คุณเป็นอย่างนี้หรือไม่เวลาอ่านภาษาอังกฤษ


มาสังเกตุตัวเองตอนอ่านภาษาอังกฤษกันเถอะ

มาสังเกตุตัวเองตอนอ่านภาษาอังกฤษกันเถอะ

คุณเคยเป็นอย่างนี้หรือไม่

*คุณรู้สึกว่าคุณอ่านอังกฤษได้อ่านรู้เรื่อง คิดว่า ผมนี่ละคนอ่านภาษาอังกฤษได้คนหนึ่ง แต่ทำไมหนังสือบางอย่างถึงอ่านไม่รู้เรื่องตกลงอ่านออกหรือเปล่า บางทีก็งงตัวเอง

*ที่จริงอ่านอังกฤษรู้เรื่องควรจะอ่าน หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ นิยาย นิตยสาร (ทั่วไปเหมือนภาษาไทย) ได้คล่อง และอ่านหนังสือวิชาการไม่รู้เรื่อง เพราะมันยาก แต่มันกลับตรงกันข้ามคุณรู้สึกว่าตำราอังกฤษอ่านง่ายกว่า แต่อ่านหนังสือทั่วไปไม่ค่อยคล่อง

*ตั้งใจเอาละซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง ต้องอ่านให้มันออกให้จบเล่มสักที แรกๆก็ อ่านได้หลายแผ่น นานวันเข้ามันยังไปไม่ถึงครึ่งสักที พอเข้าร้านหนังสือ จึงไม่เคยคิดเลยว่าจะซื้อเลย หนังสือฝรั่ง

*การอ่านแต่ละครั้งทำไมรู้สึกอึดอัดกดดัน เป็นทุกข์ มันติดขัดทั้งที่รู้ศัพท์ทุกคำในประโยคแต่ทำไมแปลไม่ออก

แล้วจะพัฒนาการอ่านของเราอย่างไร??????

หมายเลขบันทึก: 89876เขียนเมื่อ 12 เมษายน 2007 07:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 มิถุนายน 2012 14:38 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (17)

อ่านแล้วโดนใจมากค่ะ และยังนึกสงสารตัวเองว่า ขนาดน้องรู้ศัพท์ทุกคำยังอึดอัด แล้วเราไม่รู้ศัพท์มากถึงขั้นขาดแคลน แต่กำลังเรียนอ่านและเขียนและต้องสอบด้วย ไม่รู้จะใช้คำพูดความรู้สึกอย่างไรดี? แต่กำลังพยายามค่ะ ฝึกหลายๆวิธีและมีเพื่อนๆช่วย ลูกก็ช่วย คุณทำได้ดีกว่าพันเท่า มีคนทุกข์กว่าคุณนะ ไม่เป็นไรสู้ๆ

ตอบ

ครับชีวิตคนเรา ต้องพยายามครับ แต่อยากให้พี่เจี๊ยบ อ่านสิ่งที่ชอบด้วยครับ อย่างผมอ่านธรรมะครับ แต่เป็นของอาจารย์ Sumedho อาจารย์ Brahm พระฝรั่งสายอาจารย์ชา ก็สนุกมากแถมพัฒนาภาษาด้วยครับขอบคุณครับ และจะเป็นกำลังใจให้

  • ส่วนผมอ่านพวกวิชาการที่เราไม่มีพื้นฐานมาก่อนนี่อ่านยากเหมือนกันครับ ตรงอันข้ามกับเรื่องที่เราพอทราบบ้างแล้วจะช่วยให้อ่านเข้าใจมากกว่า (คิดว่าคงเป็นทุกภาษา)
  • เรื่องอ่านยังพอถูพอไถ เรื่องเขียนนี่สุดยอดเลยครับ ยากกก :>

ตำราคงไม่พยายามเล่นคำเท่านิยาย  ยิงหนังสือพิมพ์ยิ่งสยอง :-P

สำหรับผมถ้าไม่รู้ศัพท์อ่านใน คอมฯ ง่ายกว่าในกระดาษ เพราะเปิด dict สะดวกดี  กะว่าจะเอา stardict แล้วใส่ wordnet กับ longdo ลงไป เวลาอ่าน wikipedia รู้สึกสบายๆ อาจจะเพราะแบบนี้ด้วย 

