คุณหมอสุพัฒน์ (kmsabai) ถามมาว่า 

  1. การบริหาร จำเป็นต้องเรียนจริงๆ จังๆ หรือไม่
  2. ขอคำแนะนำเรื่องสิ่งสำคัญหรือขั้นตอน ที่ช่วยให้เรียนรู้ เข้าใจและเชื่อมโยงแนวคิดได้อย่างถูกต้อง

ผมอยากเป็นวิศวกรมาตั้งแต่เรียนมัธยมครับ และเรียนวิศวกรรมมาเป็นพื้นฐาน แล้วไปเรียนบริหารด้วยเหตุผลที่ขณะนั้น (นานมากแล้ว) กำลังสนุกกับงาน ไม่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยหาเหตุเรียน MBA; ตอนที่เรียนจบ ก็มั่นใจมากเลยครับ ว่าถ้าให้บริหารกิจการใด เจ๊งแน่ๆ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น; สมัยที่เรียน ก็เรียนเหมือนเป็นงานอดิเรก แต่ทำงานเป็นเรื่องจริงจัง แต่ได้วิชามาเยอะเหมือนกันครับ (ได้เพื่อนดีๆ มาหลายคน ได้ความมั่นใจ+ความรู้สึกดีมาด้วย)

พูดอย่างนี้เดี๋ยวครูบาอาจารย์จะมาว่าเอาว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ประเด็นคืออย่างนี้ครับ

  • เครื่องปรุง เวลาจะใช้ก็ยังต้องเจือจางเสียก่อน ไม่มีใครกินน้ำปลาจากขวดใช่ไหมครับ หรือเวลาให้ IV ก็เอาตัวยาบริสุทธิ์ไปละลายก่อนตามความเข้มข้นที่ต้องการ และให้ในอัตราที่ต้องการใช่ไหมครับ
  • ความรู้ทางทฤษฎี และองค์ความรู้ก็เช่นกันครับ หากรับมาแล้วนำไปใช้ทั้งดุ้น แทนที่จะช่วย กลับอาจทำให้ช๊อคตาย (รู้เรื่องคนเดียว คนอื่นๆ เค้าหน่ายกันหมด)
  • องค์ความรู้ไม่ลอยน้ำ+ไม่ละลายน้ำ+ไม่ลอยไปในอากาศ; ถ้าอยากได้ ต้องแสวงหาเอา ไม่ใช่รอใครมาจับยัดลงไปในสมอง; ยัดอย่างไรก็ไม่เข้าครับ ติดกะโหลก
  • องค์ความรู้จะมีประโยชน์หรือไม่ ขึ้นกับว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หรือไม่; หากประยุกต์ไม่ได้ ก็เป็นอาการความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด
  • การที่จะประยุกต์ได้ มีสององค์ประกอบเป็นอย่างน้อยคือ รู้จนเข้าใจจริง-พลิกแพลงได้ และมีโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้นั้นให้เป็นประโยชน์
  • ดังนั้น การเรียนตามกระบวนการศึกษาตามรูปแบบมาตรฐาน จึงเปรียบเหมือนการลงทุนครับ บางทีเรียนแล้วได้ใช้ความรู้ตรงกับวิชาชีพ ก็จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล บางทีไปทำงานนอก field สิ่งที่เรียนมาก็ไม่ตรงกับงาน; แต่ถึงเรียนมาไม่ตรง ก็ไม่ได้มีข้อสรุปว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะคนเราถ้าหากจะเรียน ก็เรียนรู้ได้ตลอดเวลา; ถ้าไม่อยากเรียน ต่อให้จับเข้าห้อง ก็จะไม่ได้อะไรออกมาครับ

คำถามแรกว่า "เรื่องการบริหารจำเป็นต้องเรียนหรือไม่" ผมคิดว่าไม่จำเป็นครับ แต่ถ้าเรียนมา ก็น่าจะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น มีความรู้ที่ถูกย่อย-ถูกกลั่นกรอง-ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าเคยใช้ได้

