ผมคิดว่าคำตอบที่เขาเตรียมตอบกับผมนั้น คงน่าสนใจมาก เมื่อผมเห็นวิถีชีวิตที่ดีงามของเขาที่เป็นอยู่

 

 

หลังจากที่ อ.ธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส. ท่านได้เขียนเสนอความเห็นในบันทึกของผม การเรียนรู้จากภายใน (Inside out) ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และยังบอกว่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ภายในที่เกิดขึ้นในตนเอง โจทย์ว่า มีการพัฒนาตนเองขึ้นมาจากภายในได้อย่างไร?”

 


 

โจทย์นี้ผมนำไปขบคิดอยู่แรมเดือน ผมคิดว่า หากจะเขียนเรื่องนี้ออกมาให้ได้ ก็ต้องถอดบทเรียนตัวเอง ว่า ตนเองมีกระบวนการเรียนรู้ และมีพัฒนาการอย่างไร และการเรียนรู้นั้นส่งผลอย่างไรบ้างกับชีวิต...

 

 

 ที่ร้านอาหารเล็กๆในตัวอำเภอปาย...ผมได้ตั้งคำถามนี้ต่อน้องชายคนหนึ่ง ที่ผมคุ้นเคย และผมเห็นการเติบโตของเขาอย่างน่าทึ่ง ผมไม่ปฏิเสธว่าเขาเป็นผู้ผลักดันให้ผมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยพลังของความสนใจใคร่รู้ ถูกนำมาเป็นประเด็นที่เราค้นหา และนำมาพูดคุยระหว่างกันเนืองๆ

 


 

 

 น้องชายคนนี้ เป็นนายแพทย์หนุ่ม ที่ทำงานด้วยอุดมการณ์ทุ่มเทกับการดูแลชีวิต เยียวยาผู้คน ในโรงพยาบาลชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่ง...

 

ผมมักจะพูดคุยกับเขาเสมอ เมื่อมีประเด็นใหม่ๆ หรือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายทาง  จากการสนทนาแบบ Dialogue ระหว่างผมและเขา ผมได้พันธมิตรปัญญาที่ช่วยเติม ต่อยอดความคิด และมุมมองต่อสิ่งหนึ่งอย่างน่าสนใจเสมอ


 

 

 ผมคิดว่าผมจะตั้งคำถามคำถามหนึ่ง...อยากรู้ว่าน้องจะตอบโจทย์อย่างไร?


ในส่วนตัวผม ผมคิดว่าคำตอบที่เขาเตรียมตอบกับผมนั้น คงน่าสนใจมาก เมื่อผมเห็นวิถีชีวิตที่ดีงามของเขา ที่เป็นอยู่

 

แม้เพียงปฐมบท ของคำตอบเขาเป็นเหมือน วาทกรรม ที่ถอดออกมาจากชีวิตคนหนึ่งคนว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาตนเองจากข้างใน ไปสู่บุคคลเรียนรู้... ในสามประเด็น เราเรียนรู้อะไร? เราเรียนรู้อย่างไร? และ เราเรียนรู้เพื่ออะไร?

 

และ ถ้อยความข้างล่างคือ คำตอบของเขา

 

 


  เราเรียนรู้อะไร ?
 

 

  • เราเรียนรู้จิตใจ  อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ว่าดี  ว่าเหมาะ  เกิด
    ปัญญาที่ดีงามพอเพียงหรือยัง  
  • เราเรียนรู้ศาสตร์ทางสังคม ต่างๆ มนุษยศาสตร์  สังคมศาสตร์  เศรษฐศาสตร์  
  • เราเรียนรู้เรื่องการพัฒนาตนเองในเรื่องงาน  ในเรื่องการพัฒนาวิชาชีพ  
  • เราเรียนรู้เรื่องการพัฒนาคนและการพัฒนาองค์กร  
  • เราเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ว่ายังไม่รู้  และสิ่งที่เราไม่รู้ว่าไม่รู้

     

เราเรียนรู้อย่างไร ?

