หญิงมีอายุเฉลี่ยแรกสมรสที่ 24.3 ปี ส่วนชายมีอายุเฉลี่ยแรกสมรสที่ 27.4 ปี ในขณะเดียวกันการจดทะเบียนสมรส ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีลดลงถึงร้อยละ 5.93 และจำนวนการหย่าร้างเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.09

     จากสถิติกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พบว่าใน 5 ปีที่ผ่านมา ( 2543 – 2547 ) พบว่า รูปแบบและโครงสร้างครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยคนที่อยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การอยู่ร่วมกันระหว่างพ่อแม่และลูกมีแนวโน้มลดลง และครอบครัวที่มีเฉพาะสามีและภรรยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คนอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น การอยู่ร่วมกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก ลดลง รวมทั้งครอบครัวที่มีเฉพาะสามีหรือภรรยา รวมถึงครอบครัวเดี่ยว ที่มีเด็กมีแต่พ่อหรือแม่เพียงคนเดียวมีจำนวนเพิ่มขึ้นนั้น สอดคล้องกับการศึกษาของวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พบว่า ภาวะเจริญพันธุ์ของไทยมีแนวโน้มต่ำลง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่ประชากรไทยจะมีสถานภาพเป็นโสดและมีการหย่าร้างเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่การสมรสก็มีแนวโน้มที่จะมีอายุแรกสมรสสูงขึ้น การมีบุตรคนแรก มีแนวโน้มการมีบุตรคนแรกเมื่ออายุสูงขึ้น และคู่สมรสในปัจจุบันก็นิยมมีบุตรน้อยลง
       ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลการสำรวจของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีแนวโน้มแต่งงานช้าลง ทั้งชายและหญิง โดยหญิงมีอายุเฉลี่ยแรกสมรสที่ 24.3 ปี ส่วนชายมีอายุเฉลี่ยแรกสมรสที่ 27.4 ปี ในขณะเดียวกันการจดทะเบียนสมรส ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีลดลงถึงร้อยละ 5.93 และจำนวนการหย่าร้างเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.09
     
ข้อมูลดังกล่าว สะท้อนอะไรหลายอย่าง ซึ่งผมวิเคราะห์สาเหตุเองว่าอาจจะมาจาก เดี๋ยวนี้การหาคนที่ดีจริง รักจริง ไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ยาก คนเห็นแก่ตัวมีมากขึ้น หรือไม่ก็อาจเห็นการหย่าร้างกันบ่อยๆ แต่งงานแล้วไม่มีความสุข ทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น ตลอดจนความไม่พร้อมในฐานะเศรษฐกิจ หรือกลัวมีลูกแล้วจะลำบาก หรือกลัวลูกจะต้องเจอกับภัยธรรมชาติที่เริ่มเกิดรุนแรงมากขึ้น เป็นต้น
         จึงคิดว่าสู้อยู่ตัวคนเดียวไม่ได้