก็รีบไป  ถึงที่โรงพยาบาล  ขึ้นบัตรก็ได้พบหมอทันที  หมอบอกว่า ........ไม่ใช่คนเป็นโรคไต..เพราะอาการบวมลดลงหลังจากที่ยกเท้าขึ้นสูง   และกำชับให้ครูอ้อยเฝ้าสังเกตอาการของตัวเอง   เป็นไปได้ให้จด  วัน  เวลา   เป็นอย่างไรด้วย
 
ครูอ้อยเจ็บป่วยเล็กน้อย   ก็ยังมีมิตรรักเฝ้าถามอาการขนาดนี้  รู้สึกดีใจ  มีความสุข   ถึงจะป่วยทางกาย 
แต่ในใจ  ครูอ้อยไม่ได้เจ็บป่วยเลย  ครูอ้อยยังสุขภาพดี....และไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คิด  ขอบคุณมิตรรักทุกท่าน