เราจะเห็นโฆษณาที่ใช้คำว่า."เราให้มากกว่า...""เราเป็นยิ่งกว่าร้าน....ธรรมดา.."A touch of here, a touch of there!

      

 

  

เร็วๆนี้ดิฉันอ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร จะเห็นโฆษณานำเสนอเชิญชวน  ให้เข้าไปใช้บริการในรูปแบบใหม่ ที่ดีกว่า ทันสมัยกว่า และให้อะไรกับลูกค้า มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด  และดูก็น่าทึ่งทีเดียว ว่าเข้าใจคิด  แสดงว่าการแข่งขัน ตอนนี้สูงมาก มากเสียจนแต่ละสินค้าและบริการต้องปรับรูปแบบคุณภาพการให้บริการให้ดีขึ้นอย่างมาก  แต่ไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าไปด้วย(หรือจะไปแอบขึ้นซ่อนไว้ตรงไหน ก็ไม่ทราบได้ แต่น่าจะไปchargeเพิ่มที่บริการเสริม)  และเมื่อออกไปนอกบ้านหรือไปเที่ยว ก็พบว่า สินค้าและบริการ ปัจจุบัน มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปอย่างมากตามยุคสมัย ที่ผู้คนต้องการความสะดวกสบาย  และบริการที่แปลกใหม่แต่ดีขึ้นกว่าเดิม

           ทุกรายสินค้าและบริการ ก็ว่าได้  แข่งกัน  ใช้กลยุทธ์ต่างๆนานา มาทำมูลค่าเพิ่มให้สินค้าหรือบริการของตน เพื่อที่จะให้ ลูกค้าประทับใจมากที่สุด

              ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟStarbucks ก็จะใช้พื้นที่กว้างขวาง สร้างภาพและสร้างความรู้สึกให้แก่ลูกค้าว่า ที่นี่ เราเป็นยิ่งกว่า ร้านกาแฟธรรมดา  เราเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์เฮอาสำหรับเพื่อนฝูงคอเดียวกัน  เป็นที่นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์   เป็นที่นัดพบ   เป็นที่ๆคนไม่รู้จะไปไหนก่อน  นัดเข้ามาตั้งหลักคอยเพื่อนที่นี่  แล้วค่อยตัดสินใจ  และรู้สึกว่า จะสำเร็จเสียด้วย

                Club Med ที่มีสาขาทั่วโลก ในประเทศไทยอยู่ที่ภูเก็ต ได้นำเสนอภาพลักษณ์ของตัวเอง จากรีสอร์ทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีรายการพาลูกค้า ไปค้นพบสิ่งสวยงามแปลกใหม่ในชีวิต  ในระหว่างที่พักอยู่ นั่นคือ Discovery Tour-ซึ่งกลายเป็นความสำเร็จอย่างมากของ Club Med ซึ่งมีSloganว่า "Club Med is more than just  a resort"

                 หรือแม้แต่ในโรงพยาบาลบางแห่ง ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าแทบทุกอย่าง ในสิ่งแวดล้อมที่สบายๆ  สะดวกและสะอาด ทำให้ลูกค้าติดใจ และนึกถึงทุกครั้งเมื่อจะไปหาหมอ

                 การค้าขายในยุคนี้ ไม่ได้ขายแต่สินค้าโดดๆต่อไปแล้ว แต่ขายสินค้าไปพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก ความทันสมัย เทคโนโลยีและ พยายามให้สินค้าของเขา กลมกลืนไปกับ  life styleของผู้คนที่เปลี่ยนไป ผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันต้องออกแรงหา จุดเด่น ความแตกต่างทางบวกของตนเองให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อแย่งกันเสนอต่อลูกค้า มิฉะนั้น ก็สู้คู่แข่งไม่ได้ และก็จะตายไปในที่สุด

                 เราจะเห็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์และบริการอีกมาก ที่แข่งกันสร้างเอกลักษณ์ของตนขึ้นมา ไม่ว่าเอกลักษณ์นั้น จะมีอยู่จริง หรือเป็นเพียงภาพพจน์ที่เกิดขึ้นในสายตาของผู้บริโภคก็ตาม ซึ่งความโดดเด่นดังกล่าว แสดงได้ในหลายแบบด้วยกัน เช่น

                    1.เอกลักษณ์ที่แสดงความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี

                     2.เอกลักษณ์ที่แสดงความเป็นเลิศทางคุณภาพ

                     3.เอกลักษณ์ที่แสดงความเป็นเลิศทางการให้บริการ เป็นต้น

                 ซึ่งเมื่อแสดงออกไปแล้ว ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ ว่าทำได้จริง มิฉะนั้น จะเป็นการหลอกลวง และมีผลเสียต่อภาพพจน์โดยรวมของกิจการ