<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p>
..ไม่เคยคิดเคยฝันว่าวันหนึ่งหมีแพนด้าจะมาเต้นแร้งเต้นกาที่นี่! แต่มันก็เป็นไปแล้ว..คืนนี้เราจัดพิธีอำลาค่ายคุณอำนวยเครือซิเมนต์ไทย พ่อหมอเตรียมมาทำพิธีบายศรีตั้งแต่ช่วงแดดร่มลมตก พวกชาวค่ายแต่ละกลุ่มกลับจากการดูงานนอกสถานที่ มาชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการแข่งกันทำอาหาร กลเม็ดเด็ดพรายที่คุณแม่สอนไว้กี่ตำหรับงัดออกมาไว้ลายเสน่ห์ปลายจวัก กิจกรรมนี้ดูจะโดนใจชาวค่ายมาก ส่วนจะอร่อยไม่อร่อยเดี๋ยวก็รู้ กรรมการกลางจัดประกวดกติกามีอยู่ว่า คุณค่าอาหาร การใช้วัสดุที่เหมาะสม รสมือ การจัดแต่งให้ดูดี และต้องมาอธิบายด้วยว่า ปรุงอย่างไร ดีอย่างไร การแข่งขันบางทีก็ช่วยเค้นความรู้ความสามารถออกมาจนหยดติ๋งๆ ผมแอบไปดูกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ก็แทบอิ่มทิพย์ เพราะบางกลุ่มก็ติดสินบนด้วยการแนะนำให้ลองชิม เผลอชิมไปชมไปก็จะไปเหลืออะไรละ อิ่มใจสิครับ
ในการออกแบบค่ายครั้งนี้ เน้นไปที่การจัดการความรู้แบบธรรมชาติ เราถือว่าจารีตประเพณีเป็นเสาหลักหนึ่งที่ควรจะแนะนำเข้ามาในค่ายนี้ เสียงเจื้อยแจ้วในภาษาอีสานจึงทำหน้าที่ร่ายเรียกขวัญ เรียกความดีงามทั้งหลายให้มาเป็นเครื่องค้ำจุนกำลังใจให้คนดี มีความภาคภูมิใจที่ได้ประพฤติอยู่ในธรรม มาเย้อ!!ขวัญเอ๊ย มาเย๊อ!ขวัญเอย คืนนี้อวยพรลูกหลานซะจุใจ
อาหารเย็นมื้อค่ำฝีมือชาวค่ายจัดเรียงร่ายแบบบุฟเฟ่ต์ พวกเราเดินชิมเดินชมอมยิ้มบรรยากาศชื่นมื่น มาตื่นตาด้วยวงดนตรีเพื่อชีวิตวงกระป่อง มาช่วยขยับความคึกคักขึ้นมาได้อย่างสนุก หนูนิด หนูทิพย์ หนู แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มากดผู้ฟังด้วยเพลง”อยากมอบความรักให้คนทั้งโลก” เพลง “รักแม่” เล่นเอาอาจารย์อุทัย อันพิมพ์ ต้องงัดเอาเพลง”เพื่อแม้” มาแชร์ความสนุกผ่านเสียงเพลงให้ได้เฮกันสะเทือนป่า
คณะทั้งหมดเคลื่อนย้ายเข้ามาในห้อง ทุกกลุ่มสรุปผลการอออกแบบกระบวนการผ่านจินตนาการ ในรูปของสื่อผสมระหว่างภาพเคลื่อนไหวกับเสียงพากย์สดๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่แสดงหมีแพนด้า ได้รับคะแนนประทับใจไปเต็มๆ จัดแสดงได้สนุกมาก ถ้าหมีแพนด้าตัวจริงมาเห็นคงเขินแย่ นับเป็นความก้าวหน้าที่ยกระดับขึ้นมาอย่างน่าสนใจ กว่าจะจบลงได้เป็นเวลาเที่ยงคืนเศษ ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนอมยิ้มและหลับฝันดี พรุ่งนี้ก็จะได้กลับไปกรุงเทพฯแล้ว
ในฐานะ”คุณเอื้อ” พวกเราชาวมหาชีวาลัยอีสาน อยากจะขอเปลี่ยนสถานะมาเป็น”คุณแจ๋ว” มากกว่า เพราะไม่อย่างนั้นเราเข้าไม่ถึง”คุณอำนวย” พอเป็นคุณแจ๋วอะไรๆก็สะดวกขึ้น ไม่มีเขามีเรามีแต่น้ำใจไมตรีที่ไม่รีรอที่จะเอื้ออาทรความรู้ระหว่างกัน ทุกๆถ้อยทีสนทนาภาษาดอกไม้ มีความตั้งใจดีออกมาแจกจ่ายตลอดเวลา ผมได้เรียนรู้วิทยาการผลิตสื่อใหม่ ได้โต้ตอบกับอาจารย์แป๋วผ่านตัวอักษรแบบด่วนจี๋ที่รักจ๋า!! เป็นความรู้ที่สนุกมาก แต่สุดท้ายงานเลี้ยงก็ต้องย่อมมีวันเลิกรา ขอสรุปว่า สมาชิกชาวค่ายน่าจะได้ทำอะไรๆไปพอสมควร เช่น
