เคยไหมเวลาต้องทำอะไรบางอย่างในเวลาอันจำกัดมักจะอ้างนู่นอ้างนี่
ไม่มีอารมณ์บ้างหล่ะ เหนื่อยบ้างหล่ะ เช่นว่าจะซักผ้า กวาดบ้าน
ล้างรถอะไรเงี้ย แล้วก็ไม่ได้ทำ น่านแหละจ๊ะที่เขาเรียกกันว่า
ผลัด(ผัด)วันประกันพรุ่ง (อา ...อาจารย์ภาษาไทยขาหนูสะกดถูกมั้ย
ไม่แน่ใจ) เอาเป็นว่าใช้ภาษาอังกฤษคำนี้นะ
Procastinate
(v) /
Procastination (n) โพรคัสทิเน้ชั่น
For example: Tessie is willing
to do anything that is not related to her study.
She often put off
(เลื่อนออกไป)
doing
her homework. That is called procastination.
เธอยินดีทำทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเรียน
ลีลานัก
อย่างงี้เขาเรียกผลัดวันประกันพรุ่ง หุหุ
สไตล์เค้าหล่ะ
Don’t put off
what you can do today until tomorrow. Tomorrow may never
come.
บ่ายวันอาทิตย์ ป้ากับเรานั่งกินน้ำชาที่สวนข้างบ้าน แดดงี้เปรี้ยงเลย
(โห ที่นี่พอแดดออกที อิฉันแทบจะก้มลงกราบธรณี มันขมุกขมัวได้ทั้งวัน
หนาวอีกตังหาก) ไอ้เราก็ไปเห็นกระจกมันมัวหมอง
เลยบอกป้าว่า
“Can
I clean the window for you?”
“ You can if you really want to.”
ป้าบอก (
เข้าทางแกล่ะ)
อิฉันก็จัดการเช็ดๆ ถูๆ
ท่ามกลางไออุ่นของแดดตอนบ่ายสอง ถูไปถูมาต้องเลิกเพราะแดดเผา
ลืมทากันแดดด้วยสิ ที่นี่มีรูรั่วโอโซนน่ะค่ะ ออกบ้านต้องใส่แว่นดำ
ทากันแดดอย่างแรง โดนแดดมากๆ
เอามะเร็งผิวหนังกลับบ้านไม่รู้ด้วยน่ะ นิสัยคนเราน้อ
งานไหนสำคัญไม่อยากทำ อยากทำงานเล็กที่ไม่สำคัญก่อนทุกที
นักจิตวิทยาเค้าว่าเป็นปัญหาอย่างนึง อาจไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเอง
ไม่รู้จัก priority
อะไรควรมาก่อนมาหลัง
เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยสุภาษิตมากมาย
จำได้มั้ยเอ่ยมีอะไรบ้างมาดูนี่กันเร้วจับคู่กับสุภาษิตไทยว่าไงกัน
อาจไม่แปลตรงเป๊ะเพราะวัฒนธรรมมันต่างกันแต่ไอเดียใช้กันได้
Strike while the
iron is hot.
ให้ตีเหล็กเมื่อร้อน
Make hay while the sun shines.
ประมาณว่าให้ทำงานเมื่อยังมีแรงหรือโอกาส
หรือน้ำขึ้นให้รีบตักนั่นเอง
The early bird
catches the worm.
คนที่กระตือรือร้นหรือขยันมักได้สิ่งดีๆ
ไปก่อน
An ounce of prevention
(ป้องกัน)
is worth a pound of
cure
(การแก้ไข).
กันไว้ดีกว่าแก้
Time and tide wait
for no one.เวลา วารี (และนารี/บุรุษ)
ไม่เคยคอยใคร
ว่าแล้วก็ก้มหน้ารับกรรมไปอ่านหนังสือต่อ(ก็ได้__ฮึ)
เหอะๆ ล้วนแต่ขุดเอาสิ่งเตือนใจมาเขียน ด้วยอิฉันเองเป็นคนสบายๆ
ชมนกชมไม้ ชีวิตมันจาอาไรนักหนา คนเราไม่ได้เกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง
ม่ายงั้นก็เป็นอัจฉริยะเหมือน บิลล์ เกตส์ กันหมด
ชีวิตมีไว้ใช้ให้คุ้มตามหนทางของตน
ไม่ชอบให้ใครมาบังคับให้ทำนั่นทำนี่ คือว่าโดนบังคับแล้วจะทำได้ไม่ดี
ถ้าทำตามใจชอบก็อย่างนี้ไง เขียนบล็อก
หากเขียนเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวได้ก็จะนั่งเขียนให้ทั้งวันทั้งคืนเลยเอ้า
คิคิ ไม่ต้องให้มีประกันคุนนะพะงาบๆ กันให้เมื่อย+++ อุ๊บส์ หะหะ
เวลาเดินคนเดียว ลมแรงๆนี่มันเหงาชะมัด
นี่อิฉันจะต้องอยู่ที่นี่ตั้งสามปีเชียวหรือนี่
(โฮ พึ่งมาได้อาทิตย์เดียว...แง)
เอาน่าเผื่อจะได้เจออะไรตื่นเต้นพรุ่งนี้
แล้วจะมาเล่าให้ฟัง
อย่าผลัด(ผัด)วันประกันพรุ่งTomorrow may never come.
