กฎข้อที่ 1. นิสัยรู้และเลือก (Be Proactive) กฎข้อที่ 2. สร้างเป้าหมายในชีวิตเป็นภาพจารึกไว้ในจิตใจ (Begin with the End in Mind)กฎข้อที่ 3. ทำสิ่งที่ต้องทำก่อน (Put First Things First) กฎข้อที่ 4. การรู้จักแบ่งผลปันประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นด้วย (Think Win/Win) กฎข้อที่ 5. การพยายามเข้าใจผู้อื่นมากกว่าให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา (Seek First to Understand, Then to Be Understood)
คนเรามีสิ่งที่แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานอยู่ 3 อย่างคือ .....มีสามัญสำนึกรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี .....มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมี......พลังจิต  ซึ่งครูอ้อยได้เขียนไว้ในบันทึกเรื่อง....นิสัย 7 ประการสู่ความสำเร็จ  
นอกจากนั้น...การรู้และเลือกคือการมีสติตามตัวอยู่ตลอดเวลา รู้ตัวว่าขณะนี้ตนเองกำลังทำอะไรอยู่ จึงนำมาเขียนบันทึกเรื่อง  กฎข้อที่ 1. นิสัยรู้และเลือก (Be Proactive)  
ตามด้วยการที่เราต้องสร้างเป้าหมายในชีวิต ให้ชัดเจน  เป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรม  ที่ครูอ้อยได้เขียนไว้ในบันทึกเรื่อง  กฎข้อที่ 2. สร้างเป้าหมายในชีวิตเป็นภาพจารึกไว้ในจิตใจ (Begin with the End in Mind)  
ยังไม่เบื่อนะคะ  ครูอ้อยเขียน  ยังไม่เบื่อเลย  เพราะทุกเรื่อง  เป็นเรื่องจริงที่ครูอ้อยอ่านมา  และนำมาเขียนเผยแพร่  ทำสิ่งที่ต้องทำก่อน (Put First Things First) ใน นิสัย 7 ประการสู่ความสำเร็จ กับกฎข้อที่ 3.....  
เมื่อปฏิบัติแล้ว  มีความพอเพียงแล้ว  ต้องรู้จักให้หรือแบ่งปัน ใน  บันทึกที่1041 กับกฏข้อที่ 4 : การรู้จักแบ่งผลปันประโยชน์  
พอมาถึงบันทึกนี้  ก็จะเป็นเรื่อง  กฎข้อที่ 5. การพยายามเข้าใจผู้อื่นมากกว่าให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา (Seek First to Understand, Then to Be Understood)   
การเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างไรนะ  ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์มักชอบพูดให้ผู้อื่นฟังมากกว่าฟังที่คนอื่นพูด
ดังนั้น เมื่อไม่มีใครยอมฟังใคร.....ปัญหาจึงเกิดขึ้น การฟังอย่างตั้งใจและพยายามที่......จะเข้าใจผู้อื่นแทนที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา ......อีกฝ่ายจะรับรู้ถึงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจจากเรา และเกิดความผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง......และจะยอมรับฟังความคิดเห็นจากเราด้วยในที่สุด
การเป็นผู้ฟังที่ดีและพยายามที่จะเข้าใจอีกฝ่าย เช่น ขณะนั้นเขารู้สึกอย่างไร และเขาพูดไปเพื่ออะไร เป็นต้น
จะทำให้มองเห็นประเด็นของปัญหาได้อย่างชัดเจนและสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด
การฟังนั้นต้องฟังอย่างมีสติ .....อย่าฟังจนเคลิ้มและต้องมีจุดยืนในตัวเองด้วย
การฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจจะช่วย.....ลดอคติที่มีต่ออีกฝ่ายได้และจะไม่เกิดการตัดสินคนจากคำพูด......เพราะขณะนั้นจิตใจจะมีความเมตตาไม่ปรุงแต่งเป็นอารมณ์
นอกจากนั้นหากต้องการพูดแสดงความเห็นอกเห็นใจ ก่อนพูดควรถามความรู้สึกของตนเองก่อนว่า......ในเวลานี้ควรพูดหรือไม่ ควรพูดแค่ไหน และควรพูดอย่างไร......
จึงจะเป็นการแสดงความเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายอย่างแท้จริง  เรื่องของการพูดนี้   ครูอ้อยไม่ค่อยสันทัด  จะจัดเป็นพวก  พูดน้อยต่อยมากก็เป็นได้...แต่อย่าปล่อยให้พูดก็แล้วกัน