คงจะไม่รู้สึกอิ่มแน่ ถ้าปล่อยให้ใครสักคนหิว... เอาละว่ะ(ขออภัยไม่รู้จะใช่คำไหนดีค่ะ) บาปกับบุญมาพร้อมกัน..ลบล้างกันไปละกัน....

 

 

ไม่แน่ใจว่าได้บุญ หรือทำบาป

  • วันนี้เป็นวันเสาร์ ตื่นนอนมาประมาณ เก้าโมงเช้า(เป็นปกติที่วันหยุดจะตื่นสายอยู่แล้ว)  แม่มาบอกว่าลูกเขยป้า...(บ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ป้าแกป่วยเป็นความดันโลหิตสูง และเป็นอัมพฤกษ์ แขนขาข้างซ้ายอ่อนแรง รับประทานอาหารเองไม่ได้ทางปากเนื่องจากจะมีการสำลักบ่อย จึงต้องใส่สายยางให้อาหารทางจมูก) มาตามให้ไปช่วยใส่สายให้อาหารทางจมูกให้หน่อย...เขามาตามตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว แม่เห็นว่ายังนอนไม่ตื่นเลยไม่ได้ปลุก  พอแม่เห็นว่าตื่นแล้วก็เลยมาบอก(ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย  อิอิ)...สักประเดี๋ยวมีคนมาเรียกที่หน้าบ้าน ก็ลูกเขยป้า...นะแหละ บอกว่าได้ไปตามหมอที่อนามัยแล้วยังไม่เห็นมีใครเลย ก็เลยมารบกวนช่วยหน่อยเถอะป้า...หิวข้าวแย่แล้ว....ตกใจเลยค่ะ รีบล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว ไปบ้านป้า... (อันที่จริง กับบ้านนี้ เราไม่ได้รู้จักกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอกค่ะ แค่เจอหน้ากันก็ ยิ้มๆ ทักทายกัน เพราะต่างคนต่างไปทำงานตามวิถีชีวิตคนเมือง...เมืองชนบทนะค่ะ)
  • ครั้งแรกที่ป้าเห็นหน้านู๋ทิม ป้าแกร้องไห้โฮเลย เรายิ่งรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ โถ..ป้าแกคงหิวแย่ซินะ..นู๋ทิมกระตุกวาบทางความคิดเลยค่ะ เราทำบาปหรือเปล่าเนี่ยปล่อยให้ป้าแกหิวข้าว เราน่าจะตื่นเร็วกว่านี้สัก 3 ชั่วโมงนะ...แต่ก็ดีใจค่ะที่ได้มาช่วยป้าแกในตอนนี้(ตอนนี้ท้องนู๋ทิมกำลังร้องหิวกาแฟเหมือนกันค่ะ..)   สอบถามจากลูกเขยแล้วบอกว่าสายให้อาหารหลุดตั้งแต่เมื่อคืน...ไม่ได้อาหารมาตั้งแต่เมื่อประมาณ สี่ทุ่มแล้ว  รวมทั้งน้ำด้วย (ลูกสาวและหลานสาวป้าก็ไม่อยู่ไป กทม. กันหมดอยู่กับลูกเขย 2 คน ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากนัก บอกว่าทำอะไรไม่เป็นเลย).... นู๋ทิมก็รีบจัดแจงแนะนำให้ลูกเขยทำอะไรๆให้เป็น โดยเริ่มจากการให้ไปล้างทำความสะอาด สายให้อาหาร ด้วยน้ำอุ่น ให้ล้าง Syring สำหรับกรอกอาหาร ให้เตรียมเครื่องมือ ให้พร้อม แนะนำให้จัดท่านอนศีรษะสูง เพื่อพร้อมสำหรับการใส่สายยาง และให้อาหาร พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลที่ต้องให้นอนในท่าศีรษะสูง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารลงหลอดลม และแนะนำว่าเครื่องใช้สำหรับการให้อาหารต้องสะอาด การชงอาหารเสริม ต้องสะอาดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่นท้องเดิน ... (เห็นมั๊ยว่าการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชน ต้องโดยประชาชน และครอบครัว ต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่เป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องดูแลเขาหมดทุกส่วน ดูแลเพื่อให้เขาสามารถดูแล และพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพที่มีอยู่...โดยได้รับข้อมูล หรือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากเจ้าหน้าที่...อิอิ ไปได้เรื่อยๆ เดี๋ยวบันทึกนี้ไม่จบแน่เลย)...หลังจากนั้นนู๋ทิมก็สาธิต วิธีการใส่สายยาง  การสังเกตุอาการผิดปกติ การสังเกตุดูว่าสายยางอยู่ในกระเพาะอาหารหรือหลอดลม ทดสอบดูว่าสายยางลงถึงกระเพาะหรือไม่ สาธิตวิธีให้อาหารทางสายยางแก่ลูกเขยป้า...ดู ...หลังใส่อาหารให้ป้า...ไป 300 ซีซี ตามด้วยน้ำอีก 100 ซีซี ป้าแกทำภาษามือบอกว่า ขออีกได้มั๊ย(ลูกเขยแปลให้ฟัง...เนี่ยแสดงว่าลูกเขยก็สนใจใส่ใจดูแลดีนะถึงได้เข้าใจสื่อสาร เข้าใจกันได้) ก็เลยแถมน้ำไปให้อีก 50ซีซี แล้วอธิบายให้ป้าฟังว่าถ้าได้รับตอนนี้มากไปจะทำให้ท้องอืด แน่นท้องได้ รออีกสัก 1-2 ชั่วโมงละกัน เดี๋ยวลูกเขยจะมาใส่อาหารให้ใหม่นะ....ป้าแกก็พยักหน้า เข้าใจ
  • ก่อนกลับ ป้าแกดึงมือเข้าไปกอด และร้องไห้อีกแล้ว...นู๋ทิมสะท้อนใจเลยค่ะ ถ้าเราตื่นเที่ยงวันป้แกจะเป็นอย่างไรบ้างน๊อ คงทุรนทุรายเพราะความหิวแน่เลยค่ะ แต่ก็อิ่มเอมใจค่ะ...ก่อนกลับหลังขอบอกขอบใจกันเรียบร้อยแล้ว นู๋ทิมมองเห็นแววตาที่แสดงออกถึงความโล่งใจ...ของลูกเขยคุณป้าด้วยค่ะ...เลยพูดให้กำลังใจไปค่ะว่า ดีจังเลยนะสามารถช่วยดูแลป้าแกได้เหมือนเป็นแม่ของเราเอง ทำไปเถอะค่ะอย่างน้อยเราก็เป็นที่ภาคภูมิใจของลูกเมีย และได้บุญกุศลอีกด้วย.....
  • ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากบอกว่า วันนี้ตื่นมา ก็ได้ทำสิ่งดีๆ อย่างหนึ่งแล้วค่ะ.... คงจะไม่รู้สึกอิ่มแน่ ถ้าปล่อยให้ใครสักคนหิว... เอาละว่ะ(ขออภัยไม่รู้จะใช่คำไหนดีค่ะ) บาปกับบุญมาพร้อมกัน..ลบล้างกันไปละกัน....อิ่มบุญค่ะ แต่ยังไม่อิ่มท้อง...เลยขอกลับไปดื่มกาแฟต่อที่บ้าน แล้วนอนต่อซักงีบ...อ้าวแล้วกัน...
  • ก่อนจบบันทึกนี้ ขอนำสิ่งเตือนใจสำหรับตัวเองในการดำเนินชีวิตมาไว้ตรงนี้สักนิดนะค่ะ "ทำดีคิดดีอะไรก็ดีหมด"