ทำไม่ยากดอกหนาถ้าจะยิ้ม / เพียงทำใจให้อิ่มก็ยิ้มได้ / หวังแต่คอยรอยยิ้มให้อิ่มใจ / คอยยิ้มใครก็ไม่อิ่มเท่ายิ้มเอง

           ก่อนนั้นเมื่อกล่าวถึง "สยามเมืองยิ้ม"
นับเป็นสิ่งที่ชาวไทยเราภาคภูมิใจทั่วกัน 
แต่สภาพสังคม เศรษฐกิจ และ การเมือง
ในปัจจุบัน  วลีดังกล่าวดูเหมือนจะลับเลือน
ลงไปมาก รอยยิ้ม"พิมพ์ใจ"ที่เคยเห็นกันทั่วไป   
นับวันจะหายากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ  คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงกลายเป็นประเภท "เสีอยิ้มยาก" มากขึ้นๆ

           เพื่อให้คนไทยเราที่แม้ว่าจะประสบปัญหาสาหัส สากรรจ์ รุมเร้า
รอบด้านสักเพียงใดก็ตาม  ได้หวนกลับมา"ยิ้มสู้"กันอีก...จนกว่า ชีวิตจะหาไม่
           ผู้เขียนจึงใคร่ขอมอบบทกลอน "รอยยิ้ม" นี้ไว้แก่ทุกท่าน
ครับผม
.........................................................................................................
            "รอยยิ้ม"
             ..............
๏ ก่อนทอดกาย พักผ่อน นอนคืนนี้
กำหนดวิถี สติ มิลืมหลง
ภารกิจ ทุกอย่าง "ปล่อยวาง"ลง
คิดดำรง รู้เห็น เป็น"ปัจจุบัน"

ก่อนหลับตา ควรทำใจ ให้เอิบอิ่ม
พร้อมรอยยิ้ม ฝึกไว้ ไม่หุนหัน
ความไม่ดี ทุกสิ่ง ทิ้งไปพลัน            
ยิ้มทุกวัน ตื่นแลหลับ รับทิวา 

"รอยยิ้ม เย็นเย็น เป็นแบบอย่าง
สรรค์สร้าง ไมตรี ดีหนักหนา
รอยยิ้ม เย็นเย็น เป็นตัวยา
ช่วยรักษา แผลจิต ถอนพิษใจ

ทำไม่ยาก ดอกหนา ถ้าจะยิ้ม
เพียงทำใจ ให้อิ่ม ก็ยิ้มได้
หวังแต่คอย รอยยิ้ม ให้อิ่มใจ
คอยยิ้มใคร ก็ไม่อิ่ม เท่ายิ้มเอง"

ใครคนหนึ่ง แนะนำไว้ ให้นึกขำ
ฝึกประจำ ใบหน้า อย่าเครียดเคร่ง
พูด"สิบสี่" ให้บ่อย คอยบรรเลง
ดุจร้องเพลง ยิ้มซ้ำ ลองทำดู

ยิ้มมิใช่ เผยอปาก จากภายนอก
ควรจะออก จากภายใน ใจเลิศหรู
การส่งยิ้ม ทุกหน ตนย่อมรู้
ยอดพธู ที่"จิกยิ้ม" ไม่พิมพ์ใจ

ยิ้มที่มอบ ควรให้ ด้วยใจเถิด
ยิ้มบรรเจิด สดสวย ด้วยรักใคร่
ยิ้มพิสุทธิ์ ยิ่งเพิ่ม เสริมสายใย
ยิ้มช่วยให้ โลกสดชื่น รื่นรมย์พลัน ๚
.....................................................

หมายเหตุ : ตัวหนาสีแดงจำเขามาแทรกไว้เห็นว่ามีความหมายดี

"จิกยิ้ม"  คำนี้เคยได้ยินจากคำสัมภาษณ์นางงาม ครับผม