ตอนนี้อ่าน social contract ที่รุสโซ (ที่เป็นกระดาษ) อยู่ ศัพท์อ่านง่ายกว่านิยายเยอะอะ :-D 

    กำลังจะขึ้นปีสามค่ะต้องใช้หนังสือเรียนภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลยค่ะ จะพยายาม และถ้ามีข้อสงสัยคงต้องรบกวนถามนะคะ

ตอบ

Aj Kae

P
เคยรู้จัก genre ไหมครับมันเป็นปัญหาคือคนที่เรียนสายวิทย์ก็จะอ่านภาษากฎหมายไม่รู้เรื่องมันไม่ใช่แค่ความรู้ที่ช่วยให้อ่านได้แต่เป็นทั้งสไตล์ วลีที่ใช้แต่คิดว่าอาจารย์ถ้าอาจารย์เรียนเกี่ยวกับวิทย์ก็จะอ่านด้าน Business ออกเหมือนกัน
เรื่องการเขียนคิดว่ามีปัญหาเนื่องจากอาจเน้นภาษาที่สวยงามหรือโครงสร้างที่ซับซ้อนมากทำให้เกิดการขาดการสื่อสารที่เข้าใจได้ทันที ถ้าไปดูงานวิจัยด้านภาษาศาสตร์ จะงงมากเพราะภาษาจะเรียบง่ายมาก ศัพท์ห้ามกำกวม ผมมีเพื่อนที่เป็นหมอคนหนึ่ง เขาต้องอ่านหนังสือที่มันง่ายๆ เพื่อเอาสไตล์ที่ใช้สื่อสารได้ทันทีนอกเหนือ จากภาษาที่เป็น academic อย่างเดียว ขอบคุณครับ

ตอบ 

P

แต่นิยายและหนังสือพิมพ์เป็นเป้าหมายทีสำคัญใน

การศึกษาภาษาต้องพยายามที่จริงน่าจะเอามาช่วยกันอ่านกันแปลวันละข่าวคิดว่าหนึ่งปีน่าจะอ่านได้คล่อง 

เคยอ่านของวอแตร์นานมากแล้วสมัยเรียนปี 2  คงเป็นเหมือนรุสโซ ชื่อประมาณว่า the spark of liberation อย่างนี้ครับ 

อยากให้คุณวีร์อย่าลืม ว่า ภาษาเป็นศิลปะชื่อคณะคือ

Faculty of Arts  ส่วนศิลปะเช่นเขียนรูปคือ Fine Arts

อย่างอ่านนิยายต้องอ่านช้าๆ เพื่อชื่นชมภาษาครับ เราถึงจะจำได้ทุกคำ ถึงจะฝังเข้าไปในก้นบึ้งของจิตใจ แล้วเวลาแปลหรือเขียนจะได้สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจล้วนๆออกมา (เวอร์หรือเปล่า)

ตอบ คุณนิสิตช่วยงาน
P
ขอบคุณครับ จะตอบทุกคำถามครับ

วันละข่าวพอไหวครับ ข่าวแต่ละที่ก็ยากง่ายไม่เหมือนกัน ข่าวผจก.ขนาดภาษาไทยผมยังงงๆ เลยไม่ได้อ่านแล้ว ข่าวภาษาอังกฤษ ผมอ่าน BBC LWN  Slashdot และ Digg ก็ยากง่ายไปคนละแบบ รู้สึกว่า LWN อ่านง่ายสุดแล้ว อาจจะเพราะมันเฉพาะทางด้วย

วอล์แตร์ดีที่มีนิทาน (เป็นนิยายหรือเปล่าก็ไม่รู้) อาจจะอ่านสนุกกว่า The social contract ที่ออกแนวทฤษฎี

