เดินทางไปประชุม เวทีชุมชนคนวิจัยเพื่อท้องถิ่นแม่ฮ่องสอน ครั้งนี้ อากาศร้อน และเต็มไปด้วยหมอกควัน แต่จุดเป้าหมายที่ผมเดินทางไป ผมคิดว่าชัดเจนมาก กับการเดินทางไปสู่เป้าประสงค์ของการทำงานเพื่อชุมชน

สกว.แม่ฮ่องสอน จัดเวที ชุมชนคนวิจัย ขึ้นทุกสองเดือน เพื่อทบทวนกระบวนการและให้ให้กำลังทีมงานวิจัยชาวบ้าน และที่สำคัญเราได้จัดเวทีขึ้นในพื้นที่วิจัย ซึ่งก็ถือโอกาสนั้นไปดูพื้นที่จริง ไปให้กำลังใจถึงในพื้นที่

ครั้งนี้เราจัดเวทีชุมชนคนวิจัยที่ บ้านรุ่งอรุณ เป็นบ้านจีนยูนนาน ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ชุมชนนี้ได้ทำวิจัยเพื่อท้องถิ่นประเด็น การท่องเที่ยวโดยชุมชนแม้ว่าจะจบโครงการลงไปแล้ว แต่กระบวนการพัฒนายังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีความพยายามเปิดเวทีสาธารณะเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นหลายครั้งโดย อบต. ที่รับผิดชอบ เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า งานวิจัยในปลายทางเกิดการเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำขององค์กรที่รับผิดชอบท้องถิ่นต่อไป

พูดถึงเรื่องทุน ที่ บ้านจีนยูนนานรุ่งอรุณ  ที่นี่มีทั้งทุนธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรมของชาวจีนที่สืบทอดผ่านลูก ผ่านหลาน วิถีชีวิตคนที่นี่จึงน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตผู้คน

น้ำตกซู่ซ่า...เป็นน้ำตกอันเลื่องชื่อ ด้วยความแปลกของน้ำตกที่มีธารน้ำไหลเป็นแนวยาวด้านข้างตามลำน้ำยาวเกือบร้อยเมตร ...ขณะที่เราล่องเรือผ่านคุ้งน้ำแถบนี้ เราก็จะได้สัมผัสสายน้ำตก ...เสียงน้ำไหลกระทบน้ำ ดังทั่วบริเวณ เสียงดังเป็นจังหวะนี่เองชาวบ้านจึงเรียกน้ำตกนี้ว่า น้ำตกซู่ซ่า

ที่กล่าวถึงน้ำตกซู่ซ่า เพราะเป็นประเด็นที่เวทีชุมชนคนวิจัยแม่ฮ่องสอน ครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเวทีไปเยือนชมความสวยงาม แต่การเดินทางจากบ้านรุ่งอรุณไปยังน้ำตกใช้เวลาเดินเข้าไปในป่านานกว่า ๓ ชม. และวิธีที่จะเดินทางไปถึงมี ๔ วิธีด้วยกัน

  • วิธีที่ ๑ล่องเรือยางแบบแอดเวนเจอร์ จาก จัดลงเรือบ้านห้วยส้านใหม่ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชม.
  • วิธีที่ ๒ เดินเท้า Trekking จากบ้านรุ่งอรุณ ไปยังน้ำตก ผ่านป่าที่สมบูรณ์ ลำธารเล็กๆ ที่น่ารัก ใช้เวลากว่า ๓ ชม.
  • วิธีที่ ๓ใช้วิธีการนั่งม้าฬ่อเข้าไป ใช้เส้นทางเดียวกับการเดิน Trekking ใช้เวลาเร็วขึ้น ประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง
  • วิธีที่ ๔ มีเส้นทาง ออพโรด ที่ต้องใช้ความสามารถในการขับรถ 4WD และมอเตอร์ไซต์วิบาก ใช้เวลาประมาณ ๑ ชม.

ผมเดินทางไปถึง บ้านรุ่งอรุณ ในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๔ มีค. เพราะมีธุระที่ อ.ปาย ในการประสานงานเวที  เสวนาปัญหาเด็กที่จะจัดขึ้นที่ปายในวันที่ ๒๖ มีค. (จะนำมาแลกเปลี่ยนกันครั้งต่อไป) มาถึงที่ประชุมที่รุ่งอรุณก็มีการแบ่งกลุ่มเพื่อจะเดินทางไปน้ำตกเรียบร้อยแล้ว( มี ๓ กลุ่ม เดินเท้า,ขี่ม้า,นั่งรถ) ผมเลือกที่จะนั่งรถจิ๊ปเดินทางไปยังน้ำตก และแน่นอนที่สุดว่าผม ไปถึงก่อนใครๆ

การเดินทางด้วยรถออพโรด ก็สนุกสนาน ตื่นเต้นดี กับเส้นทางที่ต้องใช้ฝีมือและใจพอสมควร ขับรถช้าๆก็สามารถชมธรรมชาติรอบข้างได้เต็มตา...

แม้ช่วงนี้น้ำอาจจะน้อยไปบ้างน้ำตกซู่ซ่ายังคงสวยงาม เหมือนทุกครั้งที่ผมไปเยือน ...เสียงจั๊กจั่นร้องก้องทั่วราวป่า กลิ่นหอมของป่าติดจมูก ดอกกล้วยป่าเริ่มทยอยบานอวดสีสันอยู่บนคบไม้ นกน้อยใหญ่ บินถลาอย่างอารมณ์ดี เพราะนี่คือ บ้านหลังใหญ่ของพวกเขาที่สามารถอยู่ได้อย่างอิสระและมีความสุข

ผมนั่งบนโขดหิน กลางน้ำ ใช้มือวักน้ำเล่น เสียงน้ำตก เสียงน้ำไหล อากาศที่เย็นสบายทำให้ผมผ่อนคลายเป็นอย่างมาก...เป็นแบบนี้ละมั้งครับ ที่ผู้คนในเมืองต่างก็โหยหาธรรมชาติกัน เมื่อมีเวลาว่างทุกคนก็จะหาเวลาปลีกตัวเข้าสู่โลกของธรรมชาติที่พิสุทธิ์กันทันที

ผมโชคดีที่ได้อยู่อาศัยในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ สวยงามด้วยธรรมชาติ  เมื่อเป็นเด็กยังแอบน้อยใจว่า ทำไมอยู่ไกลจัง...ในเมืองเป็นยังไงผมไม่รู้ ไปเมืองเชียงใหม่แต่ละทีก็ตื่นเต้น คืนก่อนเดินทางก็ไม่เคยหลับ อยากให้ถึงรุ่งเช้าเร็วๆ เชียงใหม่มีทุกอย่างที่ผมอยากสัมผัสตอนนั้น แต่บ้านเราทำไมไม่มีอะไรเลย...ทั้งหมดเป็นความคิดของผมในวัยเยาว์

มาถึงวันนี้ ด้วยการเรียน ภาระงานที่ทำให้ผมต้องเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้เวลาของชีวิตส่วนใหญ่ตอนนี้ในเมือง ...ความวุ่นวาย รถยนต์ที่ขวักไขว่ น่าเวียนหัว จะหลีกเร้นเสียงอึกทึกสักครั้งก็หาสถานที่พักผ่อนยาก นอกจากเดินตากแอร์เย็นๆในห้างใหญ่  ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่วิถีที่ผมต้องการเลย

กลับบ้านที่แม่ฮ่องสอนครั้งใด ...ได้กลิ่นหอมของป่า เห็นใบไม้ผลิใบ และ หลุดร่วง เป็นธรรมดาที่เห็น ดอกกล้วยไม้ป่าที่จะเริ่มผลิบานและส่งกลิ่นหอมก่อนช่วงก่อนปีใหม่เมือง(สงกรานต์) เหมือนกับทุกปี เสียงจักจั่นที่พร้อมใจกันขับร้องเพลงทำนองรักป่า ระงมทั่วราวป่า...

ทั้งหมดคือ สวรรค์บ้านป่า ที่ผมเคยคิดว่า มันช่างห่างไกลความเจริญ แต่ความคิดของผม ณ วันนี้กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง

ผมรู้สึกรัก ภูมิใจ และหวงแหนบ้านเกิดของผม บ้านบนดอยของผมมากขึ้นทุกที…