นาน้ำคลองกับนาคองน้ำ เป็นคำเก่าที่มาเล่าใหม่ของพ่อสมพร พิมพ์พวง เกษตรกรบ้านโคกเมือง ตำบลสะแก เภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้สท้อนความคิดแห่งภูมิปัญญาที่เป็นทุนทางสังคมด้านความรู้ในการทำนา และการจัดการน้ำในระบบการทำนาที่สะสมมากว่าชั่วชีวิต
นาน้ำคลอง หมายถึง เกษตรกรที่ทำนาโดยอาศัยน้ำชลประทาน ไม่ต้องรอน้ำฝนก็สามารถทำนาได้ ไม่ต้องรอความหวังลมๆ แล้งๆ และทำแล้วไม่ต้องเสี่ยงกับความแห้งแล้งของธรรมชาติ ทำแล้วได้ผลผลิตแน่นอน
นาคองน้ำ หมายถึง เกษตรกรที่ทำนาโดยอาศัยน้ำฝน (คอง = รอ) ซึ่งหากไม่มีฝน หรือฝนไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาลก็ไม่สามารถทำนาได้
นี่แหละครับจึงเป็นที่มาของคำสองคำ ที่พี่น้องเกษตรกรน้อยเนื้อต่ำใจ และช้ำใจ จึงเป็นที่มาแห่งความยากจนแบบซ้ำซาก
พี่น้องเกษตรกรที่ทำนาน้ำคลอง คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ความลำบากใจ เศร้าใจจึงตกอยู่กับพี่น้องที่ทำนาคองน้ำ เพราะปีไหนแล้ง ฟ้าฝนไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาลก็ไม่ได้ทำนา
ทำนาสองครั้งเก็บผลผลิตครั้งเดียว เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาคองน้ำ นั่นหมายความว่า หากปีใดฟ้าฝนมาต้นฤดูกาล คือเดือนพฤษภาคม พี่น้องเกษตรกรก็จะทำการ และหว่านข้าวจนเสร็จเรียบร้อย และระยะเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเกิดความแห้งแล้งจนกระทั่งข้าวตายหมด
เวลาต่อมาอีกประมาณสองเดือนฟ้าฝนจึงได้ตกลงมาอีก และด้วยความห่วงใยในผืนนา และอาชีพ พี่น้องเกษตรกรจึงทำการไถหว่านอีกรอบ ซึ่งทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนเป็นสองเท่าของการทำนาปกติ ซึ่งแตกต่างจากพี่น้องที่นำนาคลองน้ำโดยสิ้นเชิง
ขอบคุณมากครับ
อุทัย อันพิมพ์
25 มีนาคม 2550
ขออภัยครับ บันทึกยังไม่เสร็จ แต่ Net มีปัญหา
กำลังแก้ไขครับ
เกี่ยวกับเกษตรประณีตอย่างไรครับ
ผมพอมองเห็นด้วยความคิดของผมเอง แต่ไม่เห็นจากการนำเสนอครับ
กลับบ้านดีกว่าครับ ง่ายกว่ากันเยอะเลย