ในความหมายของผม การบริหารคือการจัดสรรทรัพยากร(คน เงิน เวลา/โอกาส)อย่างเหมาะสม เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าประสงค์ การจัดการหมายถึง การเอาชนะข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าประสงค์ นิยามเหล่านี้ไม่ตรงกับที่ผู้รู้หลายท่านให้คำจำกัดความไว้ (แต่ผมเฉยๆครับ ตราบใดที่มันยังใช้ได้)

เราไม่ได้ไปเรียนการบริหารเพื่อเอาสูตร มาจัดสรรทรัพยากร เราไม่ได้ไปเรียนการบริหารเพื่อเอารายการวิธีการ ที่จะเอาชนะข้อจำกัดมาใช้; ทั้งทรัพยากร ทั้งข้อจำกัด เป็นเรื่องเฉพาะตัวขององค์กร แต่ละองค์กรก็แตกต่างกันไป และแตกต่างกับที่อยู่ในตำรา-กรณีศึกษาอย่างแน่นอนครับ

เราใช้สามัญสำนึก+ความคิด+ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในองค์ประกอบต่างๆ ขององค์กร+ความเข้าใจในพลวัตของสิ่งที่อยู่รอบๆ มาจัดทัพเพื่อนำองค์กรให้บรรลุเป้าหมายครับ

สำหรับคำถามที่สองเรื่อง "ขอคำแนะนำเพื่อช่วยให้เรียนรู้ เข้าใจ และเชื่อมโยงความคิดได้อย่างถูกต้อง"

อันนี้ต้องตีความคำว่า "ถูกต้อง" เสียก่อนครับ ถ้าถูกต้องแปลว่าตรงตามตำรา ผมแนะให้ไปเรียนครับ; ถ้า "ถูกต้อง" แปลเหมือนที่ผมป้ายสีเหลืองไว้ท้ายคำตอบแรก ลองใช้วิธีการ/หลักการต่อไปนี้ได้ครับ

สำหรับการเรียนรู้

  • เช่นเดียวกับการทำงานใดๆ ใช้หลักอิทธิบาท ๔ เป็นหลักครับ
  • เรียนรู้ทุกโอกาส; หากัลยาณมิตรแลกเปลี่ยนความรู้; ฝึกฝนจนแตกฉาน
  • KM ครับ มี K เป็นสาระ มี M เป็นรูปแบบวิธีการ; ต้องรู้ว่า K อยู่ตรงไหน เปิดหนังสืออะไร ถามใคร; เก็บความรู้ที่แม้ไม่เข้าใจ ลงลิ้นชักไว้ก่อน; เวลาแคะกระปุกเอาเงินไปใช้ ไม่ว่าเหรียญหรือธนบัตร ก็เงินซื้อของได้เหมือนกันนะครับ
  • การเป็นคนช่างสังเกต อ่านคนเป็น เห็นในสิ่งที่ไม่ได้ดู ฟังในสิ่งที่ไม่ได้พูด -- พวกนี้จะช่วยครับ
  • ประสบการณ์จะช่วยเชื่อมโยงแนวคิดครับ พวกนี้ใช้เวลาบ้าง แต่ทักษะอื่นๆ ก็ใช้เวลาฝึกเช่นเดียวกัน

สำหรับการปฏิบัติฝึกฝนตน
<ul>

  • ขอสองข้อแรกในมรรค ๘ เป็นอย่างน้อยครับ สัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ; เป็นเรื่องที่อยู่ในใจทั้งคู่
  • เข้าใจบทบาทอย่างชัดเจนครับ: ผู้บริหารอยู่ในระดับสูง มองเห็นภาพใหญ่ มองทิศทางชัด แต่มองรายละเอียดไม่ชัด; ถ้าเป็นเรื่องในรายละเอียด ต้องขอความรู้จากผู้ปฏิบัติซึ่งอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์มากกว่า เขามองภาพชัดกว่า; อย่าได้หลงไปกับความยิ่งใหญ่อลังการของตำแหน่งหน้าที่นะครับ
  • การจัดการคนยาก-เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะคนมีความแตกต่างกัน มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน; อย่าเอาตัวเราหรืออุดมคติของเรา impose ลงไปนะครับ จะมีแต่ผิดหวัง เขาไม่ใช่เรา ยังไงก็ไม่เหมือนกัน; ต้องใช้วิธีปรับตัวเข้าหากันครับ
  • </ul>