คนที่มีทักษะในการอ่านความรู้สึกคนนั้น จะจับใจคนได้เร็ว ทักษะชุดนี้จำเป็นมากในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะมันจะบอกเราว่าเราควรจะวางท่าทีอย่างไร หรือแสดงออกอย่างไรกับคนๆนั้น ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เราไม่ได้ฝึกเพื่อเอาไว้ลวงใคร แต่เราควรฝึกไว้เพื่อเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง เท่าที่ความสามารถของเราจะอำนวยให้

(52)   ทักษะพื้นฐาน communication literacy

 

 

 

 

ดิฉันตั้งหน้าตั้งตาสอนให้เด็กทำงาน  ฝึกการทำงานเป็นทีม และฝึกเด็กๆให้อ่านความรู้สึกคนอื่นใกล้ๆตัว  เพื่อให้เกิด "ทีม" ที่ดี  โดยไม่ทราบว่าจะจัดอยู่ในวิชาอะไร  รู้แต่ว่าหากอยากให้เขาโตขึ้นเป็นคนทำงานที่น่ารัก...ก็จำเป็นต้องสอน 

ลึกๆแล้ว ดิฉันอยากฝึกให้เด็กๆ(รวมทั้งตัวเอง) เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความรัก และรู้จักปรารถนาดีต่อกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ   :)

วันหนึ่ง  ดิฉันนึกแว่บถึงคำว่า "การรู้เท่าทันการสื่อสาร" และเข้าใจตามที่ตัวคิด  แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะบอกหรือสอนเด็กให้เขาเข้าใจ (ตามความหมายที่เรานึกถึง)ได้อย่างไร

จึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมา  และขอให้เด็กๆอ่านก่อนเรียนและก่อนลงมือฝึกงานทีมทุกห้อง......

เด็กๆบอกว่าชื่อฝรั่งเท่ดี  แต่ชื่อไทยก็งั้นๆ  ดิฉันก็ไม่ได้เถียงเธอแต่อย่างใด  และยังคงภูมิใจเสนอให้อ่านต่อๆกันมาทุกรุ่นจนเธอเลิกบ่นกันไปเอง  :)

ในบทความนี้  ดิฉันเรียนขออนุญาตท่านผู้อ่าน เขียนแทนตัวเองว่า  ครู อย่างที่พูดกับนักศึกษานะคะ 

และขอเรียนเสนอเพิ่มเติมว่า การเขียนบทความเพื่อสนทนากับเด็ก โดยเขียนจากใจเรานั้น  ก็พอจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่งค่ะ  

 

..............................................................................................................

 

Communication Literacy

ครูเคยตั้งความหวังไว้ว่าถ้าเราได้แต่งงาน เอ๊ยได้ทำงาน ก็ขอให้ได้ทำงานที่เรารัก มีทีมงานที่ดี รู้มือรู้ใจกัน ทำงานแล้วมีความสุข จะเหนื่อยหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็มีความสุข

ครูเคยเจอทีมงานอย่างนี้ก่อนที่จะตัดสินใจมาอยู่ที่ราชภัฏค่ะ งานหนักมาก แต่ครูมีความสุขมาก ครูรู้ว่าทีมจะไม่ทิ้งเรา และครูก็ไม่เคยทิ้งทีม เราทำงานจนหยดสุดท้าย เร็วและเงียบ แล้วเก็บเคลียร์ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่เหลือร่องรอยใดๆ

แต่กว่าจะได้ทีมงานที่รู้มือรู้ใจอย่างนั้น ทุกคนต้องปรับตัวเข้าหากันอยู่เป็นปี เราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับข้อดีและข้อจำกัดของกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อต่างเพศและต่างวัฒนธรรมกัน การจะ “เข้าใจ” กันอย่างแท้จริงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เมื่อได้ "รู้จัก เข้าใจ และ รัก" กันแล้ว เราก็กลายเป็นทีมงานที่ “รู้มือ รู้ใจ” กันในที่สุด

กว่าครูจะตัดใจออกจากทีมที่รู้มือรู้ใจอย่างนี้ได้ เล่นเอาน้ำตาร่วงไปหลายยก

และครูก็ไม่คิดเลยว่าจะโชคดีได้เจอ “ทีม” ที่มีหัวใจแบบเดียวกันนั้นอีกในราชภัฏไกลปืนเที่ยงอย่างที่นี่