- ได้ทดสอบความอึดของร่างกาย
- ได้ทดสอบความแกร่งของจิตใจ
- ได้ทดสอบความสามารถและศักยภาพแบบธรรมชาติ
- ได้ทดสอบต้นทุนความรู้สึกนึกคิด
- ได้ทดลองขยับความความรู้ออกมาแลกเรียนรู้
- ได้ปรับจูนความเข้าใจให้สอดคล้องกับพันธกิจและหน้าที่การงาน
- ได้อยู่ในสภาพจริงแบบอยู่ร้อนนอนทุกข์เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่
- ได้รู้ว่าตัวเอง มีความพร้อมอยู่ในระดับใด
ที่สำคัญ เรื่องเล่ามานี้ เราได้ทดลองจัดการตัวของเราเอง คิดว่าคงจะมีการบ้านติดตัวกลับไปไม่มากก็น้อย ซาโยนาระ..หนุ่มสาว FA ที่น่ารักทุกคน ขอให้เดินทางด้วยความชื่นมื่นจนกว่าจะไปยืนหน้าประตูบ้าน </span>
เป็นเรื่องสุดแสนเสียดายในรอบพันปี ฮือๆ ติดตามข่าวได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ
เพิ่งมาเป็นสมาชิกบล็อกค่ะ ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนครูบาฯนานมาก แต่ระลึกถึงและพูดถึงอยู่เสมอ กำลังวางแผนว่าให้หายร้อนพ้นเมษาไปก่อนจะมาขอฝึกวิทยายุทธเรื่องแปลงเกษตรประณีต จะได้เป็นแนวทางทำอย่างจริงจังที่บ้านริมน้ำป่าสัก อยุธยา อ่านบล็อกของครูบาฯแล้วทึ่งในพลังผู้อาวุโสอย่างยิ่ง ขอให้พระคุ้มครอง ดูแลสุขภาพ ให้สุขกายสบายใจอยู่กับพวกเราไปนานๆนะคะ
ได้อ่านเรื่องราวของครูบาแล้ว รู้สึกถึงพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่เว้นแม้แต่บริษัทใหญ่ ๆ ยังต้องไปเรียนรู้จากครูบา
ผมเองก็เป็นคนจังหวัดใกล้ ๆ ครู เป็นคนอีสาน เป็นลูกชาวนา ชาวไร่เหมือนกัน
แต่ก็เร่ร่อนทำงานโรงงานอยู่นานพอสมควร มาถึงตอนนี้ เห็นแล้วว่าภูมิปัญญาชาวบ้านของเรานี้มีค่ายิ่ง
ว่าง ๆ คงต้องหาเวลาไปศึกษาความรู้จากครูบาบ้างแล้วครับ
ขอให้ครูบามีแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ
กลับมาช่วยกัน พัฒนาอีสานบ้านเฮาครับ
ถึงที่หมายเรียบร้อยแล้วครับ
ขอบคุณครูบาฯ และทีมงานทุกคน สำหรับประสบการณ์ชีวิตในครั้งนี้
คงจะมาปรับใช้ในองค์กรของพวกผมครับ
จากหนึ่งใน Inno-Fa ตัวน้อยๆ
ถึงที่หมายเช่นกันครับ จากหมีแพนด้าที่แสดงวันที่ 4 เม.ย.50 ได้ สิ่งที่เป็นประโยชน์มากมาย ครับ แต่ต้องทำไป ปฏิบัติ ด้วยถึงจะเรียกว่าได้ เรียนรู้ ครับ
เท่าที่คุยๆ กับพวกเราในระหว่างการเดินทางกลับ ทุกคนประทับใจในการต้อนรับ การทำงาน ความเป็นทั้งคุณเอื้อ คุณอำนวย ของครูบา และทีมงานเป็นอย่างมาก หากมีเรามี Share ความรู้กันในครั้งหน้า ผมจะรายงานมาให้ทราบนะครับ
ส่วนตัวผมเอง ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ผมได้ในครั้งนี้ก็แตกต่าง (อย่างเพิ่มเติม) ไปกว่าการไปครั้งที่แล้ว และหวังว่าคงได้ไปหาครูบาและทีมงานอีกนะครับ
ฝากความคิดถึง ถึงพี่อู๋ (ที่เสียงเพราะเหลือหลาย), พี่น้อย, พี่ดา, น้องกิ่ง และท่านอื่นๆ ด้วยนะครับ มีโอกาสมากรุงเทพ (แทบนนทบุรี) ไปกินข้าวกันนะครับ