"The capacity for reflection comes from a state of mind, made possible by the physical habit of doing nothing at certain hours of the days." - Lin Yutang

ได้หนังสือเล่มนี้มาจากงานมหกรรม sustainable living expo ค่ะ

อ่านไปได้นิดหน่อยแต่อยากเอามาแนะนำ ผู้เขียน (cecile andrews ) เขียนได้ไม่น่าเบื่อดี มีการรวบรวม คำคม จากหลายๆที่ไว้ในเล่มนี้  

แอบบอกว่าสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจซื้อเล่มนี้คือ acknowledgement ค่ะ เค้าเขียนขอบคุณผู้ที่ช่วยงานเค้าได้ดีมาก ไม่ใช้ format เดิมๆที่เคยเห็นทั่วไป เค้าเขียนเล่าเป็นเรื่องราวใ้ห้เี่นึกภาพออกเลยว่าใครมีส่วนในหนังสือเล่มนี้อย่างไร

เช่น "Oneday I reached a point when I was through writing this book. But there wasstill a lot of editing to be done! Luckily, the very best editor in the world lives with me. I gave the book to my husband Paul and said, "Do with it what you will!" He even added a few of his own little stories. Which was OK with me, because he's also the best writer I know"

หรือ

"For the remarkable cover, I must thank Diane McIntosh , whose subtle and striking design captured the book's essence poetically."

--------------------------------

ในย่อหน้าแรกของบทที่ 1  ผู้เขียนเล่าเรื่องที่เราๆคงคุ้นเคยดีค่ะ

นึกภาพรถสองคันขับตามกันมาติดๆในเลนในสุด ต่างคนต่างหาที่จอด (รถไม่ติดนะคะ ไม่รู้ขับจี้ทำไม)

ขับไปเรื่อยๆ หญิงวัยกลางคนที่ขับรถคันแรกเห็นว่ามีที่ว่าง เธอก็เหยียบเบรคและพยายามเข้าจอดแบบขนาน

บี๊นนนนน บี๊น บี๊นนนนนนน สาวฟู่ฟ่าที่ขับรถ SUV คันหลังเบรคตามและ บีบแตรดังลั่นถนน  เธอบีบแตรต่อ ไม่ขยับรถให้ เหมือนจะให้คันข้างหน้าเลิกพยายามที่จะถอยมาจอด 

ป้าคันข้างหน้าหันมาโบกไม้โบกมือขอให้คันข้างหลังถอยไปหน่อย

สาวคันหลังทนไม่ได้ แต่ ยอมถอยรถ แล้วขับมาจอดขนานเลนข้างๆ เธอเปิดกระจกมาด่ากราดแถมไปหนึงชุด แล้วก็ปาก้อนอะไรไม่รู้ใส่รถป้าที่นั่งงงเป็นไก่ตาแตก 

... คุ้นไม่ค่ะ ในหนังสือเล่าว่า พอผู้เขียนไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง ทุกคนก็จะมีประสบการณ์ตัวเองมาเล่าต่อ ยิงกันตายนี่เราเคยได้ยินกันมาแล้ว แต่ที่ไม่เคยได้ยินคือ มีคนนึงโกรธมาก เดินลงจากรถ ไปรถคู่กรณี เห็นว่ามีแมวอยู่ ไปอุ้มแมวขอคู่กรณีขึ้นมา แล้ว ปาไปกลางถนนที่มีรถวิ่งกันตรึม แมวหนีไม่ถูก โดนรถเหยีบตาย (ที่เมือง San Jose, CA.) 

นี่เราเป็นบ้าอะไรกันไปแล้ว..... 

--------------------------------

โดยหลักๆแล้วหนังสือเล่มนี้ชวนคิดและชวนเปลี่ยนตัวเองให้ ลองถามว่าความสุขที่แท้ในชีวิตคืออะไร บริโภคนิยมเป็นคำตอบหรือไม่ เรารีบร้อนกันไปทำไม ทำงานหามาให้มากทำไมกันแน่ มาลองเข้าใจตัวเอง เข้าใจวัฒนธรรมของสังคมที่เราอยู่ว่า แรงผลักดันจากสังคมที่เราอยู่นั้นมีผลกับการตัดสินใจของเราอย่างไร

พอมองออกแล้วค่อยมาคิดว่า แล้วเรามีแผนทำให้ชีวิตเราเรียบง่ายขึ้นอย่างไร

เราคนไทย คงไม่ตื่นเต้นอะไรกับหนังสือแบบนี้มากนัก เรามีในหลวงที่ทรงพร่ำสอนเรื่อง ชีวิตพอเพียง มานานแล้ว แต่ลองอ่านมุมมองของคนอเมริกันก็น่าสนใจดี เค้าโยงไปถึงอุดมการ์ทางการเมืองด้วย ซึ่งหนังสือเล่มนี้ออกจะเขียนโจมตีฝ่ายขวาแรงเอามากๆ  จนบางที่ก็ทำให้เอียนๆไปบ้าง

--------------------------------

ถ้าถามว่าชอบอะไรมากที่สุดในเล่มนี้ คงยืนยันคำตอบเดิมค่ะ คือ acknowledgement คิดว่าจะเอาไปเป็นตัวอย่างในการเขียน acknowledgement ใน thesis ตัวเองด้วยค่ะ!

--------------------------------