BM.chaiwut
พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล ฉายา ฐานุตฺตโม

อายุวัฑฒะแป๊ะ


อายุวัฑฒะแป๊ะ

ไม่ได้เขียนเรื่องพิธีกรรมหลายเพลาแล้ว เพราะมัวยุ่งเรื่องอื่นๆ... วันนี้ได้อ่าน บาหลี....เมืองสวรรค์ (จดหมายถึงซิสเตอร์ ฉบับที่ 6 ) ของคุณโยม พลเดช วรฉัตร เรื่องการแต่งงานที่บาหลี จึงมีส่วนกระตุ้นให้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาอีก...

ประเด็นก็คือ พิธีกรรมทางศาสนานั้นมักจะงอกเงยมาเพราะต้องการฉลองศรัทธาเป็นสำคัญ กล่าวคือ เมื่อมีใครให้กระทำอะไรบางอย่างเพื่อความสบายใจของเค้า... โดยมาก ถ้าเป็นไปได้ พระสงฆ์มักจะไม่ขัดใจบรรดาญาติโยม... นั่นคือ เมื่อเล็งเห็นว่าไม่น่าจะผิดหลักการจนเกินไป พอที่จะสนองตอบได้แล้ว พระสงฆ์ก็พยายามประยุกต์สิ่งที่พอเป็นไปได้มาฉลองศรัทธา....ดังเช่นตัวอย่างเรื่องการแต่งงานที่คุณโยม   พลเดช วรฉัตร  นำมาเล่าข้างต้น....

แต่ก็มีเหมือนกันที่ พระสงฆ์ฉลองศรัทธาญาติโยมมากเกินควร จนกลายเป็นประจบประแจงต่อญาติโยม ซึ่งเป็นการไม่ถูกไม่ควร ดังเรื่อง อายุวัฑฒะแป๊ะ ที่ผู้เขียนจะนำมาเล่าต่อไปนี้...

เริ่มเรื่องว่า มีสองสหายชาวไทยเชื้อสายจีน คนหนึ่งเรียกกันว่า อาแป๊ะ และอีกคนคือ อาโก ... อาโกนั้นชอบทำบุญสุนทรทาน ส่วนอาแป๊ะไม่รู้เรื่องวัดเรื่องพระ ... วันหนึ่ง เมื่ออาโกจะจัดงานฉลองร้านใหม่ก็เชิญอาแป๊ะไปร่วมงานด้วย...

หลังจากพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เรียบร้อยแล้ว เมื่ออนุโมทนาทาน พระสงฆ์ก็ขึ้นบท ยะถา วาริวะหา... เพื่อให้กรวดน้ำ หลังจากนั้นก็เริ่มให้พรด้วยบท สัพพีติโย.. แล้วก็เริ่มประพรมน้ำพระพุทธมนต์พร้อมกับสาธยายบทมงคลจักรวาฬน้อยซึ่งเริ่มต้นด้วยคำบาลีว่า...

อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สุขะวัฑฒะโก .....

อาแป๊ะ ได้รับน้ำพระพุทธมนต์ก็รู้สึกเลื่อมใส แต่รู้สึกว่า พระสงฆ์ให้พรเฉพาะ อาโก เท่านั้น เพราะบทสาธยายมีคำที่ลงท้ายว่า โก  อยู่หลายคำ ...เพราะตนเองไม่เคยทำบุญและไม่เคยสนใจ จึงไม่เข้าใจเรื่องทำนองนี้ คิดแต่เพียงว่า ใครเป็นเจ้าภาพก็จะลงชื่อคนนั้น...

ต่อมา อาแป๊ะจึงคิดทำบุญบ้าง จึงไปปรึกษาอาโก ให้อาโกช่วยเป็นธุระนิมนต์พระสงฆ์ชุดเดิมให้ด้วย ...

เหตุการณ์วันงานของอาแป๊ะก็เป็นไปตามที่ควรจะเป็น... แต่ เมื่อพระจะอนุโมทนา อาแป๊ะ ก็กระซิบหลวงพ่อซึ่งเป็นประธานสงฆ์ในที่นั้นว่า ...อั๊วชื่อ แป๊ะ น่า....

บังเอิญหลวงพ่อท่านเข้าใจ จึงเปลี่ยนบทสวดใหม่ว่า ...

อายุวัฑฒะแป๊ะ ธะนะวัฑฒะแป๊ะ สิริวัฑฒะแป๊ะ ยะสะวัฑฒะแป๊ะ พะละวัฑฒะแป๊ะ วัณณะวัฑฒะแป๊ะ สุขะวัฑฒะแป๊ะ .....

ถ้าเรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ท่านทั้งหลายคิดว่า หลวงพ่อทำอย่างนี้ เหมาะสมหรือไม่ ?....

.......

ตามหลักพระธรรมวินัย มีหลักการที่คาบเกี่ยวกันอยู่ ๒ ประการ คือ

  • ไม่ควรทำศรัทธาไทยให้ตกไป หมายถึง พระสงฆ์ไม่ควรทำให้ความศรัทธาเลื่อมใสในแนวทางที่ถูกต้องของบรรดาญาติโยมเสื่อมถอยไป
  • ไม่ควรประจบประแจงคฤหัสถ์ หมายถึง พระสงฆ์ไม่ควรเข้าไปประจบประแจงชาวบ้านเพื่อหวังลาภ ยศ ชื่อเสียง...ประมาณนั้น

ดังนั้น พิธีกรรมหลายๆ อย่าง ที่พระสงฆ์พยายามประยุกต์ขึ้นมาเพื่อสนองตอบหรือฉลองศรัทธาของญาติโยมนั้น ประการหนึ่งก็เพราะไม่ต้องการทำศรัทธาไทยให้ตกไป ซึ่งอาจพูดง่ายๆ ว่า ไม่อยากขัดใจ... และอีกประการหนึ่งก็อาจเป็นการประจบประแจงคฤหัสถ์เพื่อหวังลาภ ยศ เป็นต้น...

