เรื่องนี้ต้องไปเปิดก้นครัวคนอีสาน จะเห็นความเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่ายไม่เรื่องมาก

 

เรื่องนี้ต้องไปเปิดก้นครัวคนอีสาน  จะเห็นความเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่ายไม่เรื่องมาก ยังไงก็ได้ ใช้ชีวิตเข้าเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับสภาพของท้องถิ่น ตำน้ำพริกจิ้มผักลวก เด็ดยอดผักริมรั้ว ตำลึง ยอดกระถิ่น ยอดผักโขม ยอดแค ยอดมะรุม ดอกแค ยอดชะอม หน่อไม้ ยอดมะกล่ำ บรรณาการจากธรรมชาติที่มากับฝน มีดอกกระเจียว หน่อเพ็ก หน่อโจด ผักอีลอก ยอดหวาย หน่อไม้ เห็ดเผาะ เห็ดละโงก เห็ดตับเต่า เห็ดปลวกฯลฯ มาสลับสำรับกับข้าวชาวที่ราบสูง ส่วนโปรตีนนั้นเล่าก็ไม่ธรรมดา มีกิ้งก่า แย้ จิ้งหรีด จี่โป้ม จินูน บึ้ง กบ เขียด อึ่ง งูสิง หนูตะเภา หาได้จากในท้องไร่ท้องนา แมลงต่างๆที่อยู่ตามต้นไม้ ไข่มดแดงใส่แกงผักหวาน น้องเอ๋ยอร่อยจนลืมอ้วน

   

  

พ่อไอ้แดงชวนเพื่อนบ้านโหวกเหวก เหวี่ยงแหขึ้นบ่าพากันเดินลงทุ่ง ตะวันบ่ายคล้อย บ่ายหน้ากลับบ้าน มีกุ้งหอยปูปลาติดมือมาทำลาบก้อยอร่อยแซบกันทั้งคุ้ม เรียกว่าย้อนรอยตำนาน ไอ้ขวัญอีเรียม แห่งทุ่งมหาราช แต่บัดเดี๋ยวนี้เรื่องที่เล่ามานั้น กลายเป็นความฝันเฟื่องไปเสียแล้ว ต้นทุนชีวิต ต้นทุนธรรมชาติ ต้นทุนสังคม จารีตประเพณีหักสะบั้นขวัญเรียมกระเจิงไปนานแล้ว 

    

จากพืชผักที่มีอยู่ในธรรมชาติ ก็เปลี่ยนมาเป็นผักกวงตุ้ง บล็อกเคอรี่ แครร็อท กะล่ำดอก กะล่ำปลี ผักสลัด ถั่วฝักยาว ฯลฯ ที่ปนเปื้อนสารเคมี แกงอ่อม แกงหวายพลิกหงายมาเป็นพิซซ่าเข้าตำราแดกด่วน พวกกิ้งก่า จิโป่ม กบ เขียด อึ่งอ่าง สูญหายไปจากชุมชนนานแล้ว ชาวบ้านต้องหาเงินมาซื้อไข่ไก่ เนื้อหมูเห็ดเป็ดไข่ กุ้งหอยปูปลาต้องซื้อหาจากตลาด แม้แต่พริกมะเขือก็ต้องซื้อหาจากรถขายกับข้าวพ่อค้าเร่ จากที่เคยพึ่งตนเองด้านอาหาร มาวันนี้ต้องซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า 

จากความพอมีพอกินหาได้ฟรีๆจากป่าละเมาะและท้องทุ่งข้างบ้าน ก็เปลี่ยนมาเป็นรายจ่ายประจำ ตรงนี้นักฝันเฟื่องเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต้องตีความแล้วละครับ ในเมื่อสังคมเกษตรเปลี่ยนไปตามกระแสตะวันตก ที่ทำให้เราอ่อนแอยิ่งกว่ายุคสมัยใด การอธิบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสไตส์มหาชีวาลัยอีสาน หมายถึงการตอบโจทย์ชีวิตและสังคมแห่งความพอเพียง 3 เรื่องคือ 

  1. วิกฤติในสังคมไทอีสานมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
  2. จะใช้หลักการและกระบวนการจัดการความรู้
  3. ภายใต้หลักสูตรพัฒนบูรณาการศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

 เมื่อบรรณาการจากสวรรค์หายไป เราจึงตั้งประเด็นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์นักศึกษาของเรา ให้ทุกคนมาระดมพลังสร้างชุดความรู้ผ่านกิจกรรมเชิงประจักษ์ ด้วยกิจกรรมเรียนรู้ดังต่อไปนี้ 

·        การเพาะเห็ด

·        การทำแปลงเกษตรประณีต

·        การเลี้ยงไก่ไข่

·        การเลี้ยงสัตว์ปีก

·        การเลี้ยงหมู เลี้ยงโค เลี้ยงปลา

·        การปลูกสมุนไพร

·        การอัดอิฐดินซีเมนต์

·        การเพาะชำกล้าไม้ ปลูกต้นไม้ เผาถ่าน น้ำควันไม้ 

·        การสร้างบ้านไม้ไผ่ พึ่งตนเองด้านที่อยู่อาศัย       

การปลูกไม้ติดแผ่นดิน ไม้ผักยืนต้น ไม้ใช้สอย ไม้ประดับ ส่วนการขยายผลจะทำอย่างไร ผมให้นักศึกษาพี่เลี้ยงแกะความคิดของชาวบ้านที่มาอบรมจำนวน500คน วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการฝึกอบรมรุ่นที่1 เราได้วรรคทองจากสมาชิกกลุ่มต่างๆ ผ่านการสะท้อนคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้ 

" พอกิน แต่ไม่พอจ่าย "

" ไม่มีอาชีพหลัก มีแต่อาชีพเสริม "       

วันนี้ปิดการอบรม มีผู้นำองค์กรบริหารส่วนตำบลมาร่วมพิธี เช่น นายก อบต. กำนัน ปลัดอบต. เราจึงถือโอกาสให้ท่านผู้นำทั้ง 2 ทำหน้าที่กล่าวปิดและเป็นประธานมอบวุฒิบัตรที่มีลายเซ็นท่านนายอำเภอ กับเจ้าสำนักฯ เมื่อชาวบ้านกลับไป ชาวเรา(คณะทำงาน) ก็มาหารือกัน ไล่เลียงถามความเห็นแต่ละคน เช่น ขั้นตอนการลงทะเบียน การกรอกใบสอบถาม การแบ่งกลุ่ม การนำเสนอ ชวนชุมชุนคิดแผน เสนอแผน นัดหมายที่จะทำงานร่วมกันในเรื่องการส่งเสริมอาชีพ ที่ชาวบ้านเป็นคนคัดเลือก เช่น โครงการเห็ดชุมชน กับการเลี้ยงไก่ไข่ ให้นักศึกษานัดหมายที่จะออกไปช่วยสร้างเสริมความรู้ผ่านอาชีพ เพื่อช่วยเพื่มวิธีสร้างอาชีพในชุมชน เพิ่มจากการทำตุ๊กตาส่งญี่ปุ่นที่ชุมชนแห่งนี้ทำอยู่เดิม ในวันที่28 เราก็จะอบรมสมาชิกข้ามจังหวัดที่มาจากมหาสารคาม ก็จะได้ประมวลผลเปรียบเทียบกัน ส่วนหลักสูตรนั้นจะออกมาเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพและความเหมาะสมของรุ่นนั้นๆ ถ้าท่านใดสนใจก็ติดตามได้ครับ มีเรื่องคนบ้านนอกคอกนากำลังตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างคนอีสานกับครูพี่เลี้ยงชาวอีสาน