เป็นความสุขที่เหมือนนอนหลับอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด.

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="Publishwithline">นอนกอดนางฟ้า</p><div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 2pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: #4f81bd 1pt solid"><p style="margin: 2pt 0cm 0pt" class="underline"></p></div><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody"></p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เมื่อวานผู้เขียนเพิ่งอ่านหนังสือเล่มหนาประมาณห้าร้อยหน้าเล่มหนึ่งจบ  จบด้วยความประทับใจ  ด้วยรอยยิ้ม  และระหว่างอ่านก็ได้สัมผัสอารมณ์หลากหลาย  อย่างที่หาจากหนังสือเล่มอื่นได้อยาก  หนังสือเล่มอื่นอาจได้สัมผัสอารมณ์จากการจินตนาการของผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นๆ  แต่หน้งสือเล่มนี้ท่านจะได้สัมผัสจากความรู้สึกจริงๆ จากเรื่องจริงๆ ของคนจริงๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ  ผู้เขียนก็พยายามเขียนบันทึก  โดยนำตัวอย่างบทที่ผู้เขียนประทับใจที่สุด  มาให้ทุกท่านอ่านกัน  แต่ก็ได้แต่ลอกบทนั้นแล้วบันทึกเก็บไว้ในไฟล์นอนนิ่งอยู่เช่นนั้น  ไม่อาจเขียนบันทึกได้  ที่เขียนไม่ได้ก็ด้วยที่ตัวเองไม่สามารถเขียนบรรยายอารมณ์ต่างๆ เล่าให้ทุกท่านอ่านได้  จึงได้แต่เก็บความอึดอัดนั้นไว้คนเดียว</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            มาวันนี้ได้โอกาสแล้วครับ  เพราะมีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งเขียนบทนำแทนผู้เขียนแล้ว  ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่รู้ตัวว่าได้ช่วยเหลือผู้เขียนไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เขียนมายึดยาวท่านอาจสงสัยว่า  หนังสือเล่มนั้นชื่ออะไร  ใครกันหนาที่แต่งหนังสือเล่มนั้น  แล้วใครกันเล่าคือกัลยาณมิตรท่านนั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เพื่อคลายความสงสัย  ขอเฉลยเลยว่าหนังสือเล่มนั้นชื่อ  เดินสู่อิสรภาพ  แต่งโดย  อ.ประมวล  เพ็งจันทร์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผู้ที่ยอมลาออกจากราชการก่อนกำหนด  ผู้ยอมสละยศฐาบรรณาศักดิ์  อันเป็นที่หวงแหนสำหรับผู้อื่น  เพื่อทำในสิ่งที่ใจตนเองเรียกร้อง  และเป็นสิ่งที่มนุษย์โดยทั่วไปไม่กล้าทำ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผู้เขียนได้คัดลอกบทหนึ่งในหนังสือเล่มนี้มาให้ได้อ่านกัน  จริงๆ แล้วบทนี้เขามีชื่อบทของเขา  แต่ผู้เขียนขออุบไว้ก่อนด้วยเหตุผลบางประการ  แล้วตั้งชื่อเสียใหม่ว่า  นอนกอดนางฟ้า  พอท่านอ่านจบแล้วค่อยเฉลยว่าบทนี้มีชื่อว่าอะไร</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            อ้อ  เกือบลืม ถ้าอยากทราบว่ากัลยาณมิตรท่านนั้นคือใคร เชิญกดที่นี่เลยครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เชิญทัศนาครับ <hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เช้าของวันที่สามในการพักที่วัดดงเย็น  หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว  ก็ได้กราบลาท่านเจ้าอาวาส  แล้วก็ออกเดินทางจากวันดงเย็นย้อนกลับเข้ามาในตลาดอู่ทอง  แล้วเดินตามถนนมาลัยแมน (ถนนหมายเลข ๓๒๑)  ไปสู่นครปฐม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            จาก อ.