 เด็กๆทำให้ครูกลับไปรู้สึกอย่างนั้นได้อีกครั้งนะคะ เวลาทำงานร่วมกัน ครูรู้สึกรื่นเริงบันเทิงใจเป็นอันมาก แม้ว่าจะเป็นกังวลกับอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นได้เสมอขณะทำงาน แต่เด็กๆก็ทำให้ครูรู้สึกมั่นใจว่าทีมจะทุ่มใจลุยพายเรือน้อยบึ้ดจ้ำบึ้ดไปจนถึงฝั่ง แล้วเราก็ถึงฝั่งร่วมกันจนได้ทุกที จะทำงานกับมืออาชีพ หรือทำงานกับนักศึกษา ก็ได้อารมณ์มั่นใจไม่ต่างกันเลย

ครูว่าครูโชคดีชะมัด.....

เทอมนี้ครูโชคดีชะมัดเลยจริงๆนะคะ ครูเจอทีมที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ครูว่าเด็กๆจะโตขึ้นเป็นมืออาชีพที่ใครก็ปฏิเสธได้ยาก หลายคนที่ครูได้ร่วมงานด้วยนั้นฉลาดมาก เขาอ่านออกว่าครูต้องการอะไร จะเอาอะไร จะให้ใครทำอะไร และขณะนั้น ครูกำลังรู้สึกอย่างไร

คนที่มีทักษะในการอ่านความรู้สึกคนนั้น จะจับใจคนได้เร็วค่ะ ทักษะชุดนี้จำเป็นมากในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะมันจะบอกเราว่าเราควรจะวางท่าทีอย่างไร หรือแสดงออกอย่างไรกับคนๆนั้น ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เราไม่ได้ฝึกเพื่อเอาไว้ลวงใคร แต่เราควรฝึกไว้เพื่อเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง เท่าที่ความสามารถของเราจะอำนวยให้

ที่ครูเรียกว่า ชุด เพราะทักษะนี้ประกอบด้วยคุณลักษณะหลายประการ ได้แก่ ความละเอียดอ่อน ความไวต่อสีหน้าและท่าทางของบุคคล ความชำนาญในการอ่านความคิดและจิตใจคนจากสีหน้า สายตา ท่าทาง และคำพูด และประสาทสัมผัส

บางอย่างที่เป็นความรู้สึกแว่บเดียว แต่จะทำให้เรา “รู้” ว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากำลังรู้สึกอย่างไร แม้ว่าเขากำลังพยายามจะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ อาจเรียกว่า สัญชาตญาณ ก็ได้กระมังคะ


หากเรามีโอกาสร่วมงานกัน อย่าลืมฝึกทักษะชุดนี้นะคะ ครูสอนไม่เป็นหรอกค่ะ ครูเพียงแต่ฝึกให้เด็กๆสังเกตวิธีสื่อสาร และวิธีทำงานแบบโฮมๆของครู แล้วก็ให้เด็กๆเรียนรู้ที่จะ “อ่าน” ครู อย่างเป็นธรรมชาติ อ่านผิดมั่งถูกมั่งก็ไม่เป็นไร สักวันจะ อ่าน ออกไปเอง


ครูคิดว่า การรู้เท่าทันการสื่อสาร (communication literacy) จำเป็นสำหรับเราในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และสักวันทักษะชุดนี้อาจจะเป็นประโยชน์กับชีวิตอย่างที่เรานึกไม่ถึงก็เป็นได้

ครูเพิ่งเข้าใจว่าที่เราเรียนวิชาอะไรต่อมิอะไรไปตั้งมากมายนี่.....เพื่ออะไร...........

เราเรียน อย่างหนึ่งก็เพื่อให้เรามีโอกาสมากขึ้น ที่จะเลือกความรู้ที่เรามี ไปประยุกต์ใช้กับอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา โดยที่เราแทบไม่มีโอกาสรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้น อะไรบางอย่างที่เราได้เรียนรู้ สั่งสม และตกผลึกเป็นประสบการณ์ ความรู้ และความคิด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตอย่างที่เรานึกไม่ถึงทีเดียว .....และหากเมื่อวันนั้นมาถึง


ครูขอเอาใจช่วย......ให้เด็กๆทุกคนโชคดีนะคะ    :)

 

........................................................................................

 

ที่มา  ปรับจากกระทู้  การรู้เท่าทันการสื่อสาร เว็บไซต์ วิชาการ.คอม  ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7       19 พ.ย. 2548