“คนตกงาน คือคนโง่”“บุญสอน ไม่เหมือน บุญเกิด”

 

วันนี้คณะวิจัยโครงการเลี้ยงไก่ไข่ จากสำนักงานพัฒนาวิจัยการเกษตร (องค์กรมหาชน)มาประเมินโครงการ ที่ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร ได้เอาไก่ไข่มาให้มหาชีวาลัยอีสานและสมาชิกทดลองเลี้ยง หลังจากคณะฟังบรรยายสรุปแล้ว ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมสมาชิก เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขยายโครงการต่อไปในชุมชนอื่นๆ หลังจากนั้นครูพี่เลี้ยงนำชาวบ้านเรียนเรื่องการขยายพันธุ์พืช ตามเสียงเรียกร้องของสมาชิก ก่อนลงมือเรียน อ.อุทัย อันพิมพ์เปิดสารบัญเรียนด้วยคำถาม  

   

  • ทำไมเราถึงเรียนเรื่องนี้
  • เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร
  • ใครมีประสบการณ์อย่างไร
  • ใครมีข้อเสนออะไรบ้าง
  • เราจะเริ่มเรียนกันอย่างไร

 เมื่อถามตอบกันพอสมควรแล้ว อ.อุทัยนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการฉายภาพประกอบคำอธิบาย เตรียมสื่อการสอนที่เป็นตัวอย่าง เช่น ต้นไม้ที่ทำการต่อยอด เสียบกิ่ง ต่อตา รวมทั้งเครื่องมือในการในการสาธิตการขยายพันธุ์พืชมาแสดงด้วย กรรไกรตัดกิ่งไม้ มีดต่อตา พลาสติก และตัวอย่างที่ทำสำเร็จรูปแล้ว  เมื่อเตรียมความพร้อม ความเข้าใจในระดับหนึ่งแล้ว ครูอุทัยก็นำสมาชิกเข้าสู่สนามเรียนรู้จริง  โดยให้สมาชิกไปตัดกิ่งมะม่วงขนาดข้อมือมา2-3กิ่ง ให้ชาวบ้านฝึกการคัดเลือกยอด และทดลองฝานยอดที่ถูกต้อง เพื่อนำไปเสียบยอดเสียบกิ่งต่อไป  

   

ช่วงบ่ายสมาชิกได้เรียนภาคปฏิบัติ บุกสวนต้นกระสัง สวนมะม่วง สวนขนุน สวนมะนาว แยกย้ายฝึกฝนการเสียบยอดมะนาวกับต้นกระสัง ทุกจุดจะเริ่มต้นตรงคำอธิบาย จะเลือกกิ่งและยอดลักษณะไหน อายุเท่าไหร่ มีเทคนิคที่เป็นเคล็ดลับที่ควรระวังและควรรู้อย่างไร ทุกคนลงมือเรียนอย่างตั้งใจ ได้รอยขีดข่วนจากหนามกระสังหนามมะนาวไปเป็นที่ระลึกทั่วหน้า 

ช่วงกลางคืนครูพี่เลี้ยง เปิดวิชาแผนที่ความคิด ผสมผสานแผนที่ความรู้ แต่ละกลุ่มเขียนแผนแล้วมานำเสนอ โดยมีโจทย์อธิบายในประเด็นดังนี้

  • พื้นที15ไร่ จะใส่ความรู้ด้านใดลงไปในเรื่องอะไร เรื่องดิน น้ำ สภาพแวดล้อม กิจกรรมที่เลือก กลุ่มพืชจะปลูกอะไร กลุ่มสัตว์จะเลี้ยงอะไรฯลฯ
  • การลงทุน ประมาณการไว้อย่างไร ที่มาของทุน และแผนการคืนทุน
  • รายได้มาจากเรื่องอะไร ประมาณเท่าไหร่
  • อธิบายขยายความในจุด พอกิน พอใช้ พอเพียง
  • ปัญหาและอุปสรรคในวิถีชีวิต
  • เทคนิค วิชาการที่เหมาะสมที่นำมาใช้ คืออะไร?
  • สรุปสิ่งที่ได้จากการมาอบรมในครั้งนี้ จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร?
  • แผนงานในอนาคต ข้อเสนอแนะมีอะไรบ้าง

 คืนนี้บรรยากาศแลกเปลี่ยนเรียนรู้สนุกมาก สมาชิกแต่ละกลุ่มมานำเสนอสิ่งที่ครูพี่เลี้ยงฝากให้ไปทำการบ้าน แต่ละกลุ่มสะท้อนวิธีคิดได้อย่างครึกครื้น เสียฮาครืนทุกๆ2นาที หลังจากนั้นเราได้ค้นหาคนดีศรีเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนลงความเห็นว่า แม่หนูพวน สีสวัสดิ์ สิ่งที่แม่หนูพวนเล่าล้วนแต่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง เป็นไปได้อย่างไรที่หญิงแกร่งอายุ 45 ปี มีที่นา40ไร่ ขุดสระน้ำ3แห่ง ปล่อยปลาแรด จารเม็ดน้ำจืด ปลาตะเพียน ปลาสวาย รอบนาปลูกๆไผ่ รอบสระปลูกไม้ผล ทุกเช้าจะเก็บผักให้ลูกสาวไปขายตลาดในหมู่บ้านทุกวัน มีรายได้ทุกวัน 50บาทถึง800บาท

แม่หนูพวนได้เล่าเกล็ดชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา เช่น

เอาปลาร้าเลี้ยงมดแดง

เอาควายไปนอนในสระน้ำทำให้ผักกะเฉดน้ำเจริญเติบโตดี

หว่านข้าวด้วยตนเอง จนข้าวสูง1ศอก ปล่อยควายให้กินข้าว จนข้าวใกล้ตั้งท้องจึงงดปล่อยควาย หลังจากนั้นใส่ปุ๋ย พบว่าข้าวเติบโตออกรวงดี นับเป็นวิธีการทำนาที่ประหลาดมาก 

แม่หนูพวนยังให้คติแก่เพื่อนๆหลายวรรคทอง เช่น 

คนตกงาน คือคนโง่

บุญสอน ไม่เหมือน บุญเกิด

ทำดี ตลาดจะมาหาเราเอง 

สมาชิกทุกคนถูกหมุนเวียนให้ออกความเห็นทุกคน มีพ่อโฮมเป็นอีกคนหนึ่งที่บอกว่า ผมยังไม่พอเพียง แต่ผมมีความพอใจ ผมทำใจให้เข้ามาในหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ ด้วยการประหยัดรายจ่าย และอดออมวันละเล็กละน้อย ผมมีความพอใจที่ยับยั้งชั่งใจตนเองได้ ในประเด็นของการค้าขาย ส่วนมากชาวบ้านจะสารภาพว่า อายที่จะไปขาย เพราะไม่คุ้นเคยและถนัดในเรื่องพวกนี้ มีตัวอย่างให้ฮาครืนแทบวงแตก ซึ่งจะขออนุญาตเล่าต่อในวันพรุ่งนี้ดีไหมครับ สรุปว่า.. 

ถ้าความคิดสึกหรอ ความรู้จะสึกกร่อนจริงหรือไม่ครับ!!