ตอบคุณวีร์

P

Votaire นี่เป็นนักปรัชญาและนักคิดทางการเมืองชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงเหมือนๆกับ Rousseau ครับ หรือผมจำผิดหรือเปล่าไม่รู้คุณลองเช็คดูครับ หรือคุณหมายถึงสไตล์การเขียนออกแนวนิทาน ก็อาจจะใช่

ผมไม่ค่อยอ่านข่าวครับ เพราะบางทีมันหดหู่ แต่ก็อยากพัฒนาภาษาครับ แต่ถ้าแปลวันละข่าวกลัวคุณวีร์เบื่ออาทิตย์ละครั้งแล้วกัน จะเอาเป็นแบบแปลกันคนละส่วนหรือ  discuss เป็นอังกฤษดีครับ

ผมลองเลือกข่าวหนึ่งลองดูถ้าไม่เวิร์คหรือเบื่อก็หยุดครับ 

อ่านบันทึกคุณฉัตรชัย มาเรื่อยๆ ชอบวิธีคิด วิธีสื่อสารจังค่ะ แต่มาถึงนี้ต้องลงมือเขียนบอกว่า ชอบพระอาจารย์ Brahm เหมือนกันเลยค่ะ ทั้งสิ่งที่ท่านเทศน์และเขียน

ชอบภาษาอังกฤษ โดยไม่เคยรู้ว่าทำไม อ่านบันทึกคุณ ฉัตรชัย มาเรื่อยๆ ตอนนี้รู้แล้วค่ะ และคิดว่าจะเขียนบันทึกเรื่องที่มาที่ไปเพื่อเป็นข้อพิจารณาสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกชอบภาษาอังกฤษ (เคยโดนถามมาหลายครั้งแล้ว) ขอบคุณที่ทำให้ย้อนทบทวนตัวเองนะคะ

ตอบ

ขอบคุณ คุณ โอ๋-อโณ มากครับ ดีใจมากที่เป็นประโยชน์กับหลายท่าน แค่ผมเห็นคนเข้ามาอ่านก็เป็นกำลังใจที่จะเขียนต่อไป ตอนแรกที่ผมอ่านเทศนาที่พระอาจารย์ แล้วรู้สึกตะลึงมากเพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนและมันแก้ปัญหาผมได้เกือบทั้งหมด ท่านสอนว่า ที่เราเหนื่อยเป็นทุกข์ เพราะเราไม่เคยพักผ่อน(ในเรื่องของใจ) ใช่เลย เราทำงานก็ลืมเวลา คิดก็ไม่หยุด นอนยังเอาไปฝัน ไม่ได้ดังสิ่งที่หวังก็ทำอยู่นั้นแหละ มันเหนื่อยมาก วันนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก ทำพอเหนื่อยก็หยุดทันที    ผมสอนภาษาอังกฤษมีแต่เด็กที่มีปัญหาไม่ชอบอังกฤษแบบที่ไม่เรียนเลยให้ผมไปนั่งเฉยๆ ก็มี ตอนนี้ยังยอมรับว่าวิธีการหลอกล่อเด็กนี่ยังไม่มีวิทยายุทธเท่าไหร่ ขอให้พยายามต่อไปนะครับ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ตลอด   

สวัสดีค่ะ

หัวข้อนี้ น่าสนใจค่ะ

มานึกถึงตัวเอง .....ที่บ้านมีหนังสือภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ เลยเกิดความคุ้นเคย และคุณพ่อพูดภาษาอังกฤษเสียมากในวันหนึ่งๆ เพราะเป็นลูกครึ่งอังกฤษ ดิฉันก็เลยพลอยคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดว่า ภาษาอังกฤษยาก....นี่เป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมค่ะ

ส่วนลูก ก็มีครูพิเศษ สอนมาตั้งแต่เล็กๆ แบบสอนง่ายๆ เรียนปนเล่น และใกล้ชิดกับคุณตา เขาจึง คล่องภาษานี้

สรุปว่า กรณีของดิฉัน คงอยู่ที่สิ่งแวดล้อมและความคุ้นเคยค่ะ

ตอนนี้มีหลานอายุขวบเศษ พาไปเข้ากลุ่มเล่น เขาก็สอนทั้งภาษาไทยและอังกฤษไปในตัว กลับบ้านก็เอาหนังสอนภาษพูดเด็กของวอลท์ ดิสนี่ย์ให้ดูทุกวัน ตอนเช้า ตอนเย็น ตอนนี้ รู้ ศัพท์และความหมายหลายคำ