 

  • เรียนรู้ด้วยตนเองจากหลายๆวิธี   ทั้งการอ่านหนังสือ  สื่อสารสนเทศ  อินเตอร์เน็ท และการแลกเปลี่ยนกับผู้รู้ต่างๆ รอบตนเอง
  •  เรียนรู้จากชีวิตจริง  ชีวิตจริงที่เรากำลังดำเนินอยู่ทุกๆลมหายใจ  เราได้
  •  เรียนรู้เสมอ  กับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต 
  • เรา เรียนรู้ผ่านอายตนะทั้ง ๖ ของเรา  โดยเฉพาะการเรียนรู้กับสิ่งที่เราใกล้ชิด บ่อยๆ  คือ ครอบครัวของเราเอง  งานของเราเองที่ต้องพบกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ เรา เช่น ผู้รับบริการของเรา ทั้งในและนอกองค์กร
  •  เราเรียนรู้จากความผิดพลาด  จากความพร่องของตนเอง  จากอดีต  และจากผู้อื่น
  •  เราเรียนรู้จากความสำเร็จ  ความดีงามของคนอื่นๆ
  •  เราเรียนรู้ด้วยวิธีอื่นๆอีกมากมายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาต่อไป

 เราเรียนรู้เพื่ออะไร ?
  

  • เริ่มต้นจากตอนเด็กเราเรียนรู้เพื่อที่จะเอาตัวรอด  เรียนรู้เพื่ออยู่ให้
    ได้ในสังคมอย่างมีความสุข  หรือว่าเราอาจจะเรียนรู้จากการถูกบังคับให้เรียนรู้ และอาจจะมีบางครั้งที่เราเรียนรู้เพราะว่าความอยากรู้ของตนเอง เมื่อเติบโตมาเราเรียนรู้วิชาที่เฉพาะสำหรับตนเองเพื่อที่จะนำมาปฏิบัติงาน อาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากรู้และชอบ  หรือเราอาจจะไม่ชอบมากแต่จำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อนำมาทำงานเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน แล้วนำมาเลี้ยงชีพตนต่อไป
  •  ระหว่างที่ทำงานเราพบว่าเราเริ่มเรียนรู้ว่าเรายังมีความไม่รู้และความ พร่องอยู่มาก  และเริ่มรู้ว่า   ...ด้วยสิ่งที่เรายังไม่รู้ที่มากมาย  ถ้า หากว่าเรายังใช้วิธีการเรียนรู้แบบเดิมๆนั้นก็คงจะไม่เพียงพอ  ไม่ทัน ไม่เหมาะ สมกับความรู้ต่างๆที่เราต้องเรียนรู้  เราจึงต้องแสวงหาและพัฒนาการเรียนรู้ของ ตนให้ดียิ่งๆขึ้นกว่าเดิม
  •  ในช่วงของการทำงานนั้น  เป้าหมายของการเรียนรู้มีหลายอย่าง  แต่ที่สำคัญๆ คือ  เรียนรู้เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานของเราเองให้ดียิ่งๆขึ้นอย่างต่อ เนื่องตลอดไป   เรียนรู้เพื่อต่อยอดความรู้ของเราเอง    ที่ตัวตนของเราเองก็ถูก ถามจากเสียงภายในเสมอว่า   มีอะไรอีกนะที่เราควรรู้ หรือต้องรู้    เรียน รู้เพื่อเชื่อมโยงหรือบูรณการความรู้ต่างๆเข้าด้วยกัน   และสุดท้ายเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของเราเอง  ด้วยฐานคิดแบบพุทธะที่ตัวตนของ เรานั้นถูกเคลือบด้วย อกุศลมูล ๓  คือ โลภะ โทสะ และโมหะ เราเรียนรู้เพื่อลดละ  ทำให้จางลง ในแง่ของกิเลสที่เกาะเกี่ยวจิตของเราเพื่อเพิ่มพลังแห่งปัญญาที่จะเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

 

  

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

เชียงใหม่