วันนี้โชคดีได้มีโอกาส M2M กับท่านครูบาฯ (หมายถึง MSN to MSN ค่ะ) … ได้สนทนาเกี่ยวกับการเขียนบล็อกที่นักศึกษาบางท่านที่ถูกกำหนดให้เขียนบล็อกอย่างน้อย 3-4 วัน ต่อ 1 บันทึก แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเขียนได้...
ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การเขียนบล็อกเป็นกระบวนการในการฝึกฝน ซึ่งท่านกล่าวว่า “บล็อก สอนทุกอย่าง วิธีคิด ใคร่ครวญ เป้าหมาย ประเด็น ตรงนี้ต้องเข็นกัน ทำให้ชัดๆ มันต้องฝึกฝน ไม่มีใครเก่งวันเดียวได้”….
ดิฉันเองก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้นจริง การที่เราจะเขียนอะไรได้เราต้องชัดเจนในประเด็นว่าเราต้องการให้ผู้อ่านได้อะไร จากบันทึกของเรา ซึ่งเราจะต้องพล็อตเรื่อง คิดลำดับขั้นตอนในการที่จะเขียน ซึ่งตรงนี้น่าจะช่วยฝึกให้เราคิดเป็นระบบได้ดียิ่งขึ้น และแน่นอน คงไม่สามารถเขียนให้สมบูรณ์ได้ในทันที การเขียนเป็นทักษะ ต้องฝึกฝน ถ้าไม่เขียนได้แต่คิดแล้วจะเขียนได้อย่างไร ใช่มั้ยค่ะ
ท่านละค่ะ ท่านมีเทคนิคอะไรในการเขียนบล็อกบ้างนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะค่ะ
มีเทคนิคหนึ่งค่ะ คือเทคนิคเกี่ยวกับการนำรูปภาพขึ้นบล็อก ดิฉันได้เรียนรู้จากครูเสือและน้องแป๊ด ในช่วงที่ไปรวมพลในวันญาติที่รัก ก๊วนเฮฮาศาสตร์ ณ สวนป่า แห่งครูบาสุทธินันท์ ค่ะ
นั่นคือเทคนิคการจัดรูปในโปรแกรม PowerPoint แล้ว save ในรูป JPEG file ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำไฟล์ขึ้นใน G2K ได้ และในมาลงในบันทึกได้สวยเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลองมาดูภาพกันนะค่ะ...</p>



</font></span></span></strong></span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ดูภาพแล้วเป็นอย่างไรบ้างค่ะ ถ้าชอบก็ลองทำดูนะค่ะ... <p> </p>
ใช่ค่ะ นำรูปมาแทรกลงใน powerpoint แล้วจัด หรือ เขียนคำอธิบายเหมือนเราทำ powerpoint ทั่วๆ ไปค่ะ แต่ทำเพียง slide เดียว แล้ว save เป็น JPEG file ค่ะ…ลองดูนะค่ะ
โอ้โห............ ดอกไม้สวยมาก ขออนุญาต Copy เก็บไว้นะ
ตัวเองเป็นคนไม่ค่อยชอบเขียนเท่าไร (ตอนสมัยเรียนlv[ตกเรียงความ) เคยชอบตกแต่ง Blog ทำมาอยู่ช่วงนึง พอทำเป็นแล้ว รู้สึกว่ามันค่อนข้างเสียเวลาสำหรับเรา มีหลายๆ Web ที่เปิดให้ทำ Blog
ลองดูนะค่ะ ใส่มากกว่า 3 ก็ได้ค่ะ 4-6 ภาพก็ได้ มากกว่านี้ภาพอาจจะเล็กเกินไป เวลาโหลดก็โหลดครั้งเดียวไม่ต้องทำทีละรูปค่ะ…สะดวกดี แต่อาจเสียเวลานิดหน่อยตอนทำ powerpoint ค่ะ
ด้วยความยินดีค่ะ save เก็บได้ค่ะ ยังมีภาพดอกไม้อีกเยอะค่ะ ลองเข้าไปดูใน ไฟล์อัลบั้ม ในเมนูเครื่องมือนี้ดูนะค่ะ มีภาพดอกไม้สวยๆ อีกเยอะค่ะ…ไม่หวงค่ะ ….อิอิอิ
อ.จ.ถ่ายรูปได้สวยนะคะ ชัดมากด้วย ใช้กล้องอะไรหรือคะ
ดีจังคะ การพบปะกันได้เรียนรู้กัน สอนเทคนิคต่างๆ
ด้วยเวลาอันน้อยนิด....เสียดายไปนอน คืนเดียว และกิจกรรมเยอะคะ
เรื่องฝึกนักศึกษา เขียนบล็อก น่าสนใจจังคะ น่าสนับสนุน....