อู่ทอง เดินเข้าสู่เขต อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  ถนนมาลัยแมนเป็นถนนสี่ช่องจราจร  มียวดยานพาหนะสัญจรไปมามาก  เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยตลอดสองข้างทาง  ผมพยายามสำรวมจิตให้เป็นสมาธิแต่ก็ทำได้ยาก  เพราะมีเหตุการณ์ภายนอกมาคอยดึงจิตไปสู่ภายนอกอยู่ตลอดเวลา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            การไม่มีสมาธิในการก้าวเดินทำให้รู้สึกเหนื่อยเร็ว  แต่ถนนเส้นนี้มีสิ่งที่ดี คือ  มีศาลาริมถนนให้ได้หยุดนั่งพักเป็นระยะอยู่ตลอดเส้นทาง</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            จากเวลาเช้า  ไปเป็นเวลาบ่าย  ผมเดินไปท่ามกลางบ้านเรือนสองข้างถนนใหญ่และฝูงชนที่ผ่านไปมา  แต่ไม่มีการพูดคุยสนทนากับใคร  ซึ่งแตกต่างจากเวลาที่เดินในเขตชนบทหรือนอกเขตเมือง  ที่นานๆ จึงจะมีชุมชนและผู้คนให้ผ่านพบ  แต่เมื่อมีคนแปลกหน้าผ่านเข้าไป  ชาวชนบทเขาจะไม่ยอมให้คนแปลกหน้านำความแปลกใจสงสัยมาทิ้งให้เขาแล้วจากไป  แต่เขาจะช่วยทำคนแปลกหน้าให้เป็นคนรู้จักด้วยการซักถามพูดคุย  และสนทนากับคนแปลกหน้า  แต่สำหรับคนเมืองแล้ว  ความเป็นคนแปลกหน้า  ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมในวิถีชีวิต  ชาวเมืองผ่านพบคนแปลกหน้าจนชาชิน  อย่าว่าแต่ผมที่เดินผ่านไปเลย  บางที  แม้แต่ผู้ที่มีบ้านอาศัยอยู่ชิดติดกันก็ยังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน  เพราะฉะนั้น  เมื่อผมเดินไป  การปรากฎกายของคนแปลกหน้าเช่นผม  จึงไม่ได้รบกวนจิตใจของชาวเมือง  และไม่มีความจำเป็นใดที่ชาวเมืองต้องมาสนใจคนแปลกหน้า</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผมเดินไปจนเวลาเย็นใกล้มืด  จึงกำหนดว่าจะหยุดพักที่วัดใดวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ  ทั้งนี้เพราะขณะนั้นผมเดินอยู่ฝั่งซ้ายของถนน  หลังจากกำหนดเช่นนั้นแล้ว  เดินต่อมาก็พบวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของถนน  ชื่อ วัดศรีเฉลิมเขต อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">                เดินเข้าไปในวัด  เห็นพระภิกษุรูปหนึ่งยืนอยู่บริเวณวัด  จึงเดินตรงไปหาท่าน  แล้วนั่งคุกเข่าตรงหน้า  พร้อมกับพนมมือไหว้กล่าวขออนุญาตพักที่วัด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            หลวงพ่อครับ!  ผมเดินมาและเวลาใกล้มืดแล้ว  ใคร่ขอเมตตาจากหลวงพ่อขอนอนพักที่วัดนี้สักคืนหนึ่ง  จะได้ไหมครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ได้! ได้! ท่านกล่าวตอบ  ขณะที่พยักหน้าอนุญาต  แล้วหันหลังเดินไปที่ร่มไม้ที่มีม้าหินตัวหนึ่งตั้งอยู่  ผมเดินตามหลังท่านไป  เพราะยังไม่รู้ว่าท่านจะอนุญาตให้พัก ณ ที่ใด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            หลวงพ่อเดินไปนั่งลงที่ม้าหิน  ผมจึงนั่งลงที่พื้นดินใกล้ๆ ม้านั่ง  ท่านได้บอกเล่าพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกิจการพระศาสนา  โดยที่ไม่สนใจว่าผู้ฟังคือตัวผมจะรู้เรื่องและอยากรู้เรื่องนั้นหรือไม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผมปฏิบัติตนเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่จนความมืดของเวลาค่ำคืนกำลังมาเยือน  และเห็นทีท่าว่า  หลวงพ่อคงจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ไปได้เรื่อยๆ ถ้าหากยังมีผู้ฟังอยู่  เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยในการบอกเล่า  ผมจึงควรขอตัวไปพักด้วยการถามท่านว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            หลวงพ่อจะเมตตาให้ผมพักได้ที่ไหนครับ?”</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ไปที่ศาลาโน้น  ท่านพร้อมกับชี้มือไปที่ศาลาหลังหนึ่ง  ผมยกมือไหว้เพื่อขอบพระคุณและขออนุญาตไปที่ศาลา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ศาลาที่หลวงพ่อชี้อนุญาตให้ผมพักได้เป็นศาลาหลังใหญ่มีประตูเหล็กเลื่อนปิดเปิด  ผมดึงประตูเหล็กเปิดมีเสียงดังขึ้น  เมื่อพยายามดึงประตูเลื่อนให้เปิด  และทันใดนั้นก็มีเสียงดังขรมจากเจ้าของสถานที่</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เมื่อประตูเลื่อนเปิดพอจะแทรกตัวเข้าไปได้  ผมก็ก้าวเข้าไปด้านในศาลา  ฝูงหมาที่เป็นเจ้าของถิ่นวิ่งกรูกันเข้ามาส่งเสียงเห่าสกัดผมเหมือนไม่อนุญาตให้ผมเข้าไปด้านใน  ผมต้องนั่งลงที่พื้นยกระดับใกล้ๆ กับประตู  ความตั้งใจที่จะเข้าไปด้านในศาลา  เพื่อไปให้ห่างประตูหมดไปเมื่อเห็นเจ้าของสถานที่ไม่อนุญาต</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            แม้ว่าจะหยุดนั่งลงแล้ว  แต่ฝูงหมาเจ้าของถิ่นก็ยังส่งเสียงเห่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            อย่ารังเกียจผมเลย  ผมเดินมาเหนื่อยมากและก็มืดแล้ว  ผมขอที่เพื่อนอนพักเพียงนิดเดียว  ขอสัญญาว่าจะไม่รบกวน  ไม่ทำให้เดือดร้อน  เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ  ผมกล่าวพึมพำกับฝูงหมาเจ้าของถิ่น  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันเห่าจนพอแล้ว  หรือมันรับสารที่ผมส่งไปได้  เพราะหลังจากนั้นฝูงหมาเหล่านั้นก็หยุดเห่า  แล้วแต่ละตัวก็กลับไปนอนในที่ของตัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            แม้อยากจะเข้าไปกราบพระพุทธรูปที่หน้าองค์พระ  แต่เมื่อรู้สึกว่าการที่เข้าไปหน้าองค์พระจะเป็นการผิดสัญญาและรบกวนเจ้าถิ่น  ผมจึงกราบพระแต่ที่ไกลจากจุดที่นั่งอยู่  เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าเช็ดเท้าที่มีอยู่ใกล้ๆ นั้นปัดกวาดฝุ่น  ในพื้นที่ซึ่งจะใช้เป็นที่หลับนอน  ตรงใกล้ๆ กับประตูเข้าศาลา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            คืนนั้นเมื่อผมไปหาน้ำมาดื่มดับหิวกระหายแล้วก็นอนหลับภายในศาลาใกล้ๆ ประตูด้วยความเหน็ดเหนื่อย</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            </p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผมนอนหลับไปเป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่สามารถกำหนดรู้ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในสภาวะที่มีความทรงจำอันลางเลือน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            แรกรู้สึกตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  และทำไมจึงได้มานอนอยู่ที่นี่</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            มีแสงไฟสลัวๆ สาดส่องมาจากข้างนอก</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            จมูกได้กลิ่นเหม็นสาบๆ คาวๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ร่างกายรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดอยู่ที่สีข้างทั้งด้านซ้ายและขวา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เอื้อมมือไปสัมผัสดูว่ามีอะไรอยู่ใกล้ตัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            มือสัมผัสกับอะไรที่สากๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ขณะนั้นความรู้สึกจำได้เริ่มกลับคืนมา  ระลึกได้ว่า  เมื่อตอนเย็นเดินมาและได้มาขอนอนพักที่ศาลาในวัด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            มือที่สัมผัสอะไรสากๆ ก็รู้ว่าเป็นหมาขี้เรื้อน  ที่มีขนร่วงหลุดเหลือแต่ผิวหนังสากๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            กลิ่นเหม็นสาบๆ คาวๆ ก็คือกลิ่นของหมาขี้เรื้อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกนี้  ก็เป็นเพราะหมาขี้เรื้อนที่มานอนอิงแอบแนบชิดอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา  ใช้ขาของมันเกาขี้เรื้อนแล้วมากระแทกกับร่างกายของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            พลันที่รู้ได้เช่นนี้  ทำให้รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ยินดีที่หมาขี้เรื่อนเหล่านี้ไม่รังเกียจผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ยินดีที่หมาขี้เรื้อนเหล่านี้ยอมรับผมเป็นเพื่อนด้วยการมานอนใกล้ชิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ยินดีที่ตัวเองยังมีชีวิต  มีไออุ่นให้เพื่อนหมาขี้เรื้อนได้อิงอาศัยไออุ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            