เกี่ยวกับ"ธรรมกาย" ส่วนตัวไม่รู้ลึกซึ้งมากมายนัก ก็เคยอ่านหนังสือของนพ.ประเวศ วะสี ที่เขียนผ่าตัด "สวนโมกข์ สันติอโศก ธรรมกาย"
เคยพานักเรียนไปไปสัมผัส"วัดธรรมกาย" ตอนที่พานักเรียนไปสอบแข่งขัน"มงคลชีวิต" การจัดสถานที่ และการต้อนรับผู้ไปเยือนนับว่าดีมาก อาศัยเครือข่าย
นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบางแห่งมาช่วย ...
นับว่าการจัดการดี
การปฏิบัติเน้นสมถกรรมฐาน(สมาธิ) โดยอาศัยเพ่งลูกแก้วในศูนย์กลางกายก็เป็นอุบายวิธีเพื่อให้จิตสงบ ตั้งมั่น หากฝึกและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็ดี
แต่ที่ไม่ค่อยสบายใจและข้องใจก็เกี่ยวกับเรื่อง"นิพพาน"ของธรรมกายซึ่งเคยอ่านวิวาทะเรื่องนี้ในหนังสือนิตยสาร"สมาธิ"ระหว่างผู้รู้แต่ละสำนัก
ไม่ตรงกัน ถ้าจำไม่ผิดทางธรรมกายบอกว่าสามารถไปเฝ้าเห็นพระพุทธเจ้าได้ ทั้งที่ส่วนใหญ่เข้าใจว่าพระองค์ดับขันธปรินิพพานแล้ว พระพุทธเจ้าดับสิ้นทั้งกิเลศและสังขาร จึงไม่น่าจะมีปรากฎให้เห็นองค์จริง
อีกเรื่องคือเรื่องการทำบุญ ทราบจากผู้ที่เคยเข้าไปนั่งปฎิบัติสมาธิในกรด จะมีคนมากระซิบถามว่าจะทำบุญเท่าไหร่ ทำนองว่า ทำบุญเยอะๆจะได้รับผลบุญเยอะตามไปด้วย ทุกปีจะมีผ้าป่าหรือกฐินส่งเป็นเครือข่ายออกไปเรียไรเป็นสายๆ กล่าวกันว่าค่าใช้จ่ายของวัดธรรมกายเดือนหนึ่งๆตกถึง 15 ล้านบาท ทำให้เกิดการ"เมาบุญ"กันยกใหญ่ บางคนทะเลาะกันภายในครอบครัวเรื่องเอาเงินไปทำบุญ กับว้ดนี้
ตอนหลังทราบว่าวัดนี้ใช้เป็นที่ประชุมมีนัยทางการเมืองแอบแฝง เนื่องจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ของวัดนี้เป็นภริยานักการเมืองคนดังเสียด้วยซี
สรุปโดยรวม ผมไม่ศรัทธาแนวทางการดำเนินการด้าน"การตลาด" ของทุกว้ดที่เน้นเงินเป็นสำคัญ