แค่ชื่อเรื่องก็คุยกันได้อีกวันนึงแล้วค่ะ "ครึ่งชีวิต"
ถ้าเราแก่แล้วหลงๆลืมๆ เราจะ "เป็นเราเต็มตัว" หรือ "แค่ครึ่งๆกลางๆ"?
ร่างกายที่ขาด "ความทรงจำ" แต่มี "วิญญาณ" = ครึ่งชีวิต?
ละครเรื่องนี้ ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อ ค้นหาคำตอบว่า "What shines through when memory fades away?"
[Banner จาก เวป Necessary Angel]
-------------------------------------------------------------
ภาพคนสองคนนั่งคุยกันด้านล่างคือ ฉากแรก ค่ะ
setting = บ้านพักคนชรา (นึกภาพเป็นโรงพยาบาลนะคะ อย่านึกถึงบ้านบางแค เพราะบ้านนี้ใช้ระบบ medical model)
[ภาพจาก นสพ. Straight Georgia]
โดนัล (อายุ 45 ปี) เป็นนักจิตวิทยา/นักประสาทวิทยาที่พยายามสร้างหุ่นยนต์ ให้เลียนแบบระบบสมองและความคิดมนุษย์ เขามาเยี่ยมแม่ของเขาที่บ้านพักคนชรานี้เกือบทุกวัน
แอนนา (อายุ 42 ปี) เป็นศิลปินนักออกแบบลาย wallpaper และ กระเบื้อง เธอมาที่บ้านพักคนชราเป็นครั้งแรก เพราะพาพ่อมา admit

[ภาพจาก Blog คณะศิลปะการละคร UBC]
คุณยายคาร์ล่า (แม่ของโดนัล) หลงๆลืมๆ จำความหลังไกลๆได้ดี แต่จำอะไรที่ทำวันนี้ไม่ค่อยได้ มักพูดซ้ำๆและออกกนอกเรื่องเสมอ แต่เธอก็ยิ้มแย้ม มีความสุข และ เป็นที่รักของพยาบาลทุกคน เพราะไม่เคยบ่นอะไรเลย
คุณตาแพททริก (พ่อของแอนนา) เป็นสมาชิกใหม่ที่นี่ เคยเป็นทหารผู้ถอดรหัสลับต่างๆในสมัยสงครามโลก เป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ แต่มีปัญหาเรื่องสุรา และ บุหรี่ ชอบแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะต้องคอยปิดความลับต่างๆที่กุมไว้ตลอดชีวิต โวยวาย และ มักอารมณ์ไม่ค่อยดี ดื้อ ไม่เคยทานยาตามหมอสั่ง
-------------------------------------------------------------
คุณตาแพททริกได้เจอกัยคุณยายคาร์ล่า คุณยายเล่าให้คุณตา้ฟังว่าเคยรู้จักคนชื่อแพททริกสมัยสงคราม รักกันมากแต่เขาไม่เคยกลับมาหา
ดูเหมือนว่า แพททริกคนนี้กับแพททริกคนนั้นจะเป็นคนเดียวกันซะด้วย (เอ...หรือคุณตาแอบฉวยโอกาส) ทั้งคู่ดูมีความสุขด้วยกันมาก เหมือนตกหลุมรักซ้ำสองอีกครั้ง นั่งเล่นไพ่ และ เต้นรำช้าๆกับคุณยายอย่างมีความสุข
แอนนาพูดว่าพ่อขอเธอไม่เคยทานยาครบทุกมื้อแบบนี้มาก่อนเลย
-------------------------------------------------------------
จนวันหนึ่ง แอนนา บอกกับ โดนัลว่า "คุณคิดยังไง ถ้าพ่อชั้น อยากแต่งงานกับคุณแม่ของคุณ"
คุณยายคาร์ล่าไม่สามารถแต่งงานกับคุณตาแพททริกได้เอง ต้องได้รับคำอนุญาตจากโดนัล เพราะ เป็น power of attorney
โดนัล รักแม่มาก แต่คิดว่า เหลวไหล และ ไม่แน่ใจว่าเป็นความคิดที่ดี แม่หลงๆลืมๆ สมองเสื่อมไม่ทำงานเป็นปกติ เขามองว่าทางที่ดี อย่าให้แต่งงานกับแพททริกดีกว่า โดนัลมองไม่เห็นว่า
"she is still a functioning soul."
