ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ
ทพญ. ฉลอง ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ เอื้องสุวรรณ

เยียวยาอาการปวดเมื่อยด้วยลมหายใจ


ข้อดีของการฝึกขยับกาย คือ กายและจิตรวมเป็นหนึ่ง นั่นคือ ขณะที่ทำท่าทางขยับกายนั้น จิตเราอยู่ที่อวัยวะที่กำลังเคลื่อนไหว ก่อเกิดสมาธิ และได้ยืดเส้นยืดสาย ได้สัมพันธ์กับลมหายใจเข้าและออกด้วย
                              เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550ได้มีประสบการณ์ในการใช้ลมหายใจดูแลอาการปวดเมื่อยของตัวเอง  ที่เกิดจากการที่กาย และจิตเป็นหนึ่งเดียว  และเกิดปิติสุขขึ้นในที่สุด   ก็คงเป็นปัญญาทั้งกาย จิต และสมอง มารวมกัน  จึงเกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นได้
                       ปกติแล้วทั้งหมอฟันและผู้ช่วยทันตแพทย์มักจะมีปัญหาปวดคอ ปวดหลัง  เนื่องจากการนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน  ทำให้กล้ามเนื้อตึงและเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก  จึงทำให้มีอาการปวดเมื่อยตามมา
                      วันนี้น้อง ๆ ในฝ่ายเรียกร้องให้มาออกกำลังกายด้วยการยืดเส้น ยืดสาย  โชคดีที่เคยฝึกขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ ของหลวงปู่พุทธอิสระ มาก่อน  ก็เลยนำมาเรียนรู้ร่วมกัน
                        กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการพักผ่อนที่สมบูรณ์  และให้ทุกคนได้ฝึกหายใจเข้า  หายใจออก  โดยถ้าหายใจเข้าท้องจะป่อง  และถ้าหายใจออกท้องจะแฟบ   ขณะที่หายใจเข้าจนสุดให้พักค้างไว้โดยนับ 1-2-3-4-5  ตามแต่จะทนได้  เพราะจังหวะที่นับค้างไว้จะรู้สึกเลยว่าบริเวณที่ปวดเมื่อยจะได้รับการดูแลได้ทั่วถึง  เมื่อหายใจไปนาน ๆ อาการปวดเมื่อยก็จะค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ
                 หลังจากเชื้อเชิญให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของลมหายใจของเหล่ามวลมนุษย์และสรรพสัตว์หรือพืชทั้งหลายแล้ว  เมื่อตื่นจากภวังค์ให้ทุกคนนั่งเป็นวงกลม ช่วยกันนวดหลังให้ซึ่งกันและกัน  เป็นสัมผัสที่ทุกคนชอบมาก  อีกอย่างเพลงที่ใช้ประกอบไพเราะมาก ดนตรีเร้าใจ มีความหมายดี คือ “ฉันมีหัวใจให้เธอ  ไม่เคยต้องการ ต้องการอะไร”
                 จากนั้นเป็นการฝึกขยับกายตามท่าต่าง ๆ 11 ท่า   ข้อดีของการฝึกขยับกาย คือ กายและจิตรวมเป็นหนึ่ง  นั่นคือ ขณะที่ทำท่าทางขยับกายนั้น  จิตเราอยู่ที่อวัยวะที่กำลังเคลื่อนไหว  ก่อเกิดสมาธิ  และได้ยืดเส้นยืดสาย  ได้สัมพันธ์กับลมหายใจเข้าและออกด้วย   ลักษณะการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างช้า ๆ  เรียกว่าการฝึกสมาธิโดยให้จิตตามอวัยวะที่เคลื่อนไหว   ซึ่งเปรียบได้กับการนั่งสมาธิโดยการใช้มือเคลื่อนไหวของหลวงพ่อเทียน
                ปิดวงวันนี้ ให้ทุกคนได้พูดบอกกล่าวถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้  หลายคนบอกว่าไม่นึกว่าลมหายใจของเราจะมีคุณค่ามากและประทับใจการนวดซึ่งกันและกัน   ที่สำคัญคือ ท่าต่าง ๆ ทั้ง 11 ท่านี้เหมาะกับอาชีพทันตแพทย์มาก ๆ   นอกจากนี้ยังมีความเห็นพ้องกันว่า เราควรมีกิจกรรมนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง   ฉันก็เลยบอกว่า ยิ่งทำทุกวันก็จะยิ่งดี
               แถมท้ายวันนี้พูดถึงเรื่อง การตามจิตให้ทัน  เหมือน “แมวตะปบหนู”  เล่าเรื่องการดูแลความโกรธ หรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน   ข้อสำคัญให้เราตื่นรู้  ว่องไว  มองให้เห็นความจริงที่ปรากฎ เพราะจะทำให้เกิดปัญญาในที่สุด
             จบสุดท้ายวันนี้ก็เชื้อเชิญให้ทุกคนปฏิบัติโภวาให้กับตนเอง เพื่อชำระล้างสิ่งต่าง ๆ เช่น ความเศร้า เสียใจ  ความรู้สึกด้านลบ  หรือความเจ็บป่วย ปวดเมื่อยต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป  รวมทั้งการปล่อยวางทุกสิ่งลง  และเมื่อทุกคนได้เข้าสู่สภาวะสงบสุขเช่นนี้  ก็ขอให้แผ่เมตตาเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมงานของเราที่ไม่สบาย ให้หายป่วยเร็วไว  และแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายให้มีความสุขโดยทั่วหน้ากัน
คำสำคัญ (Tags): #กายและจิต#สมาธิ
หมายเลขบันทึก: 90975เขียนเมื่อ 18 เมษายน 2007 15:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 มิถุนายน 2012 19:28 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากเลยค่ะ   ขอความรู้ต่ออีกนิดค่ะ ว่าทำอย่างไรให้  จิตอยู่ที่อวัยวะที่กำลังเคลื่อนไหว หมายถึงบอกผู้บริหารให้ทำอย่างไร  

การทำสมาธิเป็นสิ่งที่ดีค่ะ 

ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ที่ได้นำประสบการณ์ดี ๆ มาเล่าใน Gotoknow  ค่ะ

การฝึกขยับกายที่มี 11 ท่านี้ บรรยายเป็นตัวหนังสือได้ยากไหมคะ น่าจะได้นำมาเผยแพร่ให้พวกเราชาวเกาะเน็ต ได้นำไปบริหารกันดูบ้างนะคะ

อ่านแล้วเหมือนได้พักผ่อนด้วยจินตนาการไปด้วยเลยล่ะค่ะ ขอบคุณหมอหลองมากค่ะที่นำสิ่งดีๆมาเผื่อแผ่เสมอ

             คิดว่าคงจะต้องเรียนรู้ผ่านวิถีปฎิบัติดีกว่าค่ะอาจารย์หมอปารมี  เพราะง่ายนิดเดียวค่ะ

           จริงแล้วมีทั้ง CD และบทบรรยายค่ะพี่โอ๋ ยินดีบริการค่ะ

            ขอขอบคุณน้องมะปรางเปรี้ยวค่ะที่แวะมาทักทาย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี