“การชี้วัดความสุข…นั้นควรให้ประชาชนเป็นคนบอก และตัวชี้วัดดังกล่าวควรสร้างขึ้นมาจากประชาชนด้วย” เพียงแต่หน่วยงานต่าง ๆ เป็นผู้สนับสนุนหรือคอยเอื้ออำนวยโดยเปรียบเสมือน ร่ม 3 คัน คือ
ร่มคันที่ 1 เป็นร่มคันใหญ่ “รัฐบาล” ที่จะทำให้ประเทศเป็นสุข
ร่มคันที่ 2 เป็นร่วมขนาดกลาง “จังหวัด” ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้จัดการ
ใหญ่เพื่อทำให้จังหวัดเป็นสุข
ร่มคันที่ 3 เป็นร่มคันเล็ก “ท้องถิ่น” ที่จะต้องทำให้ท้องถิ่นเป็นสุข
หลักการทำงานดังกล่าวให้สำเร็จที่จะนำไปสู่ “ความอยู่ดีมีสุข” ของประชาชนจึงมี 4 ข้อหลัก คือ
ข้อที่ 1 เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อการทำงานของทุกส่วนและของทุกคน
ข้อที่ 2 ให้ประชาชนมีบทบาทสำคัญ
ข้อที่ 3 รวมพลังทุกฝ่าย
ข้อที่ 4 บูรณาการทุกอย่าง
ฉะนั้น จึงควรมีแผนการทำงานเกิดขึ้นกับทุกระดับ เช่น แผนระดับชุมชน แผนระดับตำบล แผนระดับท้องถิ่น แผนระดับจังหวัด แลแผนระดับประเทศ โดยแผนเหล่านี้จะมี “ตัววัด” คอยบ่งชี้และคอยกำกับ ส่วนการบูรณาการก็ต้องเกิดขึ้นตามแผนชุมชน หรือแผน.......... ภายใต้
1) ข้อมูลพื้นฐาน
2) ความรู้
3) การเรียนรู้และการจัดการความรู้ (KM) เช่น ระดับบุคคลระดับกลุ่ม ระดับชุมชน และระหว่างกลุ่มและระหว่างชุมชน
4) พัฒนาทำให้เข้มแข็ง
ก็เป็นอีกความรู้หนึ่งที่ได้สรุปมาจากการฟัง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2550 ณ โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งสามารถตอกย้ำได้ว่า การทำงานที่ผ่านมา “ชุมชน” เป็นกลุ่มเป้าหมายและมุมมองเดียวกันได้ จึงอยู่ที่เจ้าหน้าที่จะปรับตัวใหม่หรือจะทำงานกันแบบเดิม ๆเพราะทุกตำบลต่างก็มีแผนชุมชนเป็นของตนเองแล้ว เพียงแต่แผนที่มีอยู่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร? ก็มีตัวอย่าง Best Practice ให้ดูอยู่มากมายให้เราได้ค้นหาและหยิบขึ้นมาใช้เป็น “ตัวแบบ” ได้.
(ที่มา : ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ” วันที่ 21 มีนาคม 2550 จังหวัดนครศรีธรรมราช)