"Don’t put off what you can do today until tomorrow"
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Man In Flame · 17 เม.ย. 2550
ป้าเจี๊ยบ · 17 เม.ย. 2550
Conductor · 17 เม.ย. 2550
ปรีดา · 17 เม.ย. 2550
ปรีดา · 17 เม.ย. 2550
สามปีไวเหมือนโกหกค่ะ (เพราะว่าโกหกจริงๆ:) สู้สู้นะคะ
ผลัดวันประกันพรุ่ง (เปิด Dic ให้แล้วนะคะ อยากรู้เหมือนกัน) เป็นนิสัยที่แอนพยามจะขจัดออกไปจากชีวิตเช่นกันค่ะ พยามมาหลายปี Eat that Frog! ก็อ่านแล้ว ตอนนี้ Go2K ก็เป็นข้ออ้างในการอ้อยอิ่งก่อนจะไปทำสิ่งที่ต้องทำ (คิดไปเองว่า ก็ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงาน ความรู้สึกผิดจะได้ลดลง)
ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ Go2K คงช่วยแก้คิดถึงเมืองไทยให้อาจารย์อ้อยได้ อ้อ แล้วก็เล่น The Sim ใช่มั้ยคะ ถ้างั้นก็คงแก้เหงาไปได้อีกมาก เพราะว่าเพลินและกินเวลาดีแท้ :)แอนก็ชอบค่ะ ติดงอมแงมเป็นระยะ
อาจารย์อ้อม แอนพิมพ์เป็น อาจารย์อ้อย ขอโทษนะคะ อาจารย์อ้อม อาจารย์อ้อม อาจารย์อ้อม แก้คำผิด 3 ครั้งแล้วค่ะ ไม่ลืมแล้ว
Hoho I forgot my The Sim DVD Program at home.!!
`I think I can't play any game now, it will keep me out off track--then everthing will become worse. I am really obsessive when I play The Sim.
Thanks for visiting me pinkyannie
อาจารย์ ไปอยู่ เมืองนอก แล้วเขียน Blog เป็น ภาษาไทย อย่างไรเหรอครับ อยากรู้ อิอิ ขอติดตาม Blog อาจารย์ ด้วยคนนะครับ เผื่อ ภาษาอังกฤษ จะกระเด็นมาใส่สมองน้อยๆ ของผมบ้าง
คิดว่า ระยะเวลา 3 ปี เป็นเหมือนสายลมที่พัดผ่านก็ได้นะครับ จะได้มีโอกาสเข้าใจสายลมของชีวิตได้มากขึ้น
หรือไม่ก็คิดว่า เป็นโอกาสที่ดีของชีวิต เหมือนตัวเองได้กลับเป็นดักแด้ และมีวันเวลาที่จะอยู่ในรังไหมได้นาน 3 ปี เพื่อเข้าใจและเรียนรู้ สิ่งที่เราไม่ได้มีโอกาสหยุดนิ่งและมองตัวเอง หรือกระทั่งได้มีโอกาสเก็บสะสม จนกระทั่งสั่งสมเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับความคิด จิตใจ และมุมมองของชีวิต
แล้ววันหนึ่ง พอผ่านไป ผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการได้โบยบินอีกครั้งนะครับ เป็นเหมือนกับการออกจากรังไหม เมื่อผ่านระยะเวลา 3 ปี นั้นไป
มองให้เห็นว่า ชีวิตกำลังเรียนรุ้นะครับ
จะได้มีความสุขกับชีวิต และมีรอยยิ้มในการก้าวผ่านสายลมหนาวของชีวิต
ชีวิตที่มีอยู่ก็นิดเดียวครับ ลองนึกดูว่าเราอยู่กันปีหนึ่งก็ 365 วันนะครับ สิบปีก็ 3,650 วันเท่านั้น
ร้อยปีก็ 36,500 วัน เราก็คงอยู่ไม่ถึงสามหมื่นวันนะครับ ถ้าเปรียบเป็นเงินบาท ใช้คงไม่กี่วันก็หมดสามหมื่นนะครับ
อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด...
ออ...หนึ่งในสามของเวลาเราใช้ในการนอนนะครับ เหลือใช้จริงๆก็ไม่เกินสองหมื่นวันละครับ
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ เรียนจบเร็ว ๆ
Thank you everybody
I’m procastinating anyway…5555
อิอิ จริงๆแล้วอาจารย์ ม.น. น่ารักเยอะแยะ
เต็มไปหมด! จริงจริ้ง
ขอบคุณค่า
(บ้ายอเสียด้วยสิเรา)
เอ้ายกหางหน่อย (แมว คิดอาไร 55555)