คนเราในสมัยนี้มีความแปลกๆในตัวเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พบคนประเภทนี้ได้ไม่เยอะแต่อยากบอกให้ฟังเป็นเรื่องประสบการณ์ที่พบเห็นโดยเหตุบังเอิญ ในการทำงานการที่คนเราขาดจุดยืนไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ หรือกลัวเกรงอำนาจความยิ่งใหญ่ที่มองไม่เห็นทางออก ทั้งๆที่การกระทำบางอย่างพยายามบอกว่าตนเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่บางครั้งเรื่องที่สำคัญและอาจทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนกลับคิดว่าดี กล้าตัดสินใจเป็นจุดอ่อนที่มองไม่เห็น เป็นการปฏิเสธ จุดอ่อนของตนเองเหมือนกับการไม่ยอมรับว่ามีรูรั่วบนเรือที่กำลังแล่น การมองโลกต้องมองด้วยหัวใจไม่ใช่มองด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว สังคมจึงจะสงบสุข
ความอ่อนไหวของคนเป็นสิ่งที่ดีและไม่ใช้เรื่องของความอ่อนแอ ความแข็งแกร่งก็ไม่ได้เป็นการบอกให้รู้เป็นคนเข้มแข็งเสมอไป เพราะชีวิตที่ดีคือการที่เรารู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาเอาใจเขามาใส่ใจเรา การมีวุฒิภาวะในการทำงาน การมีตำแหน่งที่เหนือกว่าคนอื่น และที่สำคัญคือวัยวุฒิซึ่งไม่ได้มาจากการใช้จ่ายเงินซื้อมาแต่มาจากการจ่ายชีวิต
มองอีกทีในบางเรื่องทีเห็นสมัยนี้(ว่าจะไม่เขียนแล้ว)เห็นนิยมเช่าพระตามสมัยนิยม ตั้งแต่ระดับประถม มัธยมศึกษา หรือระดับอาชีวะ สังเกตุดูตอนเข้าไปในเมืองเห็นตามแผงพระทั่วไปยืนรอเพื่อจองพระกันเป็นแถว และเดี๋ยวนี้มีอาชีพเกิดขึ้นอีกหนึ่งอาชีพคือการเดินสายรับจองพระ ก็ดีนะคนไทยจะได้ไม่ว่างงานมีรายได้ดีเกิดขึ้น เงินก็ไหลมาเทมาหลายๆคนร่ำรวยขึ้น ขายแม้กระทั้งพี่ - น้องในไส้ของตัวเอง บางคนเห็นจองทุกรุ่น มีทุกแบบและมีทุกวัดบอกตัวเองเป็นคนธรรมะธรรมโม แต่จิตใจนั้นพระก็ช่วยไม่ได้หรือช่วยก็ไม่รอด อันนี้นี่แย่เพราะเมื่อไม่ได้ดังใจ หรือทำไม่ถูกใจ หรือไม่ตามใจของตัวเองทีเอาแต่ใจของตัวเองเป็นที่ตั้งก็แช่งชักหักกระดูกคนอื่น องค์พระก็เลยบอก(นึกเอาเอง)โยมอาตมาถอยไปก่อนนะโยมนะ คนไม่มีศีลธรรมนำใจก็แบบนี้ที่เรียกว่า มือถือสากปากถือศีล
ตุ๊กตา.....
อนุโมทนา....
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า