น่าจะสนุก ตรงที่ว่า แต่ละคน มีเรื่องราวที่น่าสนใจ
ถ้าเราคุยกับเขา...แต่เขาไม่รู้ว่า ตัวเองมีเรื่องน่าสนใจ
และไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร.....
เพราะเคยคุยกับ นักศึกษาเยอะ ฟังไปฟังมา...ฟังแล้ว
โ อโฮ....มีเรื่องราวเยอะเลย....เรื่องของวัยรุ่น
ประสบการณ์เดิม กับประสบการณ์ใหม่
สวัสดีค่ะ กลับจากสมุยยังค่ะ...ใช้กล้อง Casio Exilim 5 ล้าน pixels ค่ะ แต่เวลาถ่ายใช้แค่ขนาด 1600 x 1200 pixels แล้วก่อนมาลงบล็อกก็ resize อีกครั้งค่ะ
ส่วนกล้องที่กล้องกล้องตัวเล็กคือ Fujifilm FinePix S6000fd ค่ะ เพิ่งได้มาไม่ค่อยได้ใช้ ตัวโตหอบไม่ค่อยสะดวกค่ะ
สวัสดีค่ะ เสียดายค่ะ จริงๆ แล้วเวลาที่ชาวบล็อกได้พบกัน เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิค สิ่งละอันพันละน้อยกันค่ะ ... ดีมากๆ ไว้โอกาสหน้าคงได้ ลปรร กับคุณดอกแก้วบ้างนะค่ะ
สำหรับเรื่องการเขียนของนักศึกษาสมัยนี้ เป็นปัญหาจริงๆ ค่ะ เขาเขียนกันไม่เป็น ... ก็มีความคิดว่าจะใช้บล็อกกับนักศึกษาเหมือนกันค่ะเทอมหน้า ... ซึ่งก็คงจะได้ใช้บริการ ในส่วนของ Learners ค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ พี่บางทรายที่ได้กรุณาต่อยอด ... เป็นข้อแนะนำที่จะช่วยให้เห็นภาพได้มากขึ้น เมื่อคิดจะฝึกเขียนค่ะ
ในส่วนของ 3 องค์ประกอบนั้น ก็ใช้ค่ะ คือเวลาเขียนในหนึ่งย่อหน้าจะประกอบด้วย 3 ส่วนที่กล่าวมาค่ะ และในแต่ละย่อหน้าก็จะประกอบด้วยประเด็กหลักเพียงหนึ่งประเด็นค่ะ ... ขอบคุณพี่บางทรายมากๆค่ะ ที่ช่วยเตือนให้นึกถึงหลักการเขียนในข้อนี้ด้วย....
