รายงานชีวิตประจำวันของนักศึกษาปริญญาเอกภาษาอังกฤษ
ตอนนี้อยู่บ้านที่กาญจนบุรี ความรู้สึกของคนที่อยู่บ้านอาจต่างกันไป เนื่องจากผู้เขียนห่างจากบ้านตั่งแต่ยังเด็ก พ่อผู้เขียนเสียชีวิตตั้งแต่ผู้เขียนอยู่ชั้นประถมศึกษา เป็นโชคดีที่หลวงพี่รูปหนึ่ง ขอผู้เขียนมาอยู่ที่วัด นั่นแหละทำให้ชีวิตที่จากบ้านมาตั้งแต่เด็กๆๆ
มาอยู่ที่บ้านอีกครั้งเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษา เนื่องจากหลวงพี่ที่อยู่ด้วยท่านลาสิกขา เป็นโอกาสที่ได้มาช่วยแม่ทำงานด้วย เสาร์-อาทิตย์ รับจ้างทำงานตลอด เมื่อมาทำงานก็ได้ประสบการณ์จากการับจ้าง เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน แม่ไม่อยากให้เรียน แม่อยากให้เป็นช่างยนต์ แต่ผู้เขียนอยากเป็นช่างพูด(ครู) เลยต้องหนีแม่ไปสอบเรียนต่อ
เช้าวันสอบเรียนต่อจะหนีออกทางหน้าต่างเพื่อไปสอบ แม่ไม่อยากให้เรียนเนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมาก โชคดีที่ผู้เขียนชอบอาสาคนทำโน่นทำนี่ ได้เป็นค่าจ้าง เช่น รับจ้างขึ้นมะพร้าว ขายของตามสถานีขนส่ง หาปลา เมื่อสอบได้แม่เลยไม่เป็นภาระเท่าไร
เมื่อสอบปริญญาตรีได้ที่ภาคใต้ ก็ต้องจากบ้านอีกครั้ง ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา อาศัยช่วยอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเฝ้าบ้าน รับจ้างดายหญ้า จนจบปริญญาตรี โชคดีที่อาจารย์หลายๆๆท่านเก่งมาก ผู้เขียนอยู่ในแวดวงวิชาการเลย ได้รับความรู้มาบ้าง
การเรียนการศึกษาถ้าเราขวนขวยเองจะได้รับความรู้มากกว่าในห้องเรียน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีประสบการณ์ การเขียนเรื่องต่างๆเผยแพร่จะทำให้เรามีความรู้ที่แตกฉานขึ้น เพราะการที่จะเขียนอะไรออกมาต้องเรียบเรียงจัดความคิดให้เป็นระบบ นำเสนอให้น่าอ่าน(ถึงกระนั้นผู้เขียนก็ยังทำได้ไม่ดีนัก)
การจากบ้านไปนานๆบางครั้ง ก็คิดถึง ไม่ได้คิดถึงบ้านอย่างเดียว แต่คิดถึงคนที่อยู่ที่บ้าน ช่วงสงกรานต์ ผู้อ่านได้กลับไปบ้าน ไปไหว้ รดน้ำดำหัว คนที่บ้านหรือยังครับ…อย่าให้คนที่บ้านรอเก้อนะครับ…
เอาดอกไม้มาฝาก ฝีมือการสอนถ่ายภาพโดยท่านอาจารย์ paew ( ผศ. ดร. ภาวดี ภักดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น) สอนพวกเราศิษย์โข่ง(สำนวนพ่อครูบาสุทธินันท์)ตอนอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสาน ผู้เขียนเพิ่งเอามาทดลองใช้ที่บ้าน ถ่ายหลังจากฝนตก ลองดูว่าดอกอะไร รับรองว่าไม่ใช่ดอกรักนะครับ ฮ่าๆๆ
1.ดอกอะไรเอย
<p align="justify"> </p><h3>2. ดอกอะไรน่า</h3><p>
</p>
สวัสดีค่ะคุณขจิต
ขอให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขสนุกสนานในวันสงกรานต์นะคะ