วูบแห่งความรู้สึกเช่นนั้นทำให้เกิดปีติแผ่ซ่านไปทั่วตัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผมใช้มือทั้งซ้าย-ขวาไปลูบตัวหมาขี้เรื้อนที่นอนแนบกายซ้าย-ขวาของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เพื่อนผู้ร่วมทุกข์ในการเกิด-แก่-เจ็บ-ตายของผม  แสดงปฏิกิริยาตอบให้ผมรู้ว่า  เขารู้สึกพึงพอใจที่ผมใช้มือลูบตัวเขา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ช่วงขณะนั้นผมรู้สึกเหมือนประหนึ่งว่า  ตัวเองได้จุติจากภพภูมิหนึ่งไปอุบัติขึ้นในอีกภพภูมิหนึ่ง  เป็นภพภูมิที่อยู่บนสรวงสวรรค์ที่เคยใฝ่ฝันถึงมานาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            การได้สัมผัสกับผิวหนังของหมาขี้เรื้อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            การได้สัมผัสกับกลิ่นเหม็นสาบๆ คาวๆ ของหมาขี้เรื้อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เป็นการสัมผัสรู้ด้วยจิตใจที่ผ่องใสเบิกบาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เป็นการสัมผัสรู้ที่ก่อเกิดให้เกิดความงดงาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เป็นการสัมผัสโลกที่แสนสวยงาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ช่วงขณะแห่งความรู้สึกระลึกได้เช่นนั้น  ทำให้ผมตระหนักได้ถึงความหมายและคุณค่าของการมีชีวิตอยู่</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เพียงแค่มีชีวิตอยู่ก็ก่อให้เกิดไออุ่นที่เกื้อกูลต่อเหล่าหมาขี้เรื้อน  ให้เขาได้อิงแอบแนบอาศัยไออุ่นจากเนื้อตัวผม  ถ้าหากหัวค่ำคืนนี้ผมหมดลมหายใจไป  เนื้อตัวผมคงเย็นชืด  ไม่มีคุณค่าประโยชน์ใดๆ ต่อหมาขี้เรื้อนเหล่านี้  แต่นี่เพราะผมยังไม่ตาย  ยังหายใจ  ยังมีไออุ่นแห่งชีวิตจึงมีคุณค่าต่อการมีชีวิตอยู่ร่วมกัน  ได้อิงอาศัยกัน  ได้เป็นเพื่อนกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ขณะที่ลูบคลำผิวหนังที่เป็นขี้เรื้อนของเพื่อนผู้ร่วมทุกข์ในการเกิด-แก่-เจ็บ-ตายนั้น  คำภาวนาเพื่อแผ่เมตตาก็ปรากฏขึ้นในใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            สัพเพ  สัตตา  สุขิตา  โหนตุ  ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงผู้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ในการเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย จงเป็นสุข  เป็นสุขเถิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            บทแผ่เมตตาภาวนานี้  ผมได้ท่องจำจนขึ้นใจมาเป็นเวลานานแล้ว  แต่ที่ผ่านมานั้นบทเมตตาภาวนานี้  เป็นเพียงความทรงจำที่เปล่งออกมาเป็นวจีกรรม  และปรากฏอยู่ภายในจิตด้วยการครุ่นคิดหาความหมาย  แต่ ณ ขณะนี้  ความหมายแห่งเมตตาภาวนาปรากฏชัดเจนแจ่มแจ้งภายในจิตใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            ผมใช้มือลูบคลำเนื้อตัวของเพื่อนผู้ร่วมทุกข์ในการเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย  ด้วยความหมายแห่งความรู้สึกที่ปรารถนาให้เขาเป็นสุข เป็นสุขเถิด  และช่วงขณะแห่งความรู้สึกปรารถนาเช่นนั้น  ผมนอนหลับไปอย่างมีความสุข  เป็นการนอนหลับที่มีความสุขมากที่สุด  เท่าที่ผมมีความทรงจำได้หมายรู้ถึงอดีตที่ผ่านมา</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">            เป็นความสุขที่เหมือนนอนหลับอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด.</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal"></p>            <hr>

            ทราบหรือยังครับว่านางฟ้าตนนั้นเป็นใคร  และขอเฉลยว่าชื่อบทนี้คือ “หมาขี้เรื้อน” ครับ

</span><p style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ช่วงสงกรานต์นี้ใครอยากเมานอนกอดนางฟ้าก็เชิญนะครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal" align="left">สวัสดีปีใหม่ครับ</p>