หัวใจของความสำเร็จ มองข้ามปัญหาไปซะบ้าง แล้วก็ทำงานต่อไป รู้ รัก สามัคคี รักคนไข้ รักองค์กร รักเพื่อนร่วมงาน ทำงานเป็นทีม มีความสุข ท้อได้บ้างแต่ไม่ถอยเปิดประตูหัวใจไปทำงานร่วมกับทีมงาน อย่างกัลยาณมิตร
การตรวจประเมินเบาหวานด้วยตนเอง
- ความจริงที่ว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลรักษาที่ยาวนานตลอดชีวิต "การพัฒนาผู้ป่วยเป้าหมายที่แท้จริง เพื่อให้สามารถควบคุม ดูแล และปรับปรุงสุขภาพตนเองได้ มีความสำคัญมากที่สุด” จากความโชคดีที่ทำให้คนไข้เบาหวานส่วนหนึ่งจำนวน 45 ราย ที่เริ่มใช้ Insulin เป็นครั้งแรกได้เครื่องตรวจน้ำตาลไปตรวจประเมินเบาหวานด้วยตนเองที่บ้าน จนเกิดเป็นประสบการณ์การเรียนรู้การดูแลตนเอง ที่น่าประทับใจของคุณลุงคนหนึ่ง……
- คุณลุงวิเชียร อายุ 60 ปี เป็นเบาหวานมา 12 ปี วันที่ 28 พ.ย 49 จากระดับ FBS 256 mg% Hba1c 12.3 % แพทย์พิจารณาเริ่มใช้ Insulintard penfill 6 ยูนิต คณลุง ได้เริ่มใช้ยาฉีด พร้อมกับ การมีเครื่องตรวจน้ำตาลไปตรวจประเมินเบาหวานด้วยตนเองที่บ้าน วันนั้นคุณลุงส่ายหน้า คอตก หน้าเปลี่ยนสภาพเป็นหมองคล่ำทันที เหมือนถูกศาลตัดสิน ชะตาชีวิตที่ตัวเองไม่ต้องการ......และบอกมันเป็นความโชคร้าย จริงๆ ที่ได้ฉีดยา พรั่งพรูหลากหลายความรู้สึก สับสน ไม่อยากฉีดยา หนีไม่พ้นจริงหรือ ขอเวลาอีกเดือนได้หรือเปล่า เรารับฟังคุณลุง และให้ข้อมูลต่างๆ ทำให้คุณลุงรู้สึกดีขึ้น เวลาเกือบ 30 นาที ที่ผ่านไป เราเห็นคุณลุงมีสีหน้าที่ดีขึ้น ความทุกข์น่าจะลดลง และเราก็ได้ให้เครื่องตรวจน้ำตาล แนะนำวิธีการตรวจ การเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการระดับน้ำตาล ให้ได้ตามเป้าหมายความรู้สึกของคุณลุง ที่ได้ใช้เครื่องตรวจ คุณลุงดีใจมากและเห็นสิ่งนี้เป็นของที่มีค่า เราไม่รอช้าที่บอกให้คุณลุง เรียนรู้ระดับน้ำตาลจากการใช้เครื่อง ......เป็นไปตามความคาดหมาย คุณลุงเรียนรู้การปฏิบัติตัว ผ่านระดับน้ำตาลที่แสดงให้เห็นเป็นตัวเลข
- 3 เดือนผ่านไป อ๊ะ อ๊ะ คุณลุงเปลี๋ยน.นไป คุณลุงเป็นต้นแบบที่ดีของคนไข้ที่ไม่ได้ทำแต่เพียงที่เราบอก คุณลุงคิดเป็น โดยพัฒนารูปแบบสมุดบันทึกของคุณลุงเอง ที่คุณลุงบอกว่า “ จดแบบนี้ จะได้เอาไว้ดู และให้คนที่บ้านช่วยดูด้วย ว่ากินแบบนี้น้ำตาลมันขึ้น กินแบบนี้ น้ำตาลมันไม่ขึ้น ลุงก็จะได้เอาไว้ดูเตือนใจตัวเอง ” เราถามลุงว่าลุงรู้สึกชีวิตต้องอยู่แบบเคร่งเครียดเกินไปหรือ ไม่ ลุงตอบว่าไม่ และบอกว่า บางอย่างมันไปเป็นแบบที่ลุงคิด บางครั้งคิดว่าคุมได้ดี มันอาจไม่ใช่ แต่การตรวจและดูด้วยตนเอง มันเหมือนเรียนรู้จากชีวิตจริงที่ ไม่เหมือนใคร .......ตลอดเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลของคุณลุง คุณลุงสามารถจัดการกับการทานอาหาร การออกกำลังกาย จนคุณลุงสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย และที่สำคัญคุณลุงมีความสุขกับการเป็นเบาหวาน มั่นใจในการดูแลตนเองมากยิ่งขึ้น เราขอดูสมุดของคุณลุงทุกครั้งที่มาพบแพทย์ คุณลุงไม่อายที่จะจดลงไปในสมุดว่า น้ำตาล 166 ..ทดลองกินมะพร้าวกะทิ น้ำตาล 145 เมือคืนไม่ได้ฉีดยา คุณลุงเรียนรู้ทุกอย่างจากประสบการณ์ตรง และนำมาซึ่งการ ลด-ละ-เลิก พฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ โดยมีพยาบาลเป็นผู้ให้คำปรึกษาและคุณลุงไม่ได้เก็บสิ่งที่ได้เรียนรู้ไว้กับตัวเพียงคนเดียว แต่นำมาสรุปเป็นบทเรียนการดูแลตนเองที่ง่ายๆ ให้แก่เพื่อนๆเบาหวานฟัง พร้อมโชว์ผลเลือด เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและไม่มองข้ามสิ่งดีๆจากการเรียนรู้ของคุณลุง จึงหาโอกาสให้คุณลุงมารู้จักชมรมเบาหวานของตำบลและได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็นคำพูด ด้วยสีหน้าและท่าทางอย่างมีความสุข เท่าที่จะมีเวลาและโอกาส............
- ผลระดับน้ำตาลของคุณลุง ในเดือน มี.ค 50 FBS = 102 mg% Hba1c= 8.5 และที่สำคัญ ระดับ home FBG มี่บ้าน อยู่ระหว่าง 80-130 mg% มาตลอด ยังคงใช้ Insulintard penfill 6 ยูนิต เท่าเดิม คุณลุงมีความรู้ในการปรับลดหรือเพิ่มยาได้เองตามระดับน้ำตาล แต่คุณลุงไม่ได้ใช้การปรับยาเอง คุณลุงให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหาร ชนิดและประเภทอาหารที่ทาน มากกว่า จากบทเรียนทำให้ทราบว่าพฤติกรรมสุขภาพต้องผ่านขั้นตอนยาว ตั้งแต่การได้รับความรู้ - เกิดทัศนคติ - เลือกปฏิบัติ (Knowledge - Attitude - Practice KAP) ซึ่งสร้างขึ้นมาจาก Participatory Learning PL 4 ขั้นตอน คือ การรับรู้ และประสพพบเห็นจริง มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลากหลาย จนเกิดความคิดรวบยอด conceptual thinking เลือกเชื่อ ไม่เชื่อ เป็นทัศนคติ (ความรู้สึกผสมกับความเชื่อ) จึงตัดสินใจเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เห็นว่า ตนได้ประโยชน์) จนเป็นพฤติกรรม


- หัวใจของความสำเร็จมองข้ามปัญหาไปซะบ้าง แล้วก็ทำงานต่อไป รู้ รัก สามัคคี รักคนไข้ รักองค์กร รักเพื่อนร่วมงาน ทำงานเป็นทีม มีความสุข ท้อได้บ้างแต่ไม่ถอย เปิดประตูหัวใจไปทำงานร่วมกับทีมงานอย่างกัลยาณมิตร
- ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์
เป็นเรื่องเล่าที่ดีมากเลยน้องอ้อ คุณลุงวิเชียรเป็นตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีการเรียนรู้เพื่อการดูแลตนเอง ขอฝากคำชื่นชมไปบอกต่อด้วยนะคะ
อ้อจ้ะ! เป็นผลลัพธ์สุดท้ายที่เฝ้ารอคอยเลยใช่มะ ซึ่งเราเคยคิดว่ายากและต้องใช้เวลาที่จะทำให้คนไข้ลุกขึ้นมาดูแลตนเองและอยู่กับโรคที่เค้าเป็นอย่างมีความสุขและเราก็ทำได้จริงๆคุ้มค่ามากๆดูจากสีหน้าคุณลุงก็รู้ ขอชื่นชมจ้ะ
