GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย(9)

เป็นการเรียนที่สนุกไม่หลับเลยเพราะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนตลอด

              เช้าวันที่ 22 ตื่นนอนเจ็ดโมงเช้าเช่นเดิมแต่กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็เกือบแปดโมงเช้าเพราะบ้านอยู่กันสี่คนมีห้องน้ำห้องเดียว เสร็จแล้วก็ไปกินอาหารเช้าที่ร้านตรงข้ามเช่นเดิมแต่วันนี้เร็วกว่าเมื่อวานเพราะสั่งอาหารไว้ก่อน โดยผมทานแบบเดิมเป็นไข่ดาว ขนมปังและหมูแฮม ประมาณ 8.45 ก็นั่งรถแท็กซี่ไปเรียนที่เดิมโดยหมอจอห์นสอนเทคนิคการสอนนักศึกษาแพทย์เพื่อให้สามารถทำหัตการได้อย่างถูกต้อง เป็นการเรียนแบบมีการปฏิบัติประกอบด้วย มีการเขียนแผนการเรียน การเรียนขีดความสามารถและความมั่นใจ การสอนนักศึกษาแบบ 4 ขั้นตอนและทดลองสอนโดยหมอจอห์นให้ทดลองสอนเรื่องการทำการแทงไขกระดูกเพื่อให้ยาหรือสารน้ำในเด็กกรณีที่แทงน้ำเกลือไม่ได้ อาจารย์สอนให้ทำมีพี่เสรีเป็นนักเรียนทดลองคนแรกทำแบบสี่ขั้นตอน ต่อมาก็มีพี่สุวรรณาและพี่กฤช ส่วนผมก็ได้สังเกตการณ์หลังการเรียนการสอนจะต้องมีการให้ข้อมูลย้อนกลับตามกฎเพนเดิลตัลด้วย เข้าให้ทดลองแทงโดยซื้อขาไก่มาให้ทำหลายขา หลังจากนั้นก็มีการฝึกปฏิบัติเรื่องการสร้างสถานการณ์ผู้ป่วยจำลองหรือScenarios ตอนก่อนเริ่มเรียนมีเกมส์ตัวเลขให้เล่นและหลังเรียนก็มีอีกรอบหนึ่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าหากทำหลายๆครั้งทักษะจะดีขึ้น เป็นการเรียนที่สนุกไม่หลับเลยเพราะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองร่วมกันระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนตลอด ทำให้เริ่มเรียนรู้และฟังภาษาอังกฤษได้มากขึ้น สำเนียงคนออสเตรเลียจะเปลี่ยนไปบ้างเช่น Games ออกเสียงเป็นกามส์  ตัวเอ จะออกเสียงคล้ายจะเป็นอา จึงต้องตั้งใจฟังมากเพราะถ้าเผลอไปจะฟังไม่รู้เรื่อง เรียนจนเที่ยงครึ่งก็กินอาหารกลางวันเหมือนเมื่อวาน

           ประมาณบ่ายสองโมงก็เดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลศูนย์แทมเวอร์ธ(Tamworth Base Hospital) เป็นโรงพยาบาลขนาด 270 เตียงซึ่งคุณหมอจอห์น เฟรเซอร์ ทำงานอยู่และคุณเดวิด บริ๊กส์ เคยเป็นซีอีโอ พอไปถึงโรงพยาบาลก็ไปที่ศูนย์การศึกษาที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลได้มาร่วมทำกับโรงพยาบาลแทมเวอร์ธ ได้พบกับคุณBranka Barac ได้พาไปดูห้องเรียนที่สอนนักศึกษาแบบสหสาขาวิชาชีพ มีห้องเทเลคอนเฟอเรนซ์ มีห้องหุ่นสำหรับสอนทักษะทางคลินิกที่ทั้งแพทย์ พยาบาลและวิชาชีพต่างๆสามารถใช้เรียนได้ ทั้งหุ่นเด็ก ผู้ใหญ่ ส่วนของร่างกายที่น่าสนใจก็คือหุ่นคนผู้ใหญ่ที่นอนบนเตียงที่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการมีชีวิต การหายใจ การเต้นของหัวใจได้โดยการควบคุมจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์  หลังจากนั้นศาสตราจารย์ปีเตอร์ โจนส์ จากคณะสาธารณสุขชนบท(Rural Health) ได้มาบรรยายให้ฟังเกี่ยวกับการเรียนการสอนสาธารณสุขชนบท เสร็จแล้วได้ไปฟังการบรรยายของหมอปีเตอร์ ฟินเลย์สัน ผู้อำนวยการด้านบริการทางการแพทย์ได้พูดถึงระบบบริหารจัดการของโรงพยาบาลและโรงพยาบาลเครือข่ายอีก 20 โรงพยาบาล ซึ่งเขาต้องบริหารจัดการทั้งเครือข่าย บางโรงพยาบาลห่างออกไปเกือบ 500 กิโลเมตร  พอเสร็จแล้วเดวิด บริ๊กส์ พาเราไปดูที่แผนกห้องฉุกเฉินต่อแต่เนื่องจากเวลาล่าช้าไปทำให้คนที่จะบรรยายไม่อยู่รอเรา