สมาชิกในโกทูโน หรือนักบุญทุกท่าน ... เวลาทำบุญก็ลองพิจารณาดูว่า หลวงพ่อหรือหลวงพี่ รูปนั้นๆ ท่านทำไปเพียงเพื่อไม่ต้องการทำศรัทธาไทยให้ตกไป หรือเพื่อต้องการประจบประแจง....

คำสำคัญ (Tags): #อายุวัฑฒะแป๊ะ
หมายเลขบันทึก: 91288เขียนเมื่อ 19 เมษายน 2007 21:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 พฤษภาคม 2012 10:34 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (11)

กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ

สาธุ..สาธุ..สาธุ ค่ะหลวงพี่

กราบสามครั้งค่ะ

กราบนมัสการหลวงพี่ ครั้งนี้กระผมคงพิจารณาไม่ได้นะครับ ในฐานะที่ผมเป็นชาวพุทธเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีฐานะใดที่จะไปออกความเห็นหรือพาดพิงถึงพระสงฆ์ได้เลย ตามที่ผมทราบมาครับ พระสงฆ์จะประพฤติอย่างไรเราคนธรรมดาดูได้เฉยๆ ห้ามแม้แต่นินทา เพราะจะเป็นบาป กลัวกระทบถึงผ้าเหลือง ให้เป็นหน้าที่ของทางสงฆ์ดีกว่าครับ

สาธุครับ กราบสามครั้งครับ

นมัสการค่ะ

เคยมีเรื่องที่เกือบทำให้ศรัทธาตกไปเหมือนกันค่ะ อ่านแล้ว รู้สึกดีขึ้นค่ะ สาธุค่ะ หลวงพี่

กราบค่ะ

กราบนมัสการพระคุณเจ้าครับ

ผมอ่านเรื่องนี้แล้ว อดยิ้มไม่ได้ครับ (ยิ้มคือความสุข)อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

ถ้าไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไรจะให้อะไรครับ........แหม คืนนี้คงนอนฝันดี

กราบนมัสการครับ

บ่อย ๆ ที่พระภิกษุต้องทำอะไรเพื่อ.....(ที่เรียกว่้าฉลองศรัทธา)   โดยยอมผิดพระวินัย  ที่เรียกว่า  อาบัติ  อันนี้ผมเคยสงสัยว่า  ฉลองศรัทธา  กับ  ผิดวินัย  ควรเลือกอย่างไหน   (ทั้ง ๆ ที่พระภิกษุควรจะบอกให้โยมทราบได้)  อย่างเช่นเรื่อง ๆ หนึ่ง  เพื่อนของผม  (ไม่บอกว่าคนไหน  แต่เชื่อเถอะว่ามีตัวตนและเป็นเรื่องจริง)  รับนิมนต์ไปสวดในงานหนึ่ง ตอนค่ำ ๆ พอสวดเสร็จเจ้าภาพถวายทาน  ครบชุด  แถมมีไข่ไก่ 1 กล่อง  ประมาณ  50 ฟอง  เพื่อนผมก็เข้าใจดีว่า  ของที่เป็นอาหารจะรับประเคนไม่ได้  แต่ในที่สุดก็ต้องรับเพราะพระท่านอื่น ๆ รับหมด  ท่านก็รับ  แต่พอเสร็จงานท่านก็ปรารภกับผม และเพื่อนผมอีกคน  เพื่อนผมอีกคนก็ได้พูดถึงชุดสังฆทาน  ที่ภายในบรรจุทั้งปลากระป๋อง  และมาม่าอยู่  และประเคนพระในยามที่วิกาล  คือเลยเวลามาแล้ว  แต่ดูเหมือนว่าจะต้องรับประเคนทุกครั้ง  นี่ก็เป็นอีกเรื่อง  ที่ไม่น่าจะมี  จะเป็น  แต่มันก็มีและเป็นไปแล้ว  เพื่อนผมบอกว่ามันเป็นอำนาจของความสะดวก  และแล้วในที่สุดคนถวายก็ทำให้พระต้องอาบัติโดยไม่ตั้งใจ  และพระก็ต้องอาบัติโดยตั้งใจหรือไม่  เพื่อฉลองศรัทธาคน (บางท่านก็ไม่รู้คงมี)  อาการที่ต้องอาบัติที่เลวที่สุดในอาการ 6 อย่าง  คือต้องเพราะไม่ละอาย  (ทั้ง ๆ ที่รู้แต่ก็ทำ)  ว่าไปเรื่อยครับ  

ไม่มีรูป
สุพจน์

อาวุโส ...

ข้อความว่า... 

 (ไม่บอกว่าคนไหน  แต่เชื่อเถอะว่ามีตัวตนและเป็นเรื่องจริง) 

เชื่อได้ว่ามีตัวตน แต่เชื่อโดยสมมติ ไม่สามารถเชื่อโดยปรมัตถ์ได้

อามันตา

กราบนมัสการพระคุณเจ้า

ได้แต่ขำ อาแป๊ะค่ะ 

P

ก็ไม่แน่ว่าจริงไม่จริง...

บางสำนวน เค้าก็เล่าต่อว่า... อาเฮง มางานอาแป๊ะ ก็คิดทำบุญบ้าง...ต่อมาก็เป็น...

อายุวัฑฒะเฮง ธะนะวัฑฒะเฮง สิริวัฑฒะเฮง......

เจริญพร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี