เพราะจิตสั่งให้กายอาสา งานยากก็กลายเป็นง่ายไปทันที

        ดิฉันขอผนวก 2 เหตุการณ์ มาเล่ารวมกันครั้งเดียวเลยนะคะ เมื่อ 13-16 มี.ค. 2550 ได้เข้าร่วม 8 th National Forum HA ที่กทม. และเมื่อ 25 มี.ค. 2550 เข้าร่วมสัมมนาภาควิชาพยาธิวิทยา ของเราที่สงขลา

เรื่อง HA นั้นมีหัวข้ออภิปรายโดยเฉพาะว่า เพราะว่าเรามีจิตอาสา และเรื่องอื่นๆ อีกมากที่จิตอาสาแทรกอยู่ในทุกอิริยาบถของการเป็นบุคลากรทางการแพทย์

        การยอมเสียสละตนเองและครอบครัวเพื่อช่วยเหลือ เกื้อกูล ผู้ด้อยโอกาส ให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นของทีมงานคุณเสรี ทองมาก คุณอโศก พลบำรุง จากมูลนิธิพัฒนรักษ์ คุณสุธาสินี นาหว้า จากมูลนิธิรักษ์ไทย และทพญ. เมธ์ ชวนคุณากร แห่ง ร.พ. สังขละบุรี เป็นภารกิจที่มีคุณค่ายิ่ง ควรค่าแก่การเผยแพร่ และนับถือเป็นแบบอย่าง

 การมีจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยสมองเสื่อม ของอาจารย์สิรินทร ฉันศิริกาญจน์ (รศ.พญ.) แห่งรพ. รามาธิบดี การช่วยหาขาเทียมและหาอาชีพให้กับผู้ป่วยของคุณสุห้วง พันธ์ถาวรวงศ์ จากรพ. ชุมพรฯ การช่วยให้แม่วัยรุ่นที่มีลูกโดยผลั้งเผลอได้โอบกอดลูกและไม่ทิ้งลูกไปในที่สุดของคุณวนิดา เทพจันทร์ จาก มช. หรือการอาสาเข้ามาบริหารภาควิชาของเราของ อ.ปารมี (รศ.พญ.) ล้วนแต่ต้องมีจิตอาสาเป็นพื้นฐานทั้งสิ้น

        ทำโดยไม่คาดหวังว่าใครจะมองเห็น แต่ตนเองมองเห็นและปิติอยู่ในใจ

ในการสัมมนาภาควิชาครั้งนี้ก็เหมือนกัน หลายคนจะมองเห็นว่า มีคนกลุ่มหนึ่งมี จิตอาสา ขยันขันแข็ง ช่วยงานอย่างดีเยี่ยมและที่น่าชื่นชมมากๆ คือ เป็นรุ่นหนุ่มสาว ที่ก้าวเข้ามาในองค์กรได้ปีหรือสองปีนี้เอง แต่เขารักองค์กร อยากทำงานให้องค์กร หนักเอาเบาสู้ เต็มใจอาสาช่วยทุกงาน ไม่เกี่ยงงอน

        จิตใจอย่างนี้เกิดได้อย่างไร โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าเกิดจากครอบครัวที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ แห่งความดีเหล่านี้ให้กับเขา และเขาเองก็ทะนุถนอมต้นกล้าแห่งความดี ไม่ให้เฉาตาย

เราทั้งหลายเป็นสิ่งแวดล้อมของต้นกล้าเหล่านี้ ถ้าเกื้อหนุนเขาอย่างเต็มที่ เขาก็จะกลายเป็นพันธุ์ไม้ใหญ่ เป็น ต้นแบบที่ดี ให้กับองค์กร ชุมชน และสังคม อย่างแน่นอน


        คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่กลุ่มนี้คือ ธีระพงศ์ ขุนเพชร (สิงโต นับวันหน้ายิ่งคล้าย) ชัชวาล สายศิลป์ (เอ็ม) วรศา ทองคำ (ศา) รุ่นเดอะถัดไปอีกคือ พิพัฒน์ชัย (อ๋ง) และเดอะมากๆ เห็นจะเป็น พี่หล้า (อานุไร) พี่กานต์ (สุคนธ์) พี่ถ่าว (สมพร) และอีกหลายๆ คน ต้องขออภัยที่ไล่ชื่อได้ไม่หมด

การสัมมนาภาคครั้งนี้ สำเร็จได้เพราะ จิตอาสาของผู้ดำเนินการและผู้ร่วมงานโดยแท้และจบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง

       ดิฉันแอบเห็นบางคนน้ำตาคลอเบ้า เพราะ 2 วัน 1 คืน ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น เราคงแอบสัญญากันในใจว่า เราจะมีจิตอาสากันนำพาภาควิชาของเราหรือบ้านหลังที่สองของเรา ให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ใช่ไหมคะ ?