ในการทำกิจกรรม มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มองน้องนะหัวเราะแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก พูดบางครั้งอาจจะดูเกินจริงไปรึป่าว อยากให้ลองลงไปสัมผัสกับเด็กป่วยเหล่านี้ดูจริง ๆ ค่ะ แล้วจะรู้ว่ามันสุขจริง เมื่อเราเห็นน้อง ๆ ยิ้มและหัวเราะ

รามา กับงานอาสาสมัครวันนี้ 3 เมษายน 50 การเดินทางเรียบร้อยดีค่ะ ก่อนขึ้นตึกเด็ก 2 ต้องไปลงชื่อทำกิจกรรมที่ศูนย์ อาสาสมัครก่อนรอพี่ปู เจ้าหน้าที่ได้สักพัก พี่บ๊วยซึ่งเป็นหัวหน้างานด้านอาสาสมัครใน รพ.รามา ได้พาไปที่หน่วยงาน OPD ผู้ป่วยเด็ก ก้าวแรกที่เดินเข้าไปบริเวณนั้นรู้ได้ถึงความแออัดของผู้ป่วยเด็ก เพราะผู้ปกครองได้พาเด็กป่วย นั่งรอล้นออกมาจากบริเวณ OPD พี่บ๊วยได้พาเราเดินแหวกผู้คนมากมาย เพื่อไปหาพี่ปุ๊ก หัวหน้าดูแลตึกในส่วนนี้อยู่  ข้างในส่วนที่รอหมอตรวจนั้นเย็นสบาย ติดแอร์ แต่ผู้คนมาก ไม่เฉพาะเด็กป่วย รวมไปถึงผู้ปกครองเด็กด้วย เด็กคนหนึ่งผู้ปกครองมาด้วยอย่างต่ำ 3 คน ลองคิดเล่น ๆ นะค่ะ ถ้าเด็กวันหนึ่งมารับการรักษา 100 คน รวมผู้ปกครองไปด้วย ก็เป็น 300 คนเข้าไปแล้วค่ะ นี่ แค่เป็นการเฉลี่ยขึ้นต่ำค่ะ หากเด็กต่อคนมีญาติ มามากกว่า 3 ล้นแน่นอนค่ะ  เพราะตึกส่วนของ OPD เด็ก สถานที่ค่อนข้างที่จะแคบ มีจำนวนจำกัด เราผ่านทั้งเด็กป่วยและญาติ เพื่อไปคุยกับพี่ปุ๊ก หัวหน้าส่วน OPD พี่ปุ๊กแจ้งความประสงค์อยากได้ อส.เข้าไปจัดกิจกรรม หากมาเต็มวันได้ยิ่งดี อยากได้กิจกรรมที่ไม่ใช่แต่เล่น หรือวาดภาพอย่างเดียว อยากได้กิจกรรมที่สอดแทรกความรู้ไปด้วย เช่น การแปรงฟันให้ถูกวิธี กิผักมีประโยชน์อย่างไร การจัดกิจกรรม ทางพี่ปุ๊ก อยากได้แบบ shotcut เป็นกิจกรรมที่สั้นได้ใจความแบบม้วนเดียวจบ คิดในใจ (จากการที่สถานที่ค่อนข้างจำกัด จะทำกิจกรรมได้ค่อนข้างยากนิดหนึ่ง ) จากนั้นพี่ปุ๊กก็พาเดินรอบส่วน OPD เด็กป่วย ชี้แจงสถานที่ ที่สามารถทำกิจกรรม เราก็ได้เดินดูรอบ ๆ และจินตาการทำกิจกรรมไปด้วย (เนื่องจากสถานที่ค่อนข้างจำกัด ก็เลยคิดอะไรไม่ค่อยออกในการที่จะทำกิจกรรมที่ค่อนข้างจำกัดในพื้นที่ ) การทำกิจกรรมในส่วน OPD มีเรื่องกังวลและค่อนข้างที่จะเป็นปัญหาเพราะ เด็กอาจจะชอบแต่ผ็ปกครองอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะ เด็กบางคนต้องรอตรวจ ต้องเสียเวลาตามหาอีก การจัดกิจกรรมอาจจะเกะกะ การทำงานของเจ้าหน้าที่ และตัวของเด็กป่วยเอง ทางพี่ปุ๊ก เจ้าหน้าที่ OPD เด็ก ค่อนข้างที่ต้องการอาสาสมัครมาช่วยในส่วนนี้พอสมควร จากนั้นได้ตามน้อง ๆ อาสาสมัครไปยังตึกเด็กป่วย 2 ซึ่งน้อง ๆ ก็ไปถึงก่อนแล้วได้จัดทำกิจกรรมอย่างขะมักเขม้น วันนี้มีเด็กเยอะเป็นปกติ หน้าเก่าหน้าใหม่ ปะปนกันไป ซึ่งในจำนวนเด็กป่วยนั้นมีน้องคนเดิมอยู่ 2 คน คือน้องวิว ซึ่งเป็นคนตรัง และน้องนะ น้องสองคนนี้ค่อนข้างที่คุ้นเคยกับเราดีเพราะไปแต่ละครั้งก็จะเจอน้องสองคนนี้ประจำ ช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมนั้นน้องสนุกสนาน แต่แววตาน้องเหม่อลอยเป็นบางช่วง น้องนะจะตื่นกันคนหน้าใหม่ ซึ่งวันนี้มี อาสาสมัครหน้าใหม่ไปด้วย 3 คน น้องไม่ยอมพูดคุยด้วย ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะนั่งเฉย ๆ ซึ่งทำให้ อาสาสมัครของเราเกรงไปช่วงหนึ่ง จากนั้นอาสาสมัครเราก็ไม่ละความพยายาม ชวนน้องนะพูดคุย ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ผ่านไปสักพัก น้องนะเริ่มมีปฏิกิริยาในการทำกิจกรรม มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มองน้องนะหัวเราะแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก พูดบางครั้งอาจจะดูเกินจริงไปรึป่าว อยากให้ลองลงไปสัมผัสกับเด็กป่วยเหล่านี้ดูจริง ๆ ค่ะ แล้วจะรู้ว่ามันสุขจริง เมื่อเราเห็นน้อง ๆ ยิ้มและหัวเราะส่วนน้องวิวนั้นมองแรกจะไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายเพราะน้องตาหวานมาก ขนตายาว น้องต้องใส่ที่หน้ากากตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่น ในการทำกิจกรรมฉันก็ได้สังเกตน้องวิวในการทำกิจกรรม น้องค่อนข้างที่จะตั้งใจและมีรอยยิ้มเมื่อชอบใจในสิ่งที่ทำ คงสงสัยว่าทำไมสามารถเห็นรอยยิ้มของน้องวิวทั้งที่ใส่หน้ากากนั้นแต่มันออกมาทางแววตาน้องค่ะ เวลาน้องยิ้ม ซึ่งตาน้องหวานอยู่แล้ว มันยิ่งหวานเข้าไปใหญ่เวลายิ้ม ทำกิจกรรมไปสักพักหนึ่ง มีน้องวินเนอร์ซึ่งผ่าตัดมาใหม่ เลือดกำเดาไหล พวกเราก็ตกใจกันพักหนึ่ง พี่พยาบาลบอกให้ไปนั่งพักก่อน น้องกำเดาไหลเพราะก้มนานไปค่ะ สักพักผู้ปกครองก็ปล่อยให้น้องมาทำกิจกรรมปกติช่วงปิดเทอมมีน้องที่ต้องมารักษาโรคอ้วนอยู่สองคนคือน้องก๊วยเจ๋งและน้องมีน เด็กสองคนนี้ค่อนข้างที่จะโตแล้ว น้องมีนจะสนใจในงานฝีมือและเรื่องเรียนได้สอบถามพี่ ๆ อาสาสมัครไปในการศึกษาการทำงาน น้องมีนซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงเข้าช่วงวัยรุ่นนั้น จะมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงไม่ค่อยจะเล่นซนเหมือนเด็กทั่วไป จะนิ่ง ๆ และทำกิจกรรมของตัวเองไปเรื่อย ๆ ส่วนน้องก๊วยเจ๋งเป็นเด็กผู้ชาย จะชอบปั้นดินน้ำมันระบายสี ชอบอะไรเป็นเด็กอยู่ ช่วงแรก ๆ น้องจะมีเราเป็นพี่เลี้ยงในการทำกิจกรรม น้องสามารถทำไปได้เรื่อย ๆ สักพักมีผู้ปกครองน้องมาคอยดูแลอยู่ข้าง ๆ และผู้ปกครองได้ติชมการระบายสีของน้องว่าระบายไม่สวยเลยทำให้น้องจ๋อยไปสักพักหนึ่ง เห็นดังนั้นทำให้รู้สึกว่า คำชมต่างๆ หรือการดูแลนั้นเด็กอยากได้จากผู้ปกครองมากกว่ากับการที่ปกครองบอกว่าของน้องไม่สวยทำให้เสียกำลังใจไปเยอะพอสมควร                ส่วนเด็กที่อยู่ตามเตียงวันนี้อาการค่อนข้างหนักจึงไม่กล้าที่จะเล่นกับน้องตามเตียงเพราะว่า สีหน้าผู้ปกครองไม่สู้ดีนักจึงได้แต่มองสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ มองอาการกังวล เครียดและกดดันของผู้ปกครองแต่ละท่าน ต่างเป็นห่วงอาการเจ็บป่วยของบุตรหลาน คิดว่าหากจะเดินไปทักทายคงยังไม่เหมาะกับโอกาสและจังหวะของวันนี้                 ส่วนเจ้าหน้าที่จากการสังเกตมาหลายครั้งที่ทำกิจกรรมเจ้าหน้าที่มีเวลาทำกิจกรรมหรืองานอื่นเพิ่มมากขึ้น และผู้ปกครองได้รีแรกซ์ช่วงที่เราทำกิจกรรมกับเด็ก ได้มีเวลาดูทีวี เดินลงไปซื้อหนังสือมาอ่านหรือทำธุระส่วนตัวมากขึ้น อีกอย่างที่สังเกตได้รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ รพ.รามาค่อนข้างที่จะเปิดรับกับอาสาสมัครมาก ทำให้รู้สึกดี คิดในใจ รพ.รามาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากมีกระบวนการอาสาสมัครเข้าไปทำกิจกรรมในโรงพยาบาลสักวันหนึ่งโรงพยาบาลทั่วประเทศคงได้เรียนรู้และเห็นความเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนของเหล่าอาสาสมัคร และการพัฒนา อย่างเช่น รพ.รามา เช่นกันค่ะ