ชื่นชมจังเลยค่ะ กับความเพียรพยายามที่จะไขว่หาการศึกษา เพื่อชีวิต
ขอปรบมือให้กับน้องชายคนเก่งคนนี้เลยค่ะ
ทำให้ย้อนนึกถึงตัวเอง รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา สะดวกสบายและเรียบง่าย อยากทำอะไร อยากได้อะไรก็ได้ดังใจนึก
นั่นสินะ ถึงได้ละเลย มองผ่านคุณค่าของมันไป
ตอนนี้คิดถึงบ้านเหมือนกันค่ะ อิจฉาคนที่มีบ้าน และอยู่ที่บ้านในวันนี้
แต่แปลก.. บ้านในความหมายของพี่ นั่นเป็นบ้านในวัยเด็ก เป็นบ้านที่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ในความฝัน ชีวิตที่ผ่านไป ทำให้อะไรๆเปลี่ยนไปมากมาย คนที่เติบโตขึ้น แต่ยังคงอาลัยเรื่องราวในวัยเด็ก เป็นเพราะปัจจุบันนี้มันไม่อบอุ่นหือ.. ก็น่าคิดนะ
อยากกลับไปเป็นเมื่อก่อน กลับบ้าน..ช่วยพี่เลี้ยงน้องทำกับข้าว ..รอเวลาพ่อกับแม่กลับมาจากที่ทำงาน พอถึงเวลา พ่อแม่ลูกและทุกคนก็มานั่งล้อมโต๊ะกินข้าวเย็นพร้อมกัน
การได้จัดโต๊ะอาหาร และเก็บโต๊ะอาหาร เมื่อตอนเด็กๆร้สึกเบื่อมาก และขี้เกียจด้วย แต่พอโตขึ้น มันกลับรู้สึกอาลัย อยากจะทำอย่างนั้นอีกครั้ง
ชีวิตเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป หลังจากแม่เสียชีวิต พี่ๆน้องๆเรียนจบทำงานกันห่างไกล นานครั้งจะได้มานั่งทานอาหารด้วยกัน แต่..ไม่มีการทำกับข้าวอีกแล้ว แม้ทำก็คงแค่หุงข้าว จากนั้นซื้อกับข้าวถุงมารับประทาน
สิ่งที่มันขาดหายไป คงเป็นบางสิ่งบางอย่าง ที่เชื่อมโยงจิตใจทุกคนมาไว้ด้วยกัน
น่าเสียดาย..มันหายไปนาน.. นานมากจนไม่สามารถไขว่คว้ากลับมาเหมือนเดิม.. นอกจาก ฝันถึง เท่านั้น
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ.. ขอให้มีความสุขกับครอบครัวที่รักนะคะ
^___^
ไม่เห็นเคยเล่าให้พวกพี่ๆ ฟังเลยนะ แต่เท่าที่รู้จักมาก็ยกนิ้วหัวแม่โป้ง ( สำหรับน้องที่ทำตัวน่ารัก ) ให้น้องคนนี้มาตลอดนะ เพราะทำตัวเสมอต้นเสมอปลายตลอด ชื่นชมด้วยใจจริง
จนกระทั่งวันนี้.....ขอร่วมยินดีพร้อมกับยิ้มกว้างๆ ให้น้องอย่างลึดสุดใจเลย ที่น้องมีวันนี้....
สงกรานต์นี้.....ปีใหม่ไทยๆ ขอให้มีความสุขตลอดปี คิดหวังสิ่งใดขอให้ได้ดั่งใจหวังนะจ๊ะ
ความมานะ ถือเป็นคุณสมบัติของคนดี จากความหวังของแม่ เป็นช่างยนต์ ตอนนี้ กำลังจะเป็นดอกเตอร์ ท่านคงจะภูมิใจมากค่ะ
ด้วยความเคารพ
ยินดีที่น้องบ่าวได้มาอบอุ่นอยู่กับคุณแม่ .. และที่แน่ๆ จากคำรำพึงถึงความหลัง .. มันชี้ชัดว่า คนคุณภาพ ผู้เดินมาบนทางที่ล้วนโรยด้วยกลีบกุหลาบนั้น ไม่น่าจะมี .. ความยากลำบาก คือสื่อ คือครูชั้นดี ที่นำเราสู่ความแกร่งและกล้า .. ภูมิใจเถิดน้องบ่าว เส้นทางชีวิตเรานั้นน่าอิจฉา .. สงสารก็เหล่าเด็กที่เกิดมาแล้วพบแต่ความสะดวกสบาย .. คนอย่างพวกเรานั้น ฆ่าตัวตาย ยากนัก แต่พวกโน้นไม่แน่ !