บล็อกช่วยให้ดิฉันกล้าเป็นตัวเอง และกล้าสื่อสารด้วยการเขียนอย่างที่ตัวเองคิด (หลังจากที่ได้ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง และทบทวนแล้ว)ค่ะ
และบล็อกยังช่วยให้คนที่สนใจตรงกัน ได้มีโอกาสสื่อสารกันด้วย การได้สื่อสารกับคนที่คิดเหมือนกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างสื่อสารความคิดของตนได้ อย่างเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
บล็อกช่วยให้เห็นหน้าคนที่เราคุยด้วย ถึงแม้จะยังไม่เห็นตัวจริงก็รู้สึกดีไปก่อนแล้วอ่ะค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ อาจารย์แป๋ว :)
สวัสดีค่ะอาจารย์ เห็นด้วยกับอาจารย์ทุกข้อเลยค่ะ ขอต่อว่าเมื่อพบกันแล้วก็ยิ่งสนิทสนมคุ้นเคย เป็นกัลยาณมิตรกัน เป็นเครือข่ายกัน และร่วม ลปรร ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ยังไม่กลับค่ะ ยังอยู่สมุย แต่เอาcom มาด้วย พอหลานหลับก็มาเปิด นอนทีก็2 ช.ม.เขาเหนื่อย เอาเขามาลงสระเช้า เย็น ชอบมาก ก็ซ้อมมาแต่บ้านแล้ว เอาไปชายหาด 10 เดือนเล่นทรายไม่เป็น จะกินทรายเสียนี่ ตอนขึ้นเครื่องบิน เขาเอาseat belt มารัดให้ ก็เบะนิดหน่อย แล้วก็ไม่ว่าอะไร
กล้องอ.จ.ดีนะคะ แต่ตัวของดีน่ะ ตัวใหญ่ ของดิฉันเล็กกว่า ลูกบอกกล้องตัวใหญ่ แม่จะไหวเหรอ เกะกะจะตาย แสดงว่าชอบกล้องจริงนะ คุณแป๋วคะ
รูปนาฬิกา ก็เอากล้องเล็กถ่ายค่ะ ใกล้ๆก็ชัดหน่อย ลองcomment หน่อยซีคะ
ไปดูรูปนาฬิกามาแล้วค่ะ สวยคมชัดมากเลยค่ะ เป็นนาฬิกาเรือนใหญ่รึปล่าวค่ะ เพราะลองถ่ายนาฬิกาข้อมือแล้วไม่ชัดค่ะ
กล้องตัวใหญ่ยังไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ คงต้องใช้เวลาศึกษาสักพัก อีกอย่างหอบหิ้วไม่ค่อยสะดวกค่ะ ตัวเล็กถ่ายง่ายดี
ดีจังเลยนะค่ะ แอบดูภาพอื่นๆด้วยค่ะ สวยมาก ชอบที่สีสันธรรมชาติ และคมชัดมากค่ะ ... คุณsasinanda ถ่ายรูปเก่งจังค่ะ ถ้ามีอะไรแนะนำ ช่วยกรุณาแนะนำด้วยนะค่ะ...
ดีจังได้ความรู้ใหม่ๆ..จะลองทำดูค่ะ.ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ^_^
เห็นด้วยค่ะว่า การเขียนเป็นการฝึกรูปแบบกระบวนการคิดของเรา ให้เป็นระบบยิ่งขึ้น เพราะก่อนที่เราจะเขียนเป็น เราต้องคิดเป็นก่อน
การเขียน จึงเหมือนการทำอาหาร.. นั่นคือต้องมีเครื่องปรุง ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูล ประสบการณ์ ความรู้ ฯลฯ ต่างที่อยู่ในตัวเรา และรอบตัวเรา จากนั้นต้องเอามาผ่านกระบวนการปรุง ซึ่งก็คือการคิด
ผลที่ได้จากการเขียน จะทำให้ผู้อ่านได้รู้ว่า คนเขียนคิด และมีกระบวนการคิดอย่างไร
ส่วนการเขียนลงบล็อก ก็คงเหมือนอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วใส่จาน บางครั้ง..อาหารอร่อยอย่างเดียวก็ไม่เชิญชวนให้คนอยากเข้ามากิน มันต้องกระตุ้นด้วยการตบแต่งอาหารในจานให้ดูน่ากิน ด้วยการจัดรูปแบบข้อความให้อ่านง่าย สบายตา การใส่รูปภาพ การเว้นช่วงย่อหน้าเพื่อพักสายตา ทำให้คนอ่านช้าลง จะได้ซึมซับอรรถรสให้เกิดการคิดตาม ในบทความนั้นๆมากขึ้น
