มีคนส่ง อี-เมล์นี้มาถามผม ว่าผมมีความเห็นเกี่ยวกับธรรมกายอย่างไร

Dear .......,
 
we have got a problem here that may become serious and should you be able to help please do so:
 
Dhammakaya has been trying to get accepted as a member of the german buddhist union, thereby gaining acceptance and respectability, those attempts have been stalled up to now. Recently though they invited some of the commity members to Thailand and won them over. They say they have cleaned up their act and everything were just rumors or things of the past. So unless we can come up with some hard facts that have validity today or some clear statements of people like you with knowledge of the situation, we?ll have them take over theravada buddhism in germany pretty soon I?m convinced.
Could you please write a few lines on Dhammakaya and send them to me and maybe even ask others you know to write something too.
 
Thanks a lot,
..........

         ผมเอาชื่อคนออกเสีย     คิดว่าเป็นมารยาท และไม่อยากให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง

         ผมตอบไปว่า    ผมเข้าใจว่าผมไม่รู้จักธรรมกาย     เพราะไม่เคยเอาใจใส่     เคยแต่อ่านหนังสือ "สวนโมกข์  สันติอโศก  และธรรมกาย" ที่ อ. หมอประเวศเขียนเมื่อนานมาแล้ว     และเคยทราบว่าท่านมโนที่เรียนจบแพทย์และไปบวชอยู่กับธรรมกาย     ไปศึกษาต่อต่างประเทศ    กลับมาอยู่กับธรรมกายจนทนวิธีการหลายอย่างไม่ไหว      จึงแยกตัวออกมา     เกิดเป็น scandal หรือเรื่องอื้อฉาวอยู่พักหนึ่งก็เงียบไป     แต่ผมก็ไม่เคยสนใจรายละเอียด

          อ. หมอประเวศ บอกว่า     สวนโมกข์เน้นปัญญา     สันติอโศกเน้นศีล    และธรรมกายเน้นสมาธิ     ซึ่งต่างก็มีส่วนดี  

         ผมชื่นชมธรรมกายในความสามารถในเทคนิควิปัสสนากรรมฐาน     และชื่นชมความสามารถด้านการจัดการ

         แต่ผมเคยได้ยินว่า ธรรมกายสอนว่าทำบุญมาก ได้บุญมาก    ทำบุญล้าน ได้บุญ ๑๐ เท่าของทำบุญแสน     ซึ่งไม่ทราบว่าสอนอย่างนี้จริงหรือไม่     ผมไม่เห็นด้วยกับคำสอนแบบโฆษณาชวนเชื่อแบบนี้

          อีกอย่างหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วย คือการทำกิจกรรมแบบมุ่งความยิ่งใหญ่อลังการ     โดยบางครั้งก็ใช้เทคนิคทางภาพ หรือทางอื่นๆ ที่ผมมองว่าคล้ายเป็นการสร้างภาพแบบหลอกๆ     ผมมองว่าวงการศาสนาควรจะบริสุทธิ์จากวิธีการแนวนั้น     ที่ผมเรียกว่าเป็น "การตลาด"     ผมรู้สึกว่าธรรมกายใช้ยุทธศาสตร์การตลาดมากไป     จนคนอย่างผมจั๊กกะจี้ในด้านความบริสุทธิ์ในศีล

         ผมมองว่า ธรรมกายขาดความพอดี    ไม่อยู่ในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง     มุ่งทำใหญ่ คิดการใหญ่ ด้วยกลอุบายที่คนจำนวนไม่น้อย (รวมทั้งผม) ไม่ยอมรับ     แต่ก็มีคนศรัทธาไม่ใช่น้อย   

          แต่ผมก็ไม่ยืนยันว่าผมเข้าใจธรรมกายอย่างถูกต้อง    เพราะผมไม่เคยทำความเข้าใจอย่างจริงจังเลย

วิจารณ์ พานิช
๒ เม.ย. ๕๐