GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าจากออสเตรเลีย(8)

อย่างคำว่า “Some more wine ? : ซัม มอ ไวน์” กับ“Some more wife? : ซัม มอ ไวฟ์”

          วันที่ 21 ตื่นนอน 7 โมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวออกไปทานอาหารที่ร้านตรงข้ามที่พักเป็นอาหารแบบฝรั่งประมาณ 8.45 น. มีรถตู้แบบแท๊กซี่มารับ(มีศูนย์สามารถโทรเรียกได้)ไปที่ UNE Access Center Tamworth เป็นศูนย์ที่เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์กับเมืองแทมเวอร์ธ  เป็นอาคารสองชั้นเป็นที่สำหรับเรียนคล้ายๆกับวิทยาเขตเล็กๆของมหาวิทยาลัยที่มาเปิดต่างจังหวัด เริ่มเรียนตั้งแต่ 9.30 น. โดยเดวิด บริ๊กส์ ปฐมนิเทศหลักสูตรทั้งหมดพร้อมบรรยายเรื่องระบบดูแลสุขภาพของออสเตรเลีย(จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมให้ในตอนต่อไป)  สิบโมงครึ่งพักเบรคแล้วเรียนต่อกับหมอจอห์น เฟรเซอร์ เรื่องการศึกษาของแพทย์ในชนบทของออสเตรเลีย(จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมตามมาเช่นกัน) จนพักเที่ยงก็ทานอาหารกลางวันเป็นแซนด์วิชกับผลไม้ตอนเที่ยงครึ่ง

          เรียนอีกครั้งตอนบ่ายโมงครึ่งหมอจอห์นสอนต่อในเรื่องของการเรียนการสอนกลุ่มเล็กสำหรับผู้ใหญ่ เป็นการสอนความรู้ที่ให้แพทย์สามารถนำไปใช้สอนนักศึกษาแพทย์และแพทย์ที่จะเรียนต่อเนื่องโดยสอนให้ค้นหาความต้องการของผู้เรียนโดยการจับคู่กันแล้วซักถามคู่ของตนเองแล้วให้ไปแนะนำแต่ละคนสลับกันที่หน้าห้องเรียน  ผมจับคู่กับอาจารย์บุญชอบ ก็ได้รุ้จักประวัติอาจารย์มาบ้างก็พูดได้ไม่ยาก มีการสอนเรื่องการประเมินนักศึกษา การให้ข้อมูลย้อนกลับตามกฎของเพนเดินตัล  เรียนจนถึง 4 โมงครึ่งก็กลับที่พัก

           ทานอาหารเย็นตอน 6 โมงเย็นที่ร้านอาหารไทยชื่อBangkok Thai restaurant โดยนั่งแท็กซี่ไปพร้อมกันค่าแท็กซี่ประมาณ 10 เหรียญ  ที่ร้านอาหารไทยนี้มีน้องคนไทยร่วมเป็นเจ้าของ เป็นผู้ชาย และมีพนักงานเสิร์ฟเป็นคนฟิลิปปินส์  พูดไทยได้เล็กน้อย กว่าจะได้ทานก็หนึ่งทุ่มพอดีกับอาจารย์สมบัติและอาจารย์ประวิทย์กลับจากการไปติดต่อประสานงานที่มหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ ที่เมืองอาร์มิเดล วันนั้นมีอาหารอร่อยถูกปากหลายอย่างโดยเฉพาะแกงป่า เสร็จจากรับประทานอาหารเย็นประมาณ 3 ทุ่งกว่าๆกลับที่พักและมีการประชุมกลุ่มสรุปบทเรียนจนห้าทุ่มกว่าจะได้อาบน้ำนอนก็ประมาณเที่ยงคืนพอดี

           อาจารย์สมบัติ นพรัก เป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นผู้ใหญ่และนักบริหารที่มีแง่คิด มุมมอง รวมทั้งมุกตลกที่กระตุ้นความคิดได้ดี อย่างที่เราได้อ่านกันในweblog ของอาจารย์ อาจารย์มักมีคำพูดสนุกๆมาคุยเล่นในขณะเดินทางหรือขณะรับประทานอาหารเสมอ อย่างตอนที่ขึ้นเครื่องบิน เวลาแอร์โฮสเตรส มาบริการเครื่องดื่ม มักมีคำถามว่าต้องการอะไรเพิ่มไหม อย่างคำว่า “Some more wine ? : ซัม มอ ไวน์ อาจารย์ก็จะบอกว่าต้องออกเสียงให้ชัดนะ อย่าเป็น “Some more wife? : ซัม มอ ไวฟ์ เพราะความหมายจะเป็นคนละเรื่องเลย และอาจมีผลต่อคำตอบ Yes หรือ No ได้ หรือคำว่า Vice-President กับ Wife president หากออกเสียงไม่ชัด อาจตีความหมายผิดได้

            การไปออสเตรเลียคราวนี้ทำให้ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น แต่เข้าใจว่าคนออสเตรเลียเองก็คงต้องพยายามฟังอย่างมากกว่าผมพูดอะไร และก็คิดว่าเขาอาจหัวเราะในใจว่าเราพูดตลก เหมือนกับเวลาเราฟังชาวเขาหรือชาวต่างชาติพูดไทยไม่ชัด ผมก็พูดอังกฤษไม่ชัดเหมือนกัน 

 

Phichet

Amberroo apartment

Tamworth, NSW

21 Nov 2005

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 9117
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

อยากจะเรียนถามอาจารย์พิเชษฐ์น่ะค่ะว่าก่อนที่จะไปเรียนที่ UNE ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือป่าวคะ แล้วในเรื่องของการปรับตัวหลังจากที่ไปอยู่ด้วยค่ะ

ทั้งเรื่องระบบการเรียนแพทย์และการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น คือตอนนี้หนูกำลังจะสอบชิงทุนเพื่อไปเรียนต่อที่ UNE ถ้าเผื่อว่าได้คงต้องมีการไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมด้วย เพราะภาษาไม่แข็งแรงเลยค่ะ อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำในการเรียนและความแตกต่างระหว่างเรียนแพทย์ที่เมืองไทยกับ UNE ด้วยว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ

ผมไปเรียนช่วงสั้นแค่ 19 วัน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากและมีคนไทยด้วยกันช่วยแปลความบ้าง ทำให้ไม่ลำบากมาก มีทีมงานคอยดูแลที่นั่น และไม่ได้ไปเรียนหลักสูตรของUNEโดยตรงครับ

แนะนำลองคุยกับอาจารย์หมอประวิทย์ เตติวัฒน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ท่านจบปริญญาเอกจากUNEโดยตรงและอยู่ที่นั่นเกือบ 5 ปีครับ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ พอลล่าแวะมาเยี่ยม คิดถึงๆๆๆๆ ค่ะ