เป็นเรื่อง ของชื่อพี่คนหนึ่งครับ ในกลุ่มของพี่ที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี

          "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" มันหมายถึง ชื่อคนหนึ่ง คนที่ก๊วนผม ไม่อยากจะเอ่ยขึ้น ครับไม่ว่าจะที่ใดเมื่อใดก็ตาม

          ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่ผม อยู่ปี 2 ครับ เป็นวัยกำลังคะนอง แต่ไม่ได้เป็นไปทางที่ไม่ดีนะครับก็ เป็นเด็กไร้เดียนสาทั่วไป ตามประสา ได้ฟังคำบอกเล่าจากรุ่น พี่คนหนึ่งว่า เค้าเคยเอ่ยชื่อๆ คนๆ หนึ่งที่เค้าไม่อยาก เอ่ยขึ้นมา ซึ่งคนๆ นั้นเค้าได้ซิ่วมาเรียนรุ่นเดียวกับผม ครับ รุ่นพี่เค้าเล่าให้ฟังว่า " อย่าเอยชื่อคนๆ นั้นโดยไม่จำเป็น ถ้าไม่เช่นนั้นอาจะเจอเรื่องที่ไม่ดี เกิดขึ้นก็ได้ " ผมก็ด้วยความที่ไม่ค่อย เชื่อเท่าไร ถ้าไม่ได้พิสูจน์

          เวลานั้น เป็นเวลา โพล้เพล้ สัก 6 โมงเย็นได้ ผมซ้อนรถไปกับรุ่นพี่คนที่เล่าเรื่อง อาถรรพ์เอ่ยชื่อให้ฟัง  แล้วผมก็ ดันนึกขึ้นพอดีครับ ก็เลย ถามไปว่ามันจิงเหรอ เรื่องการเอ่ยชื่อ พี่คนนี้ แล้วผมก็ได้ เอ่ยชื่อ ออกไป พี่ที่ไปด้วยตอบกลับ ผมมาว่า "แกจะเอ่ยชื่อ ทำไมว่ะ เดี๋ยวก็ได้เรื่องหรอก" แล้วก็ เงียบไป อ่ะ ไม่ถามอีกก็ได้ ผม นึกในใจ อ่อลืมบอก ผมขี่รถมอเตอร์ไซต์ กลับเข้ามหาลัยครับ โดยมากับกลุ่มเพื่อน ซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ ตามมาอีก 2 คัน เมื่อผม เอ่ยชื่อจบไป สักพัก เพื่อนก็ ขี่รถแซงไป คันที่ 1 คันที่ 2 ดูเหมือนเหตุการณ์จะเป็นปรกติ ดีหลังจากที่เอ่ยชื่อคนๆนั้นแล้ว

          "แวะเข้าปั๊ม หน่อยไหม" ผมถาม
          " อืม เดี๋ยวเข้าปั๊มหน้า เติมน้ำมันแล้วกัน " พี่เค้าตอบกลับมา
          
          ขับได้สักพักมาถึงปั๊ม อ้าวปั๊มปิดซะงั้น ทำไงดี ความซวยเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะทุกทีมันไม่น่าปิดนี่นา เลยนึกถึง อาถรรพ์ การเอ่ยชื่อขึ้นมา

          " คงถึงมอพอดีมั้งเดี๋ยวไปเติมแถวๆ มอก็ได้ " พี่พูดออกมา ก็เลย ขับรถไปต่อ

          ปั๊กๆๆๆ ปั๊กๆๆ ปั๊กๆ ปืดดดดดดดดด  เสียงรถมอเตอร์ไซค์ ดับ เอาแล้วซิ เข็น แล้ว ระยะห่างจากที่รถดับก่อนที่จะถึง มหาลัย ได้สัก 5 กิโลเมตรได้ ก็ช่วยกันเข็น นึกถึงอาถรรพ์ การเอ่ยชื่อได้ทันที 

