บทความนี้มีเป้าหมายหลักคือ จะนำพาการศึกษาไทยอย่างไรให้หลุดพ้นและเดินได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป ไม่หยุดชะงักในบางช่วงเวลาที่เกิดจากการเมือง

กราบสวัสดีงามๆ ท่านผู้อ่านทุกท่าน

      วันนี้ขอยกประเด็นเรื่องหนักมาหนึ่งเรื่องที่ประกอบไปด้วยเรื่องหนักด้วยกันสองเรื่องครับ นั่นคือการศึกษา และการเมือง คุณคิดว่าการศึกษาไทย กับการเมืองไทย ควรจะบริหารแยกกัน หรือรวมกันดีครับ เพื่อเป้าหมายในการองค์ความรู้และพัฒนาสมองไทยอย่างยั่งยืน

      ผมเองขอบอกก่อนว่าไม่มีประสบการณ์อะไรมาก ทุกอย่างที่เขียนต่อไปนี้ จะเป็นการประมวลจากตะกอนในสมองที่พอจะมีเศษดินให้ตกลงมากระทบก้นสมองอยู่เพียงนิดเดียวครับ

      ผมจะบอกกับสิ่งที่ผมคาดหวังกับการศึกษานะครับ ส่วนการเมืองผมจะพยายามไปกระทบให้น้อยที่สุดครับ แต่สำหรับความคิดเห็นของท่าน เชิญได้เต็มที่ครับ

      สิ่งที่ผมคาดหวังกับการศึกษาไทยคือ

  1. ไม่ว่าการเมืองจะเสถียรหรือไม่ก็ตาม แต่การศึกษาจะต้องเสถียรและเดินต่อไปได้
  2. ไม่ว่าการเมืองโดนโค่นล้มไปกี่ครั้งก็ตาม หรือวนเวียนแบบซ้ำหรือไม่ซ้ำกับอดีตก็ตาม แต่การศึกษาจะต้องพัฒนานำไปสู่สิ่งที่ดี ต่อยอดก้าวต่อไป อย่างต่อเนื่อง
  3. ผมมองว่าการเมืองสามารถที่จะอยู่ในวงการเวียนว่ายตายเกิดได้ แต่การศึกษาน่าจะไปไกลกว่านั้น คือเวียนว่ายตายเกิดแบบหลุดพ้น นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและยั่งยืนกว่า
  4. การเมืองมีวาระในการเกิดดับตามจำนวนปี แต่การศึกษาต้องอยู่ต่อไป ไม่สามารถจะแตกดับได้ ต้องเดินต่อไปแบบไม่ยึดติดกับวาระทางการเมือง

      สิ่งที่ผมนั่งคิดไปเล่นๆ ผมกำลังคิดว่า หากเราจะเอาการศึกษาออกมาบริหารแยกต่างๆหากจากการเมือง จะเป็นไปได้ไหม เพื่อจะให้การศึกษามันยั่งยืน โดยที่การเมืองอาจจะหมดไปตามวาระกี่ปี แต่การศึกษาน่าจะต้องต่อเนื่องตลอดไป โดยทีมบริหารการศึกษาน่าจะบริหารไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเมืองเป็นฝ่ายสนับสนุนการศึกษาอยู่อีกทอดหนึ่ง

      บทความนี้มีเป้าหมายหลักคือ จะนำพาการศึกษาไทยอย่างไรให้หลุดพ้นและเดินได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป ไม่หยุดชะงักในบางช่วงเวลาที่เกิดปัญหาจากทางการเมือง

      หากท่านเห็นเป็นประการใด ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

กราบขอบพระคุณครับ

สมพร ช่วยอารีย์