แต่อาหารดี รสชาดอร่อย ตบแต่งสวยงามก็คงยังไม่เพียงพอ ที่สำคัญ.. พ่อครัวแม่ครัว หรือเจ้าของร้านอาหาร ก็ต้องมีอัธยาศัยไมตรีน่ารัก พูดคุยดีมีมนุษย์สัมพันธ์ นั่นจะยิ่งเรียกลูกค้าให้เข้ามาชิมและติดใจ จนต้องหวนกลับมาอีกครั้ง
สำหรับเทคนิคที่ใช้ในการเขียนของ k-jira คือ ความชัด ค่ะ ก่อนที่จะเขียนเรื่องอะไร ก็ต้องคิดเรื่องนั้นให้ชัด เข้าใจให้ชัด เห็นภาพให้ชัด จากนั้น..ก็ค่อยลงมือเขียนเล่าในสิ่งที่ตนเองคิด เพื่อให้คนอ่านเห็นภาพตาม
ซึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ เมื่อคนอ่านอ่านจบ เขาควรจะเข้าใจจับประเด็นได้ว่า เราต้องการบอกอะไรแก่เขา ถ้าหากประเด็นนั้นกว้าง พูดออกนอกรั้วมากไป ก่อนจะจบ ก็ควรจะดึงกลับมา หรือไม่ก็สรุปสั้นๆไว้ในย่อหน้าสุดท้าย
อันที่จริง k-jira ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนักหรอกค่ะ แต่ก็พยายามที่จะเขียนออกมาให้ได้แบบนั้น เขียนจบก็จะอ่านทวนทุกครั้ง ว่าเราเข้าใจที่เราเขียน สิ่งที่เขียนสื่อออกไปชัดเจน และตรงกับที่เราต้องการหรือไม่ คอมเม้นต์จากคนอ่าน จะเป็นสิ่งหนี่งที่ช่วยประเมินเราได้ว่า ผู้อ่านเข้าใจ ตรงกับสิ่งที่เราจะสื่อบอกเขาหรือไม่
แต่ก็มีอยู่หลายครั้ง ที่เราอยากจะบอกอย่างหนึ่ง แต่กลับเขียนไปอีกอย่าง ที่ทำให้คนอ่านตีความผิดไปจากที่เราอยากจะบอก อันนี้ถือเป็นการสื่อสารที่ผิดเพี้ยน ซึ่งคงต้องใช้การฝึกฝน ในการหาคำ รูปแบบสำนวน การเรียงประโยคที่จะใช้ในการสื่อข้อความออกไปใหม่ บางคนมีข้อมูลและเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่า แต่ไม่รู้จะเขียนอย่างไร เทคนิคการฝึกที่ k-jira ใช้ คือการสังเกตตนเอง ความรู้สึกของตนเอง ความคิดของตนเอง รวมไปถึงสังเกตสิ่งรอบข้าง จากนั้นก็หมั่นบอก อธืบายกับตนเอง ว่าเวลานี้เรากำลังคิดอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไรอยู่ และต้องการอะไรอยู่
จากนั้นก็พูดออกมาเบาๆกับตนเอง เหมือนกับเล่าให้ตนเองฟัง แล้วเอาสิ่งที่เราพูดนี่แหล่ะ มาเรียบเรียงเขียน ตอนแรกๆ ก็อาจจะไม่เรียงต่อเป็นลำดับ แต่ก็พิมพ์ (หรือเขียน) ไปก่อนเถอะ เมื่อเขียนจบแล้ว ก็ค่อยเอามาเรียบเรียงใหม่อีกที
นั้นก็คือวิธี หรือ เทคนิค ส่วนตัวในการฝึกเขียนของ k-jira ค่ะ
....................
ปล.. รูปดอกไม้สวยมากเลยค่ะ เห็นแล้ว ชักอยากไปถ่ายรูปดอกไม้ตอนเช้าๆอีก
แต่รูปไหนๆ ในบันทึกนี้ ก็ไม่สวยเท่ารูปนี้นะคะ
ชอบจังเลยค่ะ ^________^
สวัสดีค่ะ ลองทำดูแล้ว ขอดูผลงานบ้างนะค่ะ…ยิ้ม ยิ้ม
ผม ก็พยายามเขียนครับ แต่ เขียนทุกครั้ง มันเหมือนวนในอ่าง อ่ะครับ พยายามเขียนให้ คนอ่านเข้าใจ แต่ก็วนในอ่าง เราก็รู้ว่าวนในอ่างก็ เลยเขียนรายละเอียดให้คนอ่านเข้าใจ ขนาดตอบยังวนในอ่างเลยนะเนี่ย แก้ยังไงดีอ่ะครับ ^_^”