หมายเหตุ :
จบสถาบันไหนไม่สำคัญ อยู่ที่คนๆนั้น ว่าเป็นเช่นไร .. แต่เท่าที่สังเกต คนจบ มศว.สงขลานี่เท่าที่เจอทั้งเก่งทั้งดีแทบทุกคนครับ ทำไมถึงกล่าวเช่นนี้ .. เขินครับ ไม่กล้าบอก.
ตอนที่เจอกัน น้องขจิต เล่านิดๆ ...ว่า หนีแม่ไปเรียน
ที่สงขลา...พี่นึกว่า พูดเล่น...เลยไม่ได้ถามต่อ...เพราะน้องขจิตชอบ พูด
ตลกๆ...
เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจค่ะ...ทำให้เราเรียนรู้
มากมาย. ..เรียกว่า เลือกชีวิต ด้วยตัวเองจริงๆ....และเชื่อมั่นว่าจะดี
ซึ่งก็ดี จริงๆคะ
พี่หน่อย เวลา อบรม พี่เลี้ยงค่ายเยาวชน จะบอกกับเด็กเสมอว่า อย่ารังเกียจงานบริการ
เราจะน่ารักเสมอ เมื่อเราดูแลคนอื่น และเป็นเสน่ห์
ที่เราสร้างขึ้นเองง่ายๆ
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันที่ บ้านครูบา น้องขจิต
จะดูแลทุกคน....พี่ชอบค่ะ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ อาจารย์ขจิต ; )
ที่ยิ้มเพราะชื่นชมค่ะ ชอบที่อ.ขจิตเขียนบรรยายชีวิตในบันทึกมาก ดิฉันว่า ถึงแม้จะดูว่าชีวิตลำบาก แต่คนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้ จะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของชีวิตและการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ดิฉันพบหลายท่านค่ะ ที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มา แต่ละท่านเป็นคนดีมาก ได้พบอีก ๑ คน แม้จะเป็นแบบเสมือน แต่ได้รู้จักผ่านการเขียนและการเล่าประสบการณ์ของกลุ่มเฮฮาศาสตร์ ก็รู้ได้ว่า อ.ขจิตเป็นคนที่น่าชื่นชมและสามารถเป็นแบบอย่างดีๆ ให้กับเด็กๆ ได้อีกคนหนึ่ง
ขอให้ประสบความสำเร็จกับทุกสิ่งที่ตั้งใจนะคะ
ไม่ทายหรอกว่าดอกอะไรเพราะกำลังชื่นชมกับความพยายามจนประสบความสำเร็จ เก่งมากๆเลย นอกจากเก่งแล้วยังมีความกตัญญูอีกขอให้คนทั้งโลกได้ซักครึ่งหนึ่งของ คุณขจิต ฝอยทอง ก็พอ สวัสดีปีใหม่ไทยและสุขสันต์วันครอบครัวนะคะ
สาวคะ
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ น้องชาย ... ฟังเรื่องที่เล่าแล้ว ขอชื่นชมมากๆ ค่ะ ... ขอปรบมือให้กับความพยายามและมุ่งมั่น จนมาถึง ณ จุดนี้....
ดอกไม้สวยมากๆๆๆๆ ค่ะ ถ่ายได้ดีกว่าพี่อีก สีสวย เด่น ภาพคมชัดเจน...ดอกชวนชม กับ ดอกแพงพวยค่ะ....
ขอรดน้ำน้องชายด้วยค่ะ
ขอให้ชุ่มเย็น สุขกาย สุขใจนะค่ะ
ขอชื่นชม อ ขจิตค่ะที่มีความมุ่งมั่นและขยันขันแข็งทั้งการเรียนและการทำงาน ขอให้ อ ขจิตมีความสุขและประสบความสำเร็จตลอดไปค่ะ :)