เมื่อซักห้าหกวันที่ผ่านมา ผมต้องทำหน้าที่อย่างหนึ่งซึ่งทำมาประจำสี่ห้าปีแล้วครับ คือสอนนิสิตแพทย์ ปี 4 เพื่อให้เค้ารู้เรื่องของเวชศาสตร์ครอบครัวว่าคืออะไร ดูแลประชาชนทั้งป่วยและไม่ป่วยของเราอย่างไร งานของเราเป็นงานแรกเลยนะครับที่หมอน้อยเหล่านี้ได้สัมผัสกับผู้ป่วยตัวจริง ผมและทีมงานมีหน้าที่ถ่ายทอดให้หมอน้อยๆเหล่านี้รู้ว่า การจะเป็นแพทย์ที่ดีได้ในอนาคต จะต้องสั่งสมทั้งฝีมือและประสบการณ์การวินิจฉัยรักษาที่ถูกต้องแม่นยำ แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้นครับ อีกส่วนหนึ่งที่หมอน้อยๆเหล่านี้ต้องหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอให้ประทับเป็นส่วนหนึ่งฝังอยู่ในตัวเค้าตลอดไปคือ การสร้างความตั้งใจดีกับคนที่อยู่ต่อหน้าโดยใช้หัวใจแห่งความเป็นมนุษย์มากกว่าการใช้สมองคิดคำนวณ ทำอย่างไรจึงจะเติบโตเป็นหมอที่ทั้งเก่งทั้งดีนั่นแหละครับ บางคนอาจจะคิดว่าผมฝันไปรึเปล่า ไม่ใช่ความฝันหรอกครับ เพราะแบบอย่างดีๆของแพทย์รุ่นพี่หลายๆท่านที่นำมาเป็นแบบอย่างได้มีมากมาย
หมอน้อยคุยกับผู้ป่วยโดยเริ่มต้นฝึกการใช้หัวใจพูด

พี่จอย พยาบาล ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลบ้านกร่าง ช่วยเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด นั่นผมอยู่ในกระจกกำลังเก็บภาพ

ถ่ายภาพร่วมกันหน้าอนามัยก่อนที่จะออกเยี่ยมบ้านภาคบ่าย

ผมว่าน้องหมอทั้งแปดคนคงเข้าใจในสิ่งที่ผมอยากให้พวกเค้าได้เรียนรู้ คงเข้าใจว่าการดูแลด้วยความใส่ใจนั้นได้ประโยชน์มากแค่ไหน และจำเป็นจริงๆที่ต้องฝึกฝน ผมว่าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะครับ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ในวันนั้น ผมว่าหมอน้อยทั้งแปดเริ่มจะเรียนรู้แล้วหล่ะครับว่า การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์นั้นเป็นเช่นไร เดี๋ยวภาคบ่ายเราไปเยี่ยมบ้านกัน แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แค่คุณหมอยิ้มแย้ม พูดคุยด้วยวาจาที่เป็นมิตร อาการป่วยหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว หวังว่าคุณหมอน้อยๆเหล่านี้ จะเป็นคุณหมอที่เก่ง ที่น่ารักของประชาชน ต่อไปนะคะ
ต้องสอนให้หมอน้อยๆ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ถ้าเกิดวันหนึ่งเราได้เป็นผู้ป่วยแล้วอยากได้อะไร อยากได้การปฏิบัติแบบไหน ก็ควรปฏิบัติแบบนั้นแล
สวัสดีครับอาจารย์
จริงอย่างที่คุณ ST ว่านะ รอยยิ้มมีความหมายกับทุกคน เราว่าเป็นสื่อที่ส่งความสุขที่ดีที่สุดทีเดียว
ขอบคุณ “ตาจ๋อ” นะครับเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เมื่อมีความรู้ความสามารถรักษาคนให้หายได้ ต้องไม่ลืม” ความใส่ใจ” เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมว่าสิ่งนี้เป็นพื้นฐานของการดูแลผู้คนด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์
น้อง kmsabai ร่วมกันทำสิ่งดีๆเหล่านี้ให้เกิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆนะ อย่างน้อยก็ทำให้ผมรับรู้ได้ว่า ผมยังมีเพื่อนที่คิดเหมือนๆกัน คงมีโอกาสได้พบกันนะครับ
โต้งคงไม่ได้ให้กำลังใจอย่างเดียว แต่ทุ่มเทกำลังกายในการดูแลผู้คนที่เรารับผิดชอบ ช่วยกันขยายแนวคิดการดูแลด้วยจิตใจแห่งความเป็นมนุษย์แก่ทีมเจ้าหน้าที่เราทุกระดับเลยนะโต้งนะ ถ้าเกิดความสุขกับการทำงานแบบนี้ ลป ว่าเราไปถูกทางแล้วหล่ะ
นู๋รัตน์เป็นแฟนคลับตัวจริงของเราใช่ปะ นานได้เขียนบันทึกทีมีคนอ่านแล้วร่วมแสดงความคิดเห็นแบบนี้ทำให้เกิดความรู้สึกดีมากๆเลยนะ สุขสดชื่นในวันสงกรานต์จ้ะ
อ่านแล้วชื่นใจจังค่ะสัมผัสได้ถึงความสุขของคุณลุงคุณป้า ดูไม่รู้เลยว่าเป็นผู้ป่วย
ขอบคุณ น้องหมวยโนโวที่มาเยี่ยมนะครับ
คุณโอ๋-อโณ ครับ ถ้าในช่วงชีวิตนี้ผมสามารถทำให้ นิสิตแพทย์เข้าใจได้ว่า การดูแลมนุษย์ต้องใช้หัวใจของมนุษย์เท่านั้นเป็นเครื่องนำทางในการดูแลรักษา ผมคงมีความสุขมากจนแก่จนเฒ่าเลยทีเดียวครับ