• ขอบคุณมาก อ. paew
  • ดอกไม้สวยจริงๆ
  • น่าสนใจกิจกรรมที่ให้ นักศึกษาทำ ผมสนับสนุนด้วยครับ เด็กสมัยนี้เขียนบันทึกไม่เป็น จับความไม่ได้ ทำการสรุปไม่ได้  พูดได้ แต่เขียนไม่ได้
  • ผมขออนุญาตเสริมท่านครูบานะครับ ความจริงหลักการเขียนมีหลาย สไตล์ของใครของมัน
  • หากถามถึงหลักการทั่วไปล่ะ ผมว่ามีหลายคนกล่าวไว้บ้างแล้วนะครับ ดูเหมือนจะผ่านๆตาอยู่  แต่ที่จพเสริมก็เป็นแนวมาตราฐานของนักหนังสือพิมพ์ครับ  อ. อาจจะเชิญนักหนังสือพิมพ์ในขอนแก่นไปเล่าให้ฟังก็ได้  หากรู้จักนักเขียนก็เชิญไปเล่าให้ฟังก็ได้  เป็นการเพิ่มเติม
  • หลักคร่าวๆของนักหนังสือพิมพ์มี 3 step ครับ
  • Step  1 Forward นั้นเป็นการเกริ่นนำหัวเรื่อง สั้นๆพอได้ใจความว่าต่อไปนี้จะเป็นเรื่องอะไร  อาจจะเพียง 1-3 บรรทัดเท่านั้น ส่วนนี้ต้องใช้หลักการย่อความเอาแต่สาระ Key word มากล่าว ไม่มีรายละเอียดอะไร
  • Step 2 เป็นตัว Main story คราวนี้เอารายละเอียดของหัวเรื่องนั้นมาขยายรายละเอียดให้หมด  โดยมีสาระอย่างที่เราทราบกันดีคือ  who what  when where why how และอาจจะมีสลับกันก็ได้แต่ให้เกิดความเข้าใจต่อผู้อ่านครับ  ส่วนนี้เมื่อเขียนไปมากๆก็มีลูกเล่น มากมาย ลองสังเกตุของท่านครูบาก็ได้
  • Step 3 Conclusion สรุปปิดท้าย เอาสาระสำคัญมาสรุปอีกทีหนึ่งให้เกิดความชัดเจนขึ้น เพื่อย้ำความเข้าใจ
  • เมื่อลองเขียนได้อย่างนี้แล้ว ก็ดัดแปลงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเขียน Blog ว่าเป็นแบบไหน อย่างที่ท่านครูบาสรุปเมื่อหลายวันก่อนน่ะครับ  ว่าเป็นแบบ / เล่าเรื่อง  /  แบบตั้งประเด็นถาม / สรุปข้อมูลมานำเสนอ / แบบฯลฯ ก็ดัดแปลงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์นั้นๆครับ
  • สำคัญคือ แรกๆเราก็เขียนใน word ออกมาก่อน  แล้วอ่านทบทวนแล้วแก้ไขดัดแปลงให้เหมาะสม แล้ว copy ลงใน blog ครับ
  • หากผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนต้องขออภัยครับ อาจารย์ครับ  
  • สนับสนุนให้นักศึกษาฝึกกการเขียนครับ การเขียนต้องรวบรวมสมาธิ มาก จะทำให้สมองเราเป็นระบบมากกว่าการพูดครับ