การป่วยนี้ก็ทำให้ดิฉันได้ฝึกฝนดูสภาวธรรมที่ชัดเจนมาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วกลับไปที่บ้านเพื่อร่วมขบวนกับที่บ้านไปไหว้บรรพบุรุษ (เชงเม้ง) ที่ชลบุรี ได้พบกับหลานๆ ซึ่งเป็นหวัดกันงอมแงม 

หลานรักทั้งสอง  

ดังนั้นก็เลยได้ของแถมจากหลานรักทั้งสอง ก็คือ หวัดลงคอ  แต่ดิฉันเพิ่งเริ่มเป็นหนัก วันสองวันนี้เอง

ท่านทั้งหลายอาจจะงงว่าเรื่องที่เล่ามาเกี่ยวอะไรกับการปฏิบัติธรรม...

พอดีดิฉันได้รับประสบการณ์ใหม่จากการเป็นหวัดเที่ยวนี้ เพราะพบว่าสามารถแยกความทุกข์ทางกายได้ออกเป็นส่วนๆ และความทุกข์ทางกายมิได้ส่งผลกระทบถึงสภาวะของจิตเลย

  • ประการแรก ดิฉันมีอาการเจ็บคอ ไอเป็นระยะๆ ดิฉันก็พิจารณาดูเห็นอาการดังกล่าวชัดเจน

  • ประการที่สอง ดิฉันปวดน่อง อันนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้สึกเหมือนเพิ่งไปเดินไกล (Hiking) มา

  • ประการที่สาม จิตใจดิฉันผ่องใสมากค่ะ รู้สึกว่าโล่งโปร่งสบาย อ่านหนังสือ ทำงานได้ตามปกติ รู้สึกเฉยๆ

มันแปลกตรงที่ว่า ทั้งสามอย่างนี้แยกกันเกิดหมดเลยค่ะ เหมือนแต่ละอย่างไม่เกี่ยวข้องกันเลย เหมือนกับดิฉันเห็นว่ามีรูปที่ป่วยอยู่ คล้ายๆ กับเห็นคนอื่นป่วยอยู่ คนหนึ่งไอ คนหนึ่งปวดขา เห็นแล้วก็รู้ว่าป่วย คอก็เจ็บ ขาก็ปวดอยู่ แต่ใจไม่รู้สึกอะไร เป็นว่างๆ

จำได้ว่าเมื่อก่อนเวลาป่วย จิตใจจะหม่นหมองมากๆ รู้สึกเป็นทุกข์กับอาการป่วย เป็นกังวลสารพัด

แต่หลังจากฝึกเจริญสติ มาระยะเวลาหนึ่ง  ทำให้ดิฉันเห็นการเป็นไปของกาย ที่อยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ชัดเจนขึ้น ทำให้แยกแยะได้ชัดเจน เห็นว่าจิตสบายดี ในขณะที่กายไม่สบาย ทำนองว่าจิตไม่ส่งออกนอก ก็ไม่เป็นทุกข์ เหมือนกับที่หลวงปู่ดูลย์ว่าไว้

ก็เลยอยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อ่านทั้งหลาย ไม่ได้คิดจะอวดอุตรินะคะ ; )  เพราะดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีถ้าเราแยกแยะกายกับจิตออกจากกัน อย่าให้กายที่ป่วยทำให้จิตใจป่วยไปด้วย ....