สิ่งดีๆอย่างนี้เราจะนำไปเป็นตัวอย่างของการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และเราค่อยๆช่วยกันปลูกฝังซึมซับรูปธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและมีส่วนร่วมให้กับพี่ๆเพื่อนๆของเราในเครือข่ายต่อไปนะอ้อนะถึงแม้จะใช้เวลา
ดีจังครับ คุณลุงเก่งมากครับ
บางครั้งคิดว่าคุมได้ดี มันอาจไม่ใช่ แต่การตรวจและดูด้วยตนเอง มันเหมือนเรียนรู้จากชีวิตจริงที่ ไม่เหมือนใคร
ถ้ามีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นทั่ว ประเทศ อะไร ๆ ก็จะดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน อยากให้เล่าเรื่องแบบนี้บ่อย ๆ นะครับ
หัวใจของความสำเร็จของอ้อ เป็นสิ่งที่เรามุ่งหวังให้เกิดกับน้องๆของเราทุกคนเสมอ
ผมชอบคำว่า คนต้นแบบ ที่ทีมพุทธชินราช ช่างเสาะหามาทำให้การทำงานของเรา มีคุณค่าขึ้น
การหา คนต้นแบบ ทำให้ทีมที่ธาตุพนม ยังติดปากเรื่อง คุณปรีชาสอง จนเดี่ยวนี้เลยครับ
ขอบคุณครับ
เป็นเรื่องเล่าที่อ่านแล้วกระตุ้นให้อยากไปทำงานต่อแล้วครับ เยี่ยมจริง
อาจารย์วัลลาคะ.ได้แนวคิดดีๆมาจากอาจารย์และการเรียนรู้ในช่วง 2 ปีนี้เยอะมาก และนำมาปรับใช้ได้ เกิดผลจริง คนทำงานก็มีความสุข คนไข้ที่เราดูแลก็มีความสุข .ขอบคุณอาจารย์มากคะ….อ้อ
หมอจิ้นคะ …ขอบคุณสำหรับกำลังใจ รู้สึกเหมือนได้กำลังใจจากคนคอเดียวกัน รับรองต่อไปทำงานตายเลยคะ และที่สำคัญ จะนำคำชมไปฝากคุณลุงด้วยคะ……อ้อ
คุณเอนกคะ กำลังหาโอกาสไปเที่ยวหา มีโอกาส เราทั้ง 2 ทีม คงได้เจอกันอีกนะคะ คิถึงบรรยากาศสนุกๆของ “เพื่อนช่วยเพื่อน”ครั้งนั้นจังเลย
คุณฐิติคะ…ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ…อ้อ
โอ เป็นเรื่องราวน่าประทับใจ
สมุดบันทึกของคุณลุงยอดจริงๆ
ตาม อ จิ้นมาค่ะ
พบกันที่แพร่เมื่อ 11ต.ค ที่โรงแรมแม่ยม นับว่าเป็นKMที่สมบูรณ์แบบ อ่านเรื่องเล่า เร้าพลัง ผ่านจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อยากอ่อนหวาน
สวัสดีครับ
ผมยังไม่เจอเรื่องการใช้ปากกาเจาะเลือดตรวจเบาหวานไม่ให้เจ็บมาก มีเพื่อนพยาบาลแนะนำว่าปลายนิ้วมีเส้นประสาทเยอะ ถ้ายิงปากกาที่ปลายนิ้วจะเจ็บ(ถึงจะไม่มากมายนักก็ตาม) ตั้งเข็มอยู่ที่ระดับ ๒ และยิงที่ข้างนิ้วใกล้เล็บเพราะไม่ค่อยมีเส้นประสาท รู้สึกว่าไม่เจ็บครับ ไม่ทราบว่ากลุ่ม "เบาหวานพิษณุโลก"ได้บอกผู้ป่วยที่มีเครื่องเจาะเองหรือเปล่า หากยังฝากบอกด้วยนะครับ เขาจะได้ไม่รู้สึกกลัวการตรวจเลือดด้วยตนเองครับ
การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทยหายขาดจริงๆครับ โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกันตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลยผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ อัศจรรย์จริงๆครับ รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197