คุณตาแพททริกและคุณยายคาร์ล่าเสียใจมาก แพททริกคิดว่า เค้าก็เป็นผู้ใหญ่กันทั้งคู่ ทำไมไม่มีสิทธิแต่งงานกัน จะได้ย้ายมาอยู่ห้องนอนเดียวกัน
สุดท้ายแพททริกหนีออกไป กินเหล้า ทางบ้านพักคนชราตามออกไปจนเจอตัวแล้วประเมินผลว่า การกระทำของแพททริก "เป็นภัยต่อตนเอง" ให้ย้ายไปอยู่ spacial ward โดนมัดถ้าดื้อและขัดขืน ขังอยู่ชั้นนั้นไม่ให้ออกไปไหน
คุณยายคลาร่าก็ถามพยาบาลเรื่อยๆว่า แพททริกหายไปไหน
โดนัลเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็คงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เค้าเริ่มคิดสงสัยใน ความหมายของชีวิตของเขาเอง
-------------------------------------------------------------
เรื่องนี้เศร้าหน่อย แต่ผู้เขียนบทแทรกมุขตลกไว้ตลอดเรื่องค่ะ ก็สมดุลดี แล้วตอนจบ คุณตาแพททริกก็ถอดรหัสจาก special ward ดอดลงมาหาคุณยายตอนดึกได้ค่ะ
-------------------------------------------------------------
บทสนทนาระหว่าง โดนัล กับ แอนนา น่าสนใจมากค่ะ
ไว้ว่างๆอาจจะมาเขียนอีกบันทึก รวมคำพูดในเรื่องค่ะ
นอกจากนี้ยังมีตัวละครอีกสามสี่ตัวที่ช่วยเดินเรื่อง
มีบาทหลวง มีผู้ช่วยพยาบาล มีผู้สูงอายุคนอื่นๆ
สนุกมากและได้คิดต่อดีค่ะ
นักวิจารณ์ละครเขียนไว้ว่า ละครเรื่องนี้ นุ่มนวล ลุ่มลึก แต่ ฮา
เป็นละครที่ทำให้เรามาคิดว่า เวลาคนเราแก่ตัวขึ้นนั้นเป็นอย่างไร แล้วผู้น้อย ปฏิบัติตัวต่อผู้สูงอายุเหล่านั้นอย่างไร
การที่ผู้สูงอายุเปลี่ยนไป อาจทำตัวเหมือนเด็กนั้นแปลว่า เราต้องปฏิบัติตัวต่อผู้สูงอายุเหมือนกับท่านเป็นเด็กหรือ?
-------------------------------------------------------------
มีวีดีโอคลิป ให้ดูตัวอย่างด้วยแต่ต้องใช้ Flash Player 8 ค่ะ
-------------------------------------------------------------
"หลายคนกลัวสูญเสียความทรงจำ เกือบทุกคนกลัวแก่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทุกคนกลัวจริงๆ คือ ความโดดเดี่ยว และ ชีวิตที่ปราศจากความรัก" - เทลมา กู๊ด, นักวิจารณ์ละครเวที, แปลจาก Edinbrugh guide
-------------------------------------------------------------
สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ประวัติ คนเขียนบทละครค่ะ
คุณ John Mighton เป็นทั้ง Mathematician และ playwright! หาไม่ง่ายเลยนะคะที่คนเราจะมีความสามารถทั้ง 2 ด้าน อ่านต่อได้ที่บันทึกตอน "คนเขียนบทละครสอนเลข" ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณมัท
ชอบอีกแล้ว..
"หลายคนกลัวสูญเสียความทรงจำ เกือบทุกคนกลัวแก่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทุกคนกลัวจริงๆ คือ ความโดดเดี่ยว และ ชีวิตที่ปราศจากความรัก"
แต่อันนี้ทำให้คิด " เวลาคนเราแก่ตัวขึ้นนั้นเป็นอย่างไร แล้วผู้น้อย ปฏิบัติตัวต่อผู้สูงอายุเหล่านั้นอย่างไรการที่ผู้สูงอายุเปลี่ยนไป อาจทำตัวเหมือนเด็กนั้นแปลว่า เราต้องปฏิบัติตัวต่อผู้สูงอายุเหมือนกับท่านเป็นเด็กหรือ? "
นั่นน่ะสิคะเวลาที่เราเป็นผู้ดูแล..อะไรก็ตาม..เราก็มักจะลืมตัวจากผู้ดูแลกลายเป็นผู้จัดการซะนี่
ดูแล้ว โดนใจ เหมือนกันค่ะ
ขอบคุณ คุณเบิร์ด นะคะ ที่แวะมาอ่าน : )
ชอบที่ คุณเบิร์ด เขียนว่า "ผู้ดูแลกลายเป็นผู้จัดการ" มากๆเช่นกันค่ะ