             คุณเดวิด บริ๊กจึงพาเราไปดูต่อที่หอผู้ป่วยเวชกรรมฟื้นฟู ได้ฟังบรรยายและดูงาน รวมทั้งได้ดูสระว่ายน้ำที่ทำขึ้นเพื่อการออกกำลังกายและรักษาโรคด้วย เกือบหกโมงจึงได้กลับที่พักและออกไปกินอาหารเย็นโดยเดวิดพาไปที่ร้านอาหารจีนชื่อMarrigold inn restuarant  ทางร้านจัดร้านได้สวยงามแม้จะเป็นร้ายไม่ใหญ่โต มีพนักวานเสิร์ฟเป็นคนออสเตรเลียแต่ใส่เสื้อแบบจีนก็ดูน่ารักดี อาหารอร่อยมากเช่นกัน ทานอาหารได้สักพักหนึ่งหมอจอห์น เฟรเซอร์ก็มาร่วมรับประทานอาหารด้วย จนประมาณสองทุ่มครึ่งก็กลับที่พักกันด้วยรถแท๊กซี่ ส่วนสองสาวคือพี่สุวรรณากับหมอเดือนขอออกไปช็อปปิ้งก่อนที่ร้านวูลเวอร์ธ ส่วนหนุ่มๆและอาจารย์ทั้งสามท่านกลับที่พักก่อนแต่พอถึงที่พักอาจารย์ประวิทย์ยังไม่ยอมให้พักโดยให้มาประชุมระดมสมองเพื่อสรุปบทเรียนที่ได้จากการเรียนและดูงานเพื่อเตรียมไว้สำหรับทำรายงานกว่าจะเสร็จก็เกือบห้าทุ่ม ผมต้องรีบซักเสื้อผ้าเพราะใส่ไปหลายชุดแล้วแต่มีเครื่องซักผ้าอบผ้าให้ก็เลยสบายหน่อยแต่กว่าจะอบเสร็จก็เกือบตีหนึ่ง ช่วงที่นั่งรอก็ได้คุยแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ประวิทย์ไปด้วย การมาครั้งนี้ผมจึงรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าอยู่เมืองไทยอีก ยังไม่มีเวลาเดินสำรวจเมืองแทมเวอร์ธเลยเพราะเลิกเรียนเย็นก็ได้เวลาไปทานข้าว

              พอกลับจากทานข้าวก็มีประชุมอีก คิดว่าน่าจะได้อะไรๆคุ้มค่าสำหรับงบประมาณของมหาวิทยาลัยที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการนี้ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท การคัดเลือกคนเข้ามาเรียนแพทย์ การศึกษาต่อเนื่อง การพัฒนาแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวโดยใช้โรงพยาบาลที่ให้บริการอยู่เป็นแหล่งเรียน  การจัดรับบริการสุขภาพที่สามารถนำมาประยุกต์กับเมืองไทยได้ เป็นต้น ซึ่งผมจะได้หาโอกาสบันทึกออกมาเป็นเรื่องๆไปและทำให้หมอบ้านนอกอย่างผมได้เรียนรู้สิ่งที่มีประโยชน์และจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานต่อไป

                รายละเอียดที่สำคัญของการเรียนการสอนแบบสี่ขั้นตอนและกฎของเพนเดิลตั้น ผมจะได้นำมาเล่าในตอนต่อไปครับ

 

Phichet

Amberoo apartment

Tamworth, NSW

21 Nov 2005
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 9118
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)