          เพราะ พี่เล่าให้ฟังว่า หากเอ่ยชื่อคนๆ นี้แล้วจะมีแต่เรื่องซวยๆ มีพี่คนหนึ่ง รุ่นเดียวกับพี่คนที่เล่าให้ฟังเนี่ยเหละครับ เอ่ยชื่อ พูดถึงคนๆ นี้ขึ้นมา  ปรากฏว่า รถ น้ำมันหมดบ้าง ยางรั่วบ้าง เค้าก็เลยไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องคนๆ นี้เท่าไร เพราะพูกถึงหรือ เอ่ยชื่อถึงก็ จะเกิดเหตุการณ์ ไม่ค่อยดี อย่างเช่น ตอนที่ผมได้เข็นรถมอเตอร์ไซค์กับ พี่กลับมหาลัย

          จากวันนั้นถึงวันนี้ เหตุการต์ ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่อาถรรพ์ ไม่ได้ลดลงเลย ผมได้มีโอกาสเจอ พี่ที่พาไปเข็นรถเพราะน้ำมันหมด ด้วย กับเพื่อนพี่ ซึ่งผมก็รู้จักดี และพี่เค้าก็รู้ถึงอาถรรพ์นี้ดี ผมได้ไปทานข้าวเย็น และพูดคุย ตามประสาคนสนิท และผมก็นึกถึงอาถรรพ์นี้ขึ้นมา ก็เป็นประเด็นขึ้น แต่ไม่มีใคร กล้าเอ่ยชื่อคนๆ นี้แต่จะใช้ คำว่า คนที่คุณก็รู้ว่าใครแทนการเอ่ยชื่อ  แต่ผมก็สร้างปัญหาอีกครับ ดันเผลอ เอ่ยชื่อขึ้นมา ทุกคนนิ่งสนิทไป ผม ก็ไม่รู้ว่าผมได้เอ่ยชื่อไปแล้ว ประมาณว่ายังไม่รู้ตัว พี่เค้าก็ เลย บอกว่า "แกเอ่ยชื่อขึ้นมา แล้วล่ะ" ผมซ้อนรถกันมากินข้าวด้วยกัน 3 คนครับ รถก็เป็นคันเดียวกันที่เกิด เหตุ ในวันนั้น  เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็ กำลังซ้อนรถกลับ

          คนขับสตาร์ท รถ ผมนั่งกลาง พี่อีกคนนั่งท้าย รถออกตัวได้สักระยะนึง รถก็เริ่มส่ายเสียการทรงตัว  พี่ก็เลยหยุดรถ แล้วก็ลงมาดู มอไซค์ โอ้ว ยางแบนครับ อาถรรพ์ มันยังไม่เสื่อมคลายอีกเหรอเนี่ย เอ่ยชื่อปุ๊บ ไม่ถึง ชั่วโมง เกิดเรื่องเลย เลยต้องเข็นรถมา ที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ เข็นไปร้านไหนก็ ไม่เปิดครับ เพราะเป็นช่วงสงกราน ผู้คนเพิ่งกลับมาจากบ้านกับ เข็นรถไปนาน ถึงข้างมหาลัย ไปเจอร้านหนึ่งเกือบปิด แต่พอดีเห็นพี่คนที่ซ่อมรถเดินออกมาก็ เลยขอให้พี่เค้าปะยางให้หน่อย เฮ้อ โล่งอกไปที

         ตกลงผมก็ยังไม่รู้ว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือ แรงอาถรรพ์ กันแน่ เพราะเอ่ยชื่อ ก็มีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีเกิดขึ้น เลยดีที่ไม่มีใครเลือดตกยางออกนะครับเนี่ย  ถ้าพวกพี่ๆที่รู้จัก เรื่องนี้กันดีคงต้องหัวเราะ กับความไม่เชื่อเรื่อง อาถรรพ์นี้ แน่แล้ว ก็ต้องบอกว่า "เห็นไหมข้าบอกเอ็งแล้ว"

          เล่ามาถึงตรงนี้ แล้วก็ ไม่รู้ว่าใครจะเชื่อหรือ ไม่เชื่อนะครับ แต่ผม ก็ไม่กล้าจะเอ่ยชื่อนี้ โดยไม่จำเป็นอีกแล้วล่ะ เข็ด