จริงๆ ดิฉันว่า การเริ่มต้นเรียนภาษาต่างๆ คงต้องเรียนแบบธรรมชาติค่ะ อย่าเครียด และต้องพูดบ่อยๆกับเจ้าของภาษาจะดีมาก จะเป็นเร็ว

ส่วนภาษาหนังสือ ต้องอ่าน ต้องฟัง ต้องพูดบ่อยๆมากๆ จะคล่องเอง

ไม่ใช่แต่ภาษาอังกฤษ ภาษาไหนๆก็เหมือนกันนะคะ

ลูกชายดิฉัน ต้องทำงานอยู่ฮ่องกง 2ปี อยู่เซียงไฮ้ 6 เดือน เขาพูดจีนได้ค่ะ เวลาดิฉันไปเยี่ยมเขาที่ฮ่องกง  เห็นพูดทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนคล่องเลย เพราะอยู่ที่ทำงาน พูดแต่ภาษาอังกฤษ เดินออกมาข้างนอก พูดภาษาจีน

เรื่องภาษา อยู่ที่ต้องชอบ และฝึกบ่อยมากๆค่ะ และไม่ต้องอาย

เห็นด้วยครับ คือถ้ามีบริบท ( context) เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ สำหรับการเรียนภาษา เด็กๆ มัก สนใจอะไรไม่นานเท่าผู้ใหญ่อีกทั้งต้องมีสิ่งที่ดึงดูดใจ หนังสือของ วอลดีสนีย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เด็กชอบ ผมยังไม่เคยเห็นหนังสือสอนเด็กพูดครับ เห็นแต่นิทาน ซึ่งค่อนข้างมีปัญหาตรงมีโครงสร้างภาษาที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก ถ้าเลือกอันที่ง่ายๆก็คงดี แต่ถ้าที่บ้านทุกคนพูดอังกฤษได้ จริงๆ น่าจะใช้เป็นภาษากลางเวลาที่เด็กอยู่ด้วย จะ work มากครับเพราะการเด็กจะเกิดการ acquire เหมือนภาษาไทย ขอบคุณนะครับ ยินดีที่ได้คุยกับพี่ครับ

 

หนังสือของ วอลดีสนีย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เด็กชอบ ผมยังไม่เคยเห็นหนังสือสอนเด็กพูดครับ เห็นแต่นิทาน

ไม่ใช่หนังสือค่ะ เป็นcd- rom สอนเด็ก ตั้งแต่ A B C Dและสอนนับเลข ขายเป็นขุดค่ะ

สวยมาก ไว้สอนเด็กที่บ้าน

ดีครับจริงๆ ใช้ multimedia นี้ดีมากครับทำให้เด็กเห็นภาพเคลื่อนไหว เคย ดู Tumble books (เป็นหนังสือ online บางที เคลื่อนไหวได้แล้วเป็นเรื่องดีมากครับ แต่คงต้องรอให้โตสักหน่อย) ผมเคยสอนพิเศษเด็กที่เรียน หลักสูตร inter เขาใช้ฝรั่งทุกวิชายกเว้นภาษาไทย ก็ไม่มีปัญหา ครับสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และยังเก่งภาษาไทยด้วย แต่เด็กที่เรียน EP (English Program) ค่อนข้างมีปัญหามาก เพราะ จะเริ่มเมื่อเด็กโตมากไปเช่นมต้น มปลาย เด็กสื่อสารกับฝรั่งไม่ค่อยได้ยังต้องมาฟังเนื้อหาที่มันยากๆ อีก ที่จริงถ้าหลักสูตรภาษาไทย เด็กต้องได้เรียนแบบเจอเจ้าของภาษาแต่เด็กนี่จะดีมากครับ เพราะเขาจะได้ทักษะการสื่อสาร ตั้งแต่เด็กครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี