จุดประสงค์การเรียนรู้ หรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวังกันแน่?

  สำคัญอยู่ที่คุณครูระบุไว้ว่ามุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะ เจตคติในเรื่องใด ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการและกิจกรรมทั้งหลายทำให้ผู้เรียนเกิดสิ่งที่มุ่งหวังได้อย่างแท้จริงหรือไม่  

                   เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ดิฉันเป็นปลื้มมากที่มีคุณครูท่านหนึ่งจากจังหวัดตรัง ท่านเมล์มาขอเป็นกัลยาณมิตรร่วมเรียนรู้กับดิฉัน ดิฉันรีบตอบรับด้วยความยินดียิ่ง มิใช่เป็นเพราะคำชื่นชมของกัลยาณมิตรท่านนี้ แต่เป็นเพราะคิดว่าตนเองได้รับโอกาสที่ดีมาก ๆ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่าน

                    จำได้ว่าดิฉันตอบท่านไปว่า ตัวเองไม่ได้มีความรู้ความสามารถสูงแต่อย่างใด เพราะเพิ่งทำงานในตำแหน่งศึกษานิเทศก์นี้ได้ไม่นานนัก ยังต้องใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์อีกระยะหนึ่ง และหากข้อคำถามใดที่ไม่อาจตอบได้ จะไปค้นคว้าศึกษาข้อมูลมาช่วยตอบให้

                    เมื่อสามสี่วันที่ผ่านมาดิฉันได้รับเมล์จากท่านอีกครั้ง พร้อมกับข้อสงสัยว่าเวลาเขียนแผนการเรียนรู้นั้น ทำไมบางคนแนะนำให้ท่านเขียน
จุดประสงค์การเรียนรู้ แต่บางคนบอกว่าไม่ถูกต้อง ต้องใช้คำว่า ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง จึงทำให้ท่านสับสนว่าตกลงใช้คำไหน อย่างไรกันแน่

                    ดิฉันเองเห็นว่าคำตอบนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณครูท่านอื่น ๆ อยู่บ้าง จึงขอนำมาเล่าไว้ในบันทึกนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนต่อยอดความรู้ซึ่งกันและกันค่ะ เผื่อสิ่งที่ดิฉันรู้มาและนำมาบอกเล่าไว้นี้จะยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ก็ยินดียิ่งที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านผู้รู้ทั้งหลายค่ะ...เข้าเรื่องเลยนะคะ...

                   คำว่า ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง นั้นเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน หลังจากผ่านกระบวนการเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้แต่ละปีหรือแต่ละภาคค่ะ ซึ่งเรานิยมเขียนแสดงไว้ในคำอธิบายรายวิชา เวลาเขียนต้องให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ มีคำกริยาที่แสดงสมรรถนะความรู้ (K-Knowledge) แสดงความสามารถที่เป็นทักษะกระบวนการ (P-Process) และแสดงคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A-Attitude)  อย่างเช่น
                            
1.  อ่านคำที่มีอักษรนำ อักษรควบ คำที่มีตัวการันต์ และการผันวรรณยุกต์ได้ถูกต้อง อ่านได้ชัดเจน จำคำได้แม่นยำและเข้าใจหลักการอ่าน นำไปสู่การเขียนคำได้ถูกต้อง
                            
2. เขียนอย่างมีมารยาทโดยใช้ภาษาที่สุภาพรับผิดชอบต่อการเขียน และใช้แหล่งอ้างอิง และมีนิสัยรักการเขียน
                    จะเห็นว่าข้อ
1 มีทั้ง K และ P ส่วนข้อ 2 แสดง A ซึ่งในขณะเดียวกันก็มี K และ P ซ่อนอยู่ด้วยนะคะ

                  มาถึงคำว่า
จุดประสงค์การเรียนรู้ ตัวนี้กำหนดไว้เพื่อเป็นขอบเขตในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ และมุ่งให้เกิดผลในแต่ละรายการที่ระบุค่ะ การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ควรแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของการเรียนรู้ที่เป็นภาระงานและพฤติกรรมที่ผู้เรียนพึงแสดงออกในระดับต่าง ๆ ที่สำคัญนั้นจุดประสงค์การเรียนรู้ต้องสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่กำหนดไว้ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งด้านความรู้ (K-Knowledge) ทักษะ/กระบวนการ((P-Process) และคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A-Attitude) ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เห็นความสอดคล้องกันกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ระบุไว้ข้างต้น ดิฉันจะลองยกตัวอย่างจุดประสงค์การเรียนรู้สัก 4 ข้อนะคะ
                                
1. อ่านสะกดคำ อ่านคำ ผันอักษรจากนิทานที่อ่าน และเข้าใจความหมาย
                                
2. อ่าน เขียนคำ สำนวนโวหารจากเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง
                                
3. นำคำมาแต่งประโยค เรียบเรียงประโยค ข้อความ ใช้สื่อความหมายได้ตรงตามจุดประสงค์และหลักเกณฑ์การเขียน
                                
4. ใช้ห้องสมุดเพื่อค้นคว้าในการอ่านและเขียน มีนิสัยรักการอ่านและเขียน มีมารยาทในการใช้ห้องสมุด

               ถามว่า...แล้วผิดไหมที่บางคนมาแนะนำให้เราใช้คำว่า
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง แทนคำว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ ก็ไม่ผิดเลยทีเดียว เพราะดูจากรูปลักษณ์แล้วทั้งสองตัวนี้ เป็นเป้าหมายที่ครูต้องการให้เกิดกับตัวผู้เรียน หากแต่ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เป็นเป้าหมายใหญ่ที่ต้องการเห็นในปลายปีหรือภาค ส่วน จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นเป้าหมายย่อยที่เราต้องการเห็นเมื่อจบการเรียนรู้ตามแผนฯ

               ทีนี้มีบางท่านบอกว่าที่ท่านใช้คำว่า
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ระบุไว้ในแผนฯ นั้นก็เพราะเป็นแผนฯ ใหม่ที่เรียกว่า แผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ใช่ แผนการสอน อย่างเดิม จึงใช้คำว่า ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง แทนคำว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ และ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ซึ่งระบุในแผนฯ ท่านก็ไม่ได้หมายถึง ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี หรือรายภาค แต่หมายถึง ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในแผนฯ นั้น ๆ

               ดิฉันก็ว่าถ้าเข้าใจแบบนี้ หากดูที่เจตนาก็ไม่ผิด เพราะไม่ว่าจะใช้คำใด ซึ่งตอนนี้แพร่หลายไปแล้ว บ้างก็ใช้
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง บ้างก็ใช้ จุดประสงค์การเรียนรู้ นั้น หากคุณครูสามารถเขียนระบุได้ครอบคลุม K-P-A ที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดเมื่อเรียนรู้จบแผนฯ ก็ไม่น่ามีปัญหา...เน้นว่า...เป็นผลฯ ที่เกิดหลังจบแผนฯ นะคะ

                แต่ก็มีคุณครูบางท่านเขียนไว้ทั้ง ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่เป็นผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาค และเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ไว้ด้วย ในแผนฯ เดียวกันนั้น ก็สามารถทำได้ค่ะ เราไม่ได้มีรูปแบบตายตัวว่าต้องระบุอะไรในแผนมากน้อยแค่ไหน คุณครูแต่ละคนอาจมีรูปแบบแตกต่างกันไป (นอกจากบางโรงเรียนที่ตกลงร่วมกันว่าจะใช้รูปแบบเดียวกันก็เป็นเรื่องของแต่ละโรงเรียนนั้น) แต่ต้องคงองค์ประกอบสำคัญของแผนฯ ไว้ เช่น เนื้อหาสาระ จุดประสงค์การเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ และกระบวนการวัดและประเมินผลค่ะ

               จะใช้คำใด ไม่น่าใช่สาระหลักที่ต้องยึดมั่น สำคัญอยู่ที่รายละเอียดที่คุณครูระบุไว้ว่ามุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะ เจตคติในเรื่องใดมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการและกิจกรรมทั้งหลายทำให้ผู้เรียนเกิดสิ่งที่มุ่งหวังได้อย่างแท้จริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคุณครูค่ะ
                     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกสะท้อนคิด

คำสำคัญ (Tags)#ครู#นักเรียน#แผนการจัดการเรียนรู้#ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง#จุดประสงค์การเรียนรู้

หมายเลขบันทึก: 89388, เขียน: 10 Apr 2007 @ 06:41, แก้ไข, 03 Sep 2012 @ 14:26, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 42, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (42)

หนูปวีณา

      ชัดเจนมากหนู  เยี่ยมจริง ๆ 

       ถ้าโอกาสมีอยากฟัง KM ของสำนักงานหนูบ้าง

tadsanee
IP: xxx.91.172.247
เขียนเมื่อ 10 Apr 2007 @ 10:04

     กำลังปวดหัวอยู่เหมือนกันค่ะ  โดยเฉพาะเมื่อเช้าตื่นนอนก็คิดเรื่องนี้   นักวิชาการจำนวนหนึ่งจะยึดติดแต่สิ่งที่ตนเองเรียนมา รู้มา แล้วยกเป็นสรณะ  ถ้าใครว่าไม่เหมือนก็ผิด

    อยากเห็นการนำเสนอที่เปิดกว้าง พูดถึงมุมมองของผู้อื่น ทำให้ผู้ฟังได้ใช้ความคิดของตนเอง

    คนรู้น้อยก็สับสน  indicator หน่วยงานรัฐแห่งนี้ ใช้ตัวชี้วัด   อีกหน่วยหนึ่งใช้ ตัวบ่งชี้

   strategy  ภาษาอังกฤามีคำเดียว  แต่ภาษาไทยเรียกทั้งกลยุทธ์ และยุทธศาสตร์

    คนรู้น้อยก็พลอยรำคาญค่ะ

 

    คิดถึง ดร.วิไลค่ะ  เมื่อคืนดู vcd ที่ไบเทคเห็นตั้งคำถาม

 

  • สวัสดีค่ะ พี่วิไล...คิดถึงจังค่ะ
  • คำตอบข้างบนนี้น่าจะใช้ได้นะคะ เพราะพี่วิไลการันตีให้แล้วว่าชัดเจน แต่ไม่รู้ว่าคุณครูจะชัดเจนหรือเปล่า ยังกังวลอยู่นิดหน่อยค่ะ..
  • เพราะรู้สึกยังยกตัวอย่างไม่ค่อยถึงใจ ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ลองยกตัวอย่างอีกนิดนะคะ เผื่อจะชัดยิ่งขึ้นอีก


                 สมมุติว่าเราจะเขียนแผนฯ เพื่อสอนกลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์ เรื่อง รูปเรขาคณิต

    ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ระบุว่า จำแนกรูปเรขาคณิตสองมิติที่เป็นรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม และวงรีได้

    จุดประสงค์การเรียนรู้ (ลองแยกเป็นจุดประสงค์ปลายทาง และจุดประสงค์นำทางดูนะคะ เพราะบางท่านนิยมระบุแยกกัน)

    จุดประสงค์ปลายทาง
              สามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของรูปสามเหลี่ยม วงกลม วงรีได้

    จุดประสงค์นำทาง
              1. จำแนกรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลมและวงรีได้
              2. บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลมและวงรีได้ 

          ขอบคุณพี่วิไลมากค่ะ พบกันเมื่อไร เป็นไม่พลาดแน่ที่เราจะได้แลกเปลี่ยนกันเรื่อง KM สำนักงานฯ ค่ะ

สวัสดีค่ะ ศน.กุ้ง

  • แผนการจัดการเรียน  ก็คือ  แผนการสอนนั่นเองค่ะ
  • แต่  เวลาส่งผลงานทางวิชาการ..ต้องใช้..แผนการจัดการเรียนรู้ค่ะ
  • จุดประสงค์การเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง..ท่านเสนอได้ชัดเจนแล้วค่ะ

ขอบคุณค่ะ

  • ขอบพระคุณท่านอ.ทัศนีย์เป็นอย่างมากค่ะ ที่กรุณาช่วยสร้างศรัทธาในตัวหนูกับคุณครูชาวสุพรรณฯ ตลอดระยะเวลาที่อาจารย์มาเยี่ยมพวกเรา ด้วยการกล่าวถึงฝีไม้ลายมือในการบันทึกเรื่องขึ้นบล็อกของหนู
  • รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมองเห็นแววตาที่คุณครูมองตัวเอง สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นที่คุณครูมีต่อตัวเรามากขึ้น เป็นความสุขลึกที่เกิดขึ้นในใจค่ะ
  • และคาดว่าอาจารย์คงจะนำกรณีของหนูไปยกตัวอย่างที่จังหวัดอื่นด้วย เพราะสังเกตว่าตัวเองมีแฟน ๆ เยอะขึ้น แถมบางท่านมาจากที่ไกล ๆ ที่คาดไม่ถึง เช่นคุณครูจากจังหวัดตรังท่านนี้
  • เรื่องการบัญญัติศัพท์นี่ ต้องยกให้นักการศึกษาเราค่ะ เป็นอย่างที่อาจารย์กรุณาเล่าให้ฟังนี้บ่อย ๆ บางทีที่เราว่าเราก็รู้ ๆ อยู่ พอได้ยินศัพท์ใหม่ ๆ ก็พาลงงไปเลย
  • ดีอย่าง ก็คือ ช่วยกระตุ้นให้เราศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อตัวเองรู้สึกว่า "รู้น้อยลง" ค่ะ
  • ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ ที่กรุณาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คิดว่าหัวข้อนี้จะหาคนพูดคุยด้วยไม่ค่อยจะได้เสียแล้ว เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องเฉพาะของครูเราอยู่สักหน่อย และเห็นว่าคนในวงการครูเรายังมีการแลกเปลี่ยนกันบนพื้นที่ IT น้อยอยู่สักหน่อยค่ะ
  • สวัสดีค่ะ คุณครูอ้อย
  • เพียงแค่คิดถึงคนเป็นครูทั้งหลาย ครูอ้อยก็เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนทันที....เป็นปลื้มจริง ๆ
  • คุณครูอ้อย เป็นบุคคลที่มี Tacit ในเรื่องของการเขียนแผนฯ อย่างเยี่ยมยุทธ คาดการณ์ได้จากผลการสอนของคุณครูอ้อยค่ะ
  • และยังเป็นบุคคลที่สามารถขอคำแนะนำเรื่องการทำผลงานวิชาการได้ดีอีกด้วย อันนี้สรุปได้จากบันทึกที่ครูอ้อยนำเสนอเรื่องการเลื่อนวิทยฐานะค่ะ
  • ค่อยโล่งอกหน่อย....มีครูอ้อยการันตีเรื่องความชัดเจนเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งแล้ว ... เย้!!!
  • ขอบคุณมากค่ะ
ลำดวน
เขียนเมื่อ 11 Apr 2007 @ 11:33
  • ยอดเยี่ยมค่ะ
  • พี่ภูมิใจแทนกุ้ง
  • และพี่ได้ฟื้นความรู้ เติมเต็มความรู้จากบันทึกนี้ค่ะ  ขอบคุณค่ะ
  • อย่าลืมนำไปเผยแพร่ในเวปแมงมุมด้วยนะคะ
  • ขอบคุณ "สุดยอดหัวหน้า...หน.ลำดวน" ค่ะ
  • เป็นศน. ได้เป็นตัวเป็นตนแบบทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะหัวหน้าที่คอยให้กำลังใจและชี้แนะแนวทางค่ะ ถ้าหัวหน้าว่าหนูยอดเยี่ยม หนูก็ว่าหัวหน้าเยี่ยมยอดกว่าค่ะ
  • ลืมไปเลยค่ะ ว่าควรจะนำไปเผยแพร่ในแมงมุมด้วย เผื่อเพื่อนครูชาวเขต 2 จะได้ใช้ประโยชน์จากบันทึกนี้ด้วยเช่นกัน
  • ขอบคุณหัวหน้ามากค่ะ ที่ช่วยเตือน
ภัชราพรรณ รัตนะ
IP: xxx.157.222.34
เขียนเมื่อ 13 Apr 2007 @ 11:59

ขอขอบคุณมากค่ะที่ตอบข้อข้องใจของพี่ได้ชัดเจน

ดีมาก

สวัสดีค่ะ คุณปวีณา

  • ถึงไม่ได้อยู่วงการการศึกษาแต่ก็ได้ความรู้และความชัดเจนมากทีเดียวค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
ยูมิ
เขียนเมื่อ 13 Apr 2007 @ 12:36

มาเยี่ยม...

อ่านมุมคิดแล้วน่าสนใจครับ...ที่ว่า...

กระบวนการและกิจกรรมทั้งหลายทำให้ผู้เรียนเกิดสิ่งที่มุ่งหวังได้อย่างแท้จริงหรือไม่...

  • ขอบคุณคุณครูภัชเช่นกันค่ะ ที่ให้โอกาสหนูได้มีประสบการณ์ในการฝึกฝนพัฒนาตัวเอง
  • การป้อนคำถาม เพื่อให้เราตอบนั้น หากบางคำถามเราไม่รู้ หรือไม่ชัดเจน เราก็ต้องมีการค้นคว้าเพิ่มเติมใช่มั๊ยคะ
  • นี่ล่ะค่ะที่เราจะได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองไปในตัวด้วย
  • เขาถึงว่า "คำถาม" ที่ดี จะเป็นตัวช่วยทำให้เด็ก ๆ ในห้องเรียนของเราเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองไงคะ
  • ขอบคุณพี่ภัชเจ้าของคำถามที่ทำให้เกิดบันทึกนี้ อีกครั้งหนึ่งค่ะ
  • สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะพี่ติ๋ว...
  • ยังระลึกและคิดถึงพี่ติ๋วเหมือนเดิมค่ะ...ขอบพระคุณที่ยังมาเยี่ยมให้กำลังใจกันอยู่เสมอ
  • เพราะในวงการศึกษาบ้านเรา ยังมีคนเก่งที่มาจากหลายสำนัก จึงยังทำให้ศัพท์แสงที่เราใช้แตกต่างกันหลายคำ หากแต่มีความหมายเดียวกัน ครูเราจึงอาจสับสนได้ ไม่ใช่ครูรู้น้อย แต่เป็นเพราะเกิดการไม่ชัดเจนมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้หนูมองที่เจตนาในการใช้คำเสียมากกว่า และมองเนื้อแท้ที่เราต้องการให้เกิดกับตัวผู้เรียนค่ะ
  • ถึงอย่างไรศึกษานิเทศก์อย่างพวกเรายังพร้อมที่จะเคียงคู่ไปกับครู ช่วยหาคำตอบในสิ่งที่ครูสงสัยให้อยู่เสมอค่ะ
  • ขอบพระคุณอาจารย์ umi ค่ะ ที่ให้เกียรติมาเยี่ยม และรับมุมคิดที่ดิฉันทิ้งท้ายไว้
  • ไม่ใช่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับครูเท่านั้นค่ะ แต่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับศึกษานิเทศก์อย่างพวกเราอีกด้วย ว่าแล้วเราจะมีลีลาในการช่วยเหลือ ประคับประคอง และบางขณะต้องเป็นเพื่อนผู้ร่วมเรียนรู้พาครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน ให้ เก่ง ดี มีความสุข อย่างแท้จริงได้อย่างไรเช่นกัน
  • ในวาระโอกาสปีใหม่ไทย สงกรานต์ปีนี้ ขออำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัยโปรดได้อำนวยอวยพรให้ท่านอาจารย์และครอบครัวพบแต่ความสุขกาย สุขใจ มีพลังเต็มเปี่ยมในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ มอบประสบการณ์ที่มากด้วยคุณค่ามายังพวกเราให้ได้เรียนรู้ เพื่อเป็นพลังปัญญาในการทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทยต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ
ชาตรี
IP: xxx.172.159.150
เขียนเมื่อ 17 Apr 2007 @ 15:38

สวัสดีพี่กุ้ง

ผมชาตรี(ร.ร.บรรหาร 5)ที่เคยทำวิจัยกับพี่เรื่องศูนย์เครือข่ายสถานศึกษาไง  ตอนนี้อยู่กทม.ได้ 2 ปีแล้ว 

ผ่านมาเห็นKMของพี่แล้วก็รู้สึกดีมากๆ  มีโอกาสก็อยากร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นกัน  เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าเราก็เด็กมศก.เหมือนกัน 

ถ้าพี่มีข้อมูล เรื่อง play&learn จะช่วยเผยแพร่ให้ได้เรียนรู้ก็จะดีใจยิ่ง

ดีใจ+ประหลาดใจเล็ก ๆ ที่ได้เจอกับ อ.ชาตรีบนพื้นที่นี้...ยังคิดถึงน้องชายคนเก่งเสมอจ้ะ

ตอนนี้อยู่โรงเรียนอะไร กทม.เขตไหนจ๊ะ ดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอและจะมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่ออีก

ตอนนี้ที่สุพรรณฯ 2 กำลังทำวิจัยกันอีกหลายเรื่อง พี่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนาคิดวิเคราะห์ค่ะ อยากขอคำปรึกษาจากน้องบ้าง หากไม่เป็นการรบกวน Mail มาบอกเบอร์พี่หน่อยสิ [email protected] จ้ะ

พี่จะได้รู้ Mail ชาตรีด้วยไง เผื่อมีอะไรน่าสนใจ หรือชาตรีอยากได้อะไร พี่จะได้ส่งให้ได้สะดวกหน่อย เรื่อง Play&learn ก็น่าจะมีอยู่นะ

Mail มานะ...จะได้คุยกันต่อ ดีใจมากจ้ะที่ได้เจอกันอีก

พักใจ
เขียนเมื่อ 20 Apr 2007 @ 01:16

สวัสดีค่ะ พี่ปวีณา พี่สาวที่น่ารัก

      ขอบคุณนะคะที่นำความรู้ดีดีมาให้ได้ทราบกัน หนูชอบการเขียนของพี่จังค่ะ ใช้ถ้อยคำที่น่าอ่าน อ่านแล้วก็อยากอ่านอีก หนูอยากรู้หลักในการเขียนอย่างพี่บ้างจัง หนูเองใช้คำยังไม่ค่อยถูกเลยค่ะ จึงต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น การใช้ภาษาของหนูดูเรียบง่ายและไม่ค่อยน่าสนใจ หนูอยากเก่งทางด้านภาษาไทยให้มาก ๆ หนูจะได้เป็นครูสอนภาษาไทยที่ดี และเป็นตัวอย่างให้แก่นักเรียนต่อไป ถ้ามีโอกาสหนูเองก็อยากเจอพี่นะคะ อยากเห็นความน่ารัก และรอยยิ้มของพี่สาวคนนี้จัง

                                   คิดถึงพี่สาวเสมอ

                            

  • สวัสดีน้องวาสนาที่รักด้วยเช่นกัน

  • การเขียนในสไตล์ของพี่ มีเคล็ดลับตรงที่ต้อง "เขียนด้วยใจ" ใจเราอยากบอกอะไรกับคนอ่าน แล้วค่อย ๆ นำเสนออย่างเป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอน ในสาระที่มีก็ควรจะสอดแทรกถ้อยคำที่แสดงความรู้สึกอย่างเป็นกันเอง และเท่าที่สังเกตตัวเองก็รู้สึกว่าพี่จะถนัดในแนวเล่าเรื่อง ที่เป็นลำดับเหตุการณ์ หลายครั้งจะเชื่อมโยงเหตุการณ์เรื่องราวทั้งหลาย ขมวดเป็นข้อคิดทิ้งไว้ท้ายบันทึกค่ะ

  • เขียนแบบนี้ จะเข้าหลักการเขียนที่ดีหรือไม่ พี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ รู้แต่ว่าน่าจะเป็นแบบที่ตัวเราถนัด เข้ากับธรรมชาติ/จริตของตัวเอง และพี่ก็ใช้เป็นรูปแบบในการนำเสนอบันทึกเสมอค่ะ

  • เห็นด้วยกับความคิดที่หนูต้องการพัฒนาตัวเองทางด้านภาษา เพราะต่อไปหนูต้องออกไปเป็นครูสอนภาษาไทย การฝึกฝนทักษะการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน อย่างสม่ำเสมอจะช่วยยกระดับความสามารถของตัวเองทางด้านภาษาค่ะ

  • เราต้องหมั่นหาเวทีสำหรับการฝึกฝนตนเองค่ะ เช่นเวลาอยู่ในห้องเรียนต้องเสนอตัวแสดงความคิดเห็นบ่อย ๆ ไปร่วมประชุมที่ไหน ก็ต้องกล้าร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมบ้าง  พี่ว่า gotoknow เป็นเวทีทีดีมากเวทีหนึ่งสำหรับการเขียน แต่อย่าลืมว่า ก่อนขึ้นเวทีได้ตัวเองต้องเตรียมความพร้อมด้วยเหมือนกัน

  • อย่างที่เรารู้ว่า การฟังกับการอ่านเป็นทักษะในการรับสาร ส่วนการพูดและการเขียนเป็นทักษะของการส่งสาร สองฟากนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน หากเราฟังน้อย อ่านน้อย ย่อมมีข้อมูลในการประมวลความคิดได้น้อย ก็จะเป็นผลทำให้เราพูดและเขียนได้ไม่ดี

  • ควรเริ่มต้นจาก ฟังให้มากขึ้น อ่านให้มากขึ้น แล้วค่อย ๆ ฝึกพูดและเขียนค่ะ เมื่อทำเช่นนี้บ่อย ๆ ชั่วโมงบินเราก็จะมากขึ้น เราก็จะเก่งมากขึ้นไงคะ

  • วันไหนที่อยู่ที่สุพรรณฯ โทรมาบอกพี่บ้างนะคะ เราจะได้เจอกันไงจ๊ะ
seangja
เขียนเมื่อ 28 Apr 2007 @ 06:38
ชอบสไตล์การเขียนด้วยใจของคุณกุ้งมาก..ถึงไม่ได้เป็นคุณครูแต่ก็เคยมีบางครั้งที่ทำงานเป็นวิทยากรจึงต้องวางแผนการสอนหรือฝึกอบรม..งงกับคำแต่พอมาอ่านรู้สึก1.สบายใจขึ้นไม่ติดข้องกับคำหากแต่มองที่จุดม่งหมายและระยะที่ต้องการใช้2.ทำให้เกิดการทบทวนถึงการวางแผนสอนที่ผ่านมาของตัวเองว่ามีทั้งเฉพาะส่วนและเป้าหมายรวมอยู่ด้วยหรือไม่..ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นดีๆที่นำมาแลกเปลี่ยนสู่กันค่ะ

สวัสดีค่ะ  ศน.กุ้ง  ผู้น่ารัก

  • เมื่อวานนี้ 5 วัน  ครูอ้อยใช้คำผิดเนอะ  ต้องใช้ว่า  เมื่อ 5 วันที่ผ่านมานะคะ   ครูอ้อยได้ไปอบรมภาษาอังกฤษ  ดีมากๆค่ะ   ชื่อโครงการ Brush Up !  ซึ่งตรงจุดมุ่งหวังของการอบรมจริงๆค่ะ
  • ครูอ้อยเป็นครูเก่า...ก็ได้ซึมซับเข้าไปอีก
  • ส่วนครูใหม่...ก็รู้อะไรเพิ่ม..เป็นแนวเดียวกันค่ะ
  • วันจันทร์ที่ 30 - 8 พ.ค.  อบรม..ผู้นำการเปลี่ยนแปลง..ครูอ้อยยังงงชื่ออยู่ค่ะ..แล้วจะเล่าให้อ่านนะคะ..แต่เอ...เราน่าจะพบกันในงานนี้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

  • ขอบคุณคุณขวัญ seangja มาก ๆ ค่ะ
  • พบคุณขวัญครั้งใด อบอุ่นและมีกำลังใจทุกครั้ง ตรงนี้เป็นเสน่ห์ของนักจิตวิทยาหรือเปล่าคะ
  • เยี่ยมยอดมาก ที่คุณขวัญเชื่อมโยงข้อมูลจากบันทึกนี้ไปสู่การงานของคุณขวัญได้แบบลงตัว เป็นปลื้มจริง ๆ ค่ะ
  • เป้าหมายสำคัญมาก และลีลา-เทคนิคการจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดเป้าหมายที่เราต้องการยิ่งสำคัญและท้าทายกว่าค่ะ...
  • แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ถ้าเป้าหมาย (จุดประสงค์) ชัด จะพลอยทำให้กิจกรรมชัดตามไปด้วย ในทางกลับกันหากเป้าหมายไม่ชัดเจน จะหวังวางกิจกรรมให้ชัดเจนก็คงยาก
  • คิดถึงคุณขวัญเสมอนะคะ ต่างคนต่างยุ่ง ไม่ได้โทรคุยกัน แต่ยังส่งใจไปหาคุณขวัญเสมอค่ะ
  • สวัสดียามบ่ายค่ะคุณครูอ้อย
  • คุณกุ้งเข้าไปทักทายกับคุณครูอ้อยไว้ที่บันทึกเรื่อง 8 วันที่ต้องเตรียมไปนอนโรงแรมแล้ว
  • กำลังติดตามคำตอบคะว่าคุณครูอ้อยไปอบรมที่เพชรบุรี เหมือนคุณกุ้งไหม
  • อยากพบคุณครูอ้อยมากค่ะ...พลาดหวังมาหลายครั้งแล้ว
  • ส่วนเรื่องเรียนเชิญเป็นผู้รู้เติมเต็มต่อยอดให้กับครูชาวสุพรรณฯ ในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2550 ก็กำลังรอคอยคำตอบเช่นกันค่ะ
  • คิดถึงและอยากพบคุณครูอ้อยตัวเป็น ๆ ... ไม่เคยเปลี่ยนค่ะ
พิสูจน์
เขียนเมื่อ 18 May 2007 @ 08:59
  • ผมอ่านตัวอย่างผลการเรียนรู้ที่หน่วยงานระดับสูงๆเผยแพร่สู่ครู ก็ไม่ค่อยครบ ๓ ด้าน ทำให้ครูนำไปใช้ตามก็ไม่ค่อยครบ ๓ ด้านที่ว่า
  • ผมว่าผลการเรียนรู้ที่คาดหวังตัวใหญ่ ก็คล้ายๆจุดประสงค์รายวิชาเดิม คล้ายจุดประสงค์ปลายทางเดิม
  • ดังนั้นผมว่าเรานำผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(รายวิชา/ปี)มาตั้งไว้เหมือนจุดประสงค์ปลายทาง แล้วแยกเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหรือจุดประสงค์ย่อยในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผนย่อยไป ก็ดีนะครับผมใช้มาแล้ว ส่งอาจารย์ ๓ ไป กรรมการท่านก็ไม่ว่าอะไร ยังให้สตางค์มาใช้อีกตั้งแยะ
  • ขอบคุณพี่พิสูจน์มากค่ะ ที่มาร่วมเติมเต็มให้กันในเรื่องนี้
  • ระยะก่อนเวลาเราออกแบบแผนการการจัดการเรียนรู้ เราจะเริ่มไล่เรียงไปตั้งแต่มาตรฐาน ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ละเรื่อยไปยังจุดประสงค์ จนเริ่มเข้าสู่กิจกรรม...สื่อ...การวัดประเมินผล
  • ตอนนี้กระทรวงฯ ปรับแนวให้เราเริ่มไปดูเรื่องของการประเมินเป็นจุดเริ่มต้น ว่าเราต้องการให้เด็กเราเกิดสิ่งใด เป็นอย่างไร แล้วจึงค่อยย้อนกลับขึ้นมา...สวนทางกับสิ่งที่เราเคยทำ ๆ กันมา
  • เราเรียกวิธีการออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบนี้ว่า Backward Design ซึ่งเขาเชื่อว่าจะทำให้ครูสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ได้ดีกว่าเดิม ๆ  
  • หนูได้ข่าวว่าทางเขตฯ เลือกพี่พิสูจน์เป็นแกนนำในเรื่องนี้ด้วยนะคะ เริ่มปฏิบัติการวันที่ 24-25 พ.ค.นี้....เสียดายหนูไม่ได้อยู่ร่วมด้วย เพราะมีภารกิจไปราชการให้กับงานของกระทรวงฯ ค่ะ
  • ค่อยมาไล่ตามเพื่อนกันทีหลังค่ะ
  • มายืนยันว่า...ไปแน่ๆค่ะ...ไปกับพ่อบ้านและลูกสาวคนเล็กค่ะ
  • ลูกสาวทำการบ้านเสร็จแล้ว  ตรวจงานให้แม่ด้วย  ส่วนพ่อบ้านยังไม่ได้ล้างรถเลยค่ะ
  • ครูอ้อยยังไม่ได้เตรียมอะไร  นอกจากตัวเองแบบ..เต็มใจค่ะ

ตื่นเต้นจังค่ะ

  • ขอบพระคุณคุณครูอ้อยมาก ๆ ที่มาช่วยทำให้บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนและการเติมเต็มความรู้ มีสีสันเพิ่มขึ้นเช่นนี้
  • ชอบและประทับใจกับคำพูดของคุณครูอ้อยที่บอกว่า....ต่อแต่นี้ถึงเวลาที่เราจะเป็นผู้ให้กับสังคมแล้ว
  • ขอเป็นแรงใจสำหรับความมุ่งมั่นในการทำความดีนี้เพื่อสังคมต่อ ๆ ไปค่ะ
  • ขอบพระคุณมาก ๆ จากใจของชาวสุพรรณฯ เขต 2 ค่ะ
ครูสาว( แก่) กทม.ค่ะ
IP: xxx.24.58.120
เขียนเมื่อ 11 Aug 2007 @ 21:44

สวัสดีค่ะ

     ขอรบกวนสอบถามหน่อยค่ะพอดีว่าต้องทำแผนการจัดการเรียนรู้ส่งเขาค่ะ (ในรูปแบบ แบคเวิดดีซายด์ค่ะ )คือว่า มีครูท่านนึงได้ คศ. 3 มาเป็นวิทยากรแล้วได้เอาตัวอย่างผลงานแผนฯมาให้ดู ผลงานแผนของท่านมีหัวข้อแผนฯที่แปลกตรงที่ว่ามีสาระการเรียนรู้ กับเนื้อหาสาระ อยู่ด้วย จากที่ทราบมาหรือสอบถามครูที่ทำ คศ.3 หรือจากที่รู้มาและจากที่เคยทำแผนมาหลายครั้งหลายหน (ถูกหรือผิดก็ไม่ทราบค่ะ)ว่ามันน่าจะเป็นอันเดี่ยวกันแต่ทำไมครู คศ.3ท่านนี้ถึงได้นำมาใส่ในแผนการจัดการเรียนรู้ของท่านล่ะค๊ะ(เป็นตัวอย่างซึ่งไม่ทราบว่าจะเป็นตัวอย่างที่ท่านใช้ส่งหรือเปล่าน๊ะค๊ะ) ช่วยตอบเป็นวิทยาทานด้วยน๊ะคะ และขอความรู้อีกประการหนึ่งค่ะ  คำว่า"สร้างความตระหนัก"  หมายถึงอย่างไรค๊ะ 

                                        ขอบคุณอีกครั้งค่ะ 

ถมพร
IP: xxx.174.84.225
เขียนเมื่อ 11 May 2008 @ 19:02

                       สวัสดีตอนnightครับ

        ผมอยากชมเชยพี่ปวีณามากครับ  พี่เก่งจังเลย   ผมอยากเก่งเหมือนพี่จังเลยครับ  จุดประสงค์การเรียนรู้  คนเราทุกคนต้องมีจุดมุงหมาย  หรือจุดประสงค์กันทุกคน 

          ดังนั้น จึงมองได้หลายแง่มุมครับ

                                จาก...ถมพร

อดุลย์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 16 Jul 2008 @ 23:06

ขอบคุณจิง ๆ ครับ พอดีว่า อาจารย์ให้ทำนำเสนองานหัวข้อนี้พอดีเลยครับ แต่อยากถามต่ออีกนิดหนึ่งครับว่า ระหว่างคำว่า จุดประสงค์กับวัถตุประสงค์มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรครับ เพราะผมลองดูว่าในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า objactive ทั้งสองคำเลย หากมีเวลากรุณาตอบให้ด้วยนะครับ ทางอีเมล์ก็ดีมากครับ....ขอบคุณล่วงหน้าครับ

สุดารัตน์
IP: xxx.67.228.80
เขียนเมื่อ 21 Jun 2009 @ 20:40

อยากทราบว่าจุดมุ่งหมายของการเรียนรู้คืออะไร

ขอบคุณค่ะ

ขวัญฤทัย ทองแท้
IP: xxx.173.65.5
เขียนเมื่อ 12 Oct 2009 @ 23:08

หนูอยากได้ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ชัดเจน หมายถึงว่า จุดประสงค์ในตัวแผนแยกเป็น KPA เรียบร้อย พร้อมทั้งการเขียนเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

nunee45
IP: xxx.8.239.78
เขียนเมื่อ 14 Feb 2010 @ 13:43

อ.คะรบกวนนะ สงสัยว่าทำไม การเขียนแผนการสอนจึงไม่อะไรที่เป็นมาตรฐาน ทำไมมันเปลี่ยนได้ตลอดตะ เช่น ใช้คำว่าผลการเรียนรู้ที่ตาดหวัง แล้วก็เปลี่ยนเป็น ผลการเรียนรู้ ในหลักสูตร 51 ส่วนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ก้เปลี่ยนเป็นจุดประสงค์ปลายทาง จุดประสงค์นำทาง แล้วเปลี่ยนอีก เป็นจุดประสงค์การเรียนรู งงคะ

และดิฉันคิดว่าสิ่งที่น่าเปลี่ยนคือกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งขึ้นกับเทคนิคของผู้สอนแต่ละคน แต่เขาก็พยายามจะให้อธิบายลงไปให้ละเอียด ซึงเวลาเราสอนจริงการนำเข้าสู่บทเรียนนั้น ดิฉันคิดว่าบางครั้งก็ขึ้นกับสถานการณ์ที่เกิดอยู่สิ่งแวดล้อมขณะนั้นนะ

งง นะ

และอีกอย่างทุกวันนี้ดิฉันว่าครูไม่มีเวลาให้กับเด็กมากเท่ากับอดีต เพราะ มัวทำเอกสาร ไหนว่าคอมพิวเตอร์จะลดในเร่องการพิมพ์เอกสาร แต่ไม่ใช่กับเพิ่มมากขึ้นอีก

วิลาวัลย์
IP: xxx.19.27.213
เขียนเมื่อ 04 Mar 2010 @ 12:07

ขอบคุณมากค่ะ..ที่ให้ความรู้..ดิฉันก็งงๆเหมือนกัน

วันเพ็ญ บุญนัดดา
IP: xxx.25.83.153
เขียนเมื่อ 05 Apr 2011 @ 12:55

   จุดประสงค์การเรียนรู้เป็นจุดประสงค์นำทาง(จุดประสงค์ย่อยตามความเข้าใจนั่นแหละค่ะบางโรงเรียนยังใช้อยู่ บางโรงเรียนไม่ใช้แล้ว)

   ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเป็นจุดประสงค์ปลายทางค่ะ(หลักสูตรใหม่ใช้คำนี้)

   จะใช้คำไหนคงอยู่ที่ข้อตกลง ที่โรงเรียนข้าพเจ้าให้ใช้ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังอย่างเดียว ยกเลิกจุดประสงค์นำทางปลายทาง แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ค่ะ

rj
IP: xxx.207.11.159
เขียนเมื่อ 09 Apr 2011 @ 08:04

การเรียนการสอนในวันนี้ เน้นเอกสารมากเกินไปนะ การเล่นคำ การคิดศัพท์ ไม่รู้ว่ามันเกิดผลดีอะไร การเรียนการสอนมีแต่ตกต่ำลง ครูได้ตำแหน่งสูงขึ้น เด็กแย่ลง ทำแต่เอกสารมากเกินจำเป็น คอมพิวเตอร์ใช้ลดงานเอกสารได้ แต่การศึกษากลับให้ทำเอกสารมากขึ้น ครูเอาเวลาไปนั่งทำเอกสาร มัวแต่คิดคำอธิบาย คิดวิธีการ แต่ทำจริงๆ คิดว่าแม้คนที่ได้เชี่ยวชาญเอง ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นทั้งหมด เพียงแค่เอกสารดูดี มีการจัดทำตรงตามรูปแบบ แล้วก็ทำตรงตามเกณฑ์ ซึ่งบางครั้งมันไม่น่าจำเป็นตามนั้นเลย ไม่ต้องทำแบบนั้น ต้องขออภัยที่ถ่ายทอดได้ไม่ตรงกับที่คิดนัก

ธิดา
IP: xxx.206.136.93
เขียนเมื่อ 24 Apr 2011 @ 07:22

ขอถามท่านศน.หรือผู้รู้ท่านอื่นๆว่า  ได้ส่งผลงานคศ.3  กรรมการ มีความเห็นว่าแผนการเรียนรู้กำหนดเป็นผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  แต่แบบฝึกกำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ซึ่งควรจะตรงกันโดยเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งและมีเนื้อหาหรือวัตถุประสงค์เดียวกัน

คือดิฉันทำ  แผนฯ  โดยมีทั้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(ดังที่ท่านอธิบาย)และจุดประสงค์ลงไปด้วย

ในการแก้ไขจึงได้ตัดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังออกจากแผน  ท่านศน.มีคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรดีคะ  อยากทราบความเห็นค่ะ (ต้องรีบส่งผลงานใหม่ ร้อนใจมากค่ะ)

ขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านค่ะ

ครูกมล
IP: xxx.204.162.8
เขียนเมื่อ 28 Jul 2011 @ 21:24

ขอบคุณที่ให้ความรู้มา เป็นประโยชน์มากครับ

ต๊อกแต๊ก อารามบอย
IP: xxx.49.248.249
เขียนเมื่อ 01 Apr 2012 @ 03:32

อาจารย์สวย มีข้อคิดสวยๆ แบ่งปันสู่โลกการศึกษาที่กำลังไม่สวย ให้กลับมาสวยด้วยเพียง บทความสวยๆ ไม่กี่บทความ

คิดใหมว่าถ้า หลายๆสิ่ง หลายๆ อย่าง กำลังไปสู่ปลายทางเดี่ยวกัน และมีจุดมุ่งหมายเดียวกันละก็..................................................................................................................................................................................ทุกอย่างนั้นจะเป็นไปได้....................สวย

ครูประภากร
IP: xxx.137.113.3
เขียนเมื่อ 03 Sep 2012 @ 14:26

หลักสูตรใหม่ คือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ที่โรงเรียน ใช้... - วิชาสาระพื้นฐาน ใช้คำว่า "ตัวชี้วัด" - วิชาสาระเพิ่มเติม ใช้คำว่า "ผลการเรียนรู้" --------------------------------------------------------------- ส่วนคำว่า "จุดประสงค์การเรียนรู้" นั้น เป็นคำที่อยู่ในหลักสูตร 2544

นัด
IP: xxx.52.25.46
เขียนเมื่อ 12 Aug 2013 @ 23:04

พอดีผมดูคลิปวีดีโอของ รศ พิมพันธ์ เดชะคุป ในยูทูป เรื่อง การเขียนแผนการสอน ท่านบอกว่า KPA ที่เราใช้กัน A มาจาก Attribute ครับ ไม่ใช่ Attitude ซึ่งหลักสูตรใช้คำว่า Desirable Characteristics ซึ่งหมายถึง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่ใช่เจตคติหรือค่านิยม ลองพิจารณาดูนะครับ เหมือนเรื่องเล็กแต่ถ้าเข้าใจก็จะไม่ผิดเพี้ยน 

วีระ
IP: xxx.25.208.75
เขียนเมื่อ 20 Mar 2015 @ 12:32

๘ ปีที่แล้ว เพิ่งมาเห็น แต่รู้ว่าดีจริงๆ ชัดเจนดี มีประโยชน์มากครับ