บริหารโครงการอย่างไร

กมลวัลย์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
วางแผนงาน -- ดำเนินงานตามแผน -- ควบคุมวัดผลการทำงาน

มีการสรุปแนวทางการบริหารโครงการไว้หลายรูปแบบด้วยกัน โดยมากก็จะคล้ายๆ กัน คือ การบริหารจะต้องประกอบไปด้วยกระบวนการ วางแผนงาน -- ดำเนินงานตามแผน -- ควบคุมวัดผลการทำงาน ด้วยกันทั้งสิ้น ในที่นี้จะขอสรุปแนวทางการบริหารโครงการของ PMI  โดย PMI ได้กำหนดกระบวนการบริหารโครงการออกเป็น 5 กระบวนการ (Processes) ด้วยกันคือ

  1. Initiating (ริเริ่ม (เปิด) โครงการ)
  2. Planning (กระบวนการวางแผนต่างๆ ในโครงการ)
  3. Executing (กระบวนการดำเนินงาน (ตามแผน) )
  4. Controlling (กระบวนการควบคุมการดำเนินงาน)
  5. Closing (กระบวนการปิดโครงการ)

โดยกระบวนการริเริ่มโครงการนั้น คือการเปิดหรืออนุมัติโครงการอย่างเป็นทางการ (มีการใส่ทรัพยากร เช่น มอบอำนาจให้ผู้จัดการโครงการ กำหนดงบประมาณให้ผู้จัดการบริหารโครงการ) กระบวนการนี้เกิดขึ้นตอนเริ่มโครงการ

เมื่อเริ่มโครงการแล้วก็จะมีการวางแผนงาน (planning) ในขั้นต่อมา และนำแผนที่วางไว้ไปดำเนินการ (execute) ตามแผน มีการประเมินวัดผลในกระบวนการควบคุม (controlling process) ตามลำดับ ตามแผนภาพต่อไปนี้

PM 5 processes

รูปแสดง Project management processes

อย่างไรก็ดี เมื่อกำลังดำเนินการตามแผนอยู่ แล้วอาจพบว่าทำไม่ได้ตามแผน เนื่องจากสาเหตุต่างๆ ก็อาจจะกลับไปปรับแผนตามความเหมาะสมดังแสดงในรูปได้ และดำเนินการตามแผนที่ปรับแล้วต่อไป
เมื่อวัดผลในกระบวนการควบคุม (Controlling process) แล้วพบว่าดำเนินการตามแผนเสร็จสิ้น และบรรลุวัตถุประสงค์โครงการแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการปิดโครงการ (Closing process) ซึ่งเป็นการปิดโครงการอย่างเป็นทางการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การบริหารโครงการ



ความเห็น (13)

สวัสดีครับอาจารย์

ผมมีเรื่องสงสัยนิดหนึ่งครับ นั่นก็คือว่าสำหรับโปรเจคบางอันนั้นก็จะมีการกำหนด budget ตายตัว แต่รายจ่ายนั้นอาจจะไม่ตายตัวนี่ครับ

ดังนั้นเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยก็คือว่า ถ้าเราจะทำการลงทุนในตลาดการเงิน ทำเป็น hedging strategy นี่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโครงการไหมครับ

ขอบพระคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนคุณ ไปอ่านหนังสือ

พอดีดิฉันเองไม่ค่อยคุ้นเคยกับเรื่อง hedging strategy เท่าใดนักค่ะ จะขอตอบคำถามตามความรู้ในด้านนี้ที่มีและยกตัวอย่างอื่นๆ แทนนะคะ

  • โครงการลงทุนในตลาดการเงินถือเป็นโครงการได้หรือไม่ ดิฉันขอ assume ว่าได้นะคะ (ไม่ค่อยคุ้นเคยกับโครงการประเภทนี้ค่ะ) เช่นสมมติว่าโครงการนี้เป็นการลงทุนส่วนตัว โดยจะลงทุนตลาด IT ในงบประมาณไม่เกิน 100,000 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนเป็นต้น
  • ดังนั้นการกำหนด hedging strategy ภายใต้เงื่อนไขข้างต้น เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะ optimize การลงทุนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ค่ะ
  • เป้าหมายของโครงการคือ optimize profit จาก investment นี้นะคะ แต่แน่นอนว่ารายจ่ายของโครงการจะไม่พอดี 100,000 ค่ะ แต่ว่าถ้าบริหารจัดการดี ก็จะวางแผนศีกษากำหนด hedging strategy ที่ลงทุนไม่เกิน budget แต่ผลตอบแทนจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ

ลองมาดูตัวอย่างเรื่อง budget แต่เป็นโครงการออกแบบและก่อสร้างบ้านนะคะ

  • สำหรับเรื่องการมี budget ตายตัวเป็นเรื่องปกติที่ลูกค้าของโครงการ หรือบางครั้งเราเรียกว่า sponsor ของโครงการจะกำหนดมาให้ตายตัวค่ะ เช่น สมมติว่าดิฉันเป็นวิศวกรในบริษัทรับก่อสร้างบ้านและบริษัทฯ ไปรับงานมาและมอบให้ดิฉันไปออกแบบและก่อสร้างบ้านให้ลูกค้ารายหนึ่งภายใต้งบประมาณต้นทุน 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขตามที่ได้ brief กับลูกค้า คือให้ออกแบบเป็นบ้าน modern style เป็นบ้าน 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ใช้ครัวไทย มีโรงจอดรถ 2 คัน ฯลฯ
  • ดังนั้น เมื่อดิฉันไปออกแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้าง โดยนำแบบบ้านที่ออกจาก concept ที่ได้ตกลงกับลูกค้าไปให้ลูกค้า approve พร้อมกับราคาค่าก่อสร้างแล้ว ก็จะพบว่า budget จะไม่ใช่ 2 ล้านพอดีแล้ว แต่อาจขาดหรือเกิน 2 ล้านไปเล็กน้อย สมมติว่าเป็น 2.1 ล้านนะคะ (แต่จริงๆ แล้ว ต้นทุนการออกแบบและก่อสร้างของโครงการนี้ในส่วนของบริษัทเองคงไม่ถึง 2.1 ล้านค่ะ เพราะบริษัทต้องรวม fee ของบริษัทลงไปด้วย)
  • ดังนั้นดิฉันเองในฐานะผู้จัดการออกแบบและก่อสร้างบ้านหลังนี้อาจมีงบประมาณที่บริษัทมอบให้รับผิดชอบในโครงการเพียง 1.75 ล้านเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วอาจพบว่าต้นทุนของโครงการนี้อาจเป็น 1.85 ล้านก็เป็นได้ (over budget) อย่างไรก็ดีลูกค้าก็ยังจ่ายเงินให้บริษัท 2.1 ล้านอยู่ดีค่ะ ส่วนที่ over (หรือ under) budget ต้นทุนของโครงการนั้นเป็นส่วนที่ผู้จัดการโครงการหรือบริษัทฯ ต้องรับผิดชอบ

การบริหารโครงการ เป็นการใช้เทคนิคความรู้ทางด้านต่างๆ เพื่อควบคุมโครงการให้เป็นไปตามงบประมาณ (budget) เวลา และ คุณภาพที่กำหนดขึ้นค่ะ แต่ผลที่ได้รับอาจไม่ตรงตามที่คาดไว้ทุกอย่าง เพราะจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งในเรื่องความรู้ ความสามารถของผู้จัดการ ปัจจัยของลูกค้า และปัจจัยภายนอกเช่นปัจจัยสภาพเศรษฐกิจ

หวังว่าคงได้ตอบคำถามที่อยากทราบนะคะ ...

สวัสดีครับอาจารย์

ขอบพระคุณมากครับสำหรับคำตอบ

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาอ่านอีกครับ
  • ได้ความรู้ดีครับ
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่เข้าเยี่ยมชมค่ะ ทั้งคุณ นาย ขจิต ฝอยทอง และคุณ ไปอ่านหนังสือ

 

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

ขออภัยค่ะคุณขจิต ดิฉันก็พึ่งสังเกตเห็นค่ะ ไม่ทันนึกค่ะ ; )

 

เขียนเมื่อ 

เข้ามาเรียนครับ ท่านอาจารย์กมลวัลย์

เขียนเมื่อ 
ยินดีค่ะ คุณ Pกัมปนาท อาชา (แจ๊ค) ถ้ามีประโยชน์ก็จะเขียนเรื่อยๆ ค่ะ ตามเวลาและโอกาสค่ะ

สวัสดีครับอาจารย์

มาขอความรู้อาจารย์เพิ่มเติมครับ ในการบริหารโครงการก่อสร้าง ความเสี่ยงที่พูดถึงนี้มีอะไรบ้างครับ ถ้าให้ผมเดาคงจะเป็นพวกความล่าช้าใช่ไหมครับ แล้วพวกนี้หากันยังไงครับ ใช้ PERT ใช่ไหมครับ แล้วตอนนี้มีเทคนิคอะไรใหม่ๆอีกบ้างครับ

อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนถามขอความรู้จากอาจารย์ครับ คือว่าถึงตอนนี้มีการประยุกต์เอาเทคนิคการผลิตอย่าง Just in Time หรือ Lean Manufacturing มาใช้ในงานก่อสร้างบ้างหรือยังครับ

ขอบพระคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนคุณ Pไปอ่านหนังสือ

ความเสี่ยงมีมากมายทีเดียวค่ะ แต่ละโครงการไม่เหมือนกัน แล้วแต่ปัจจัยของโครงการค่ะ ดิฉันว่าจะเขียนเป็น series เรื่องบริหารโครงการอยู่แล้วค่ะ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ คงต้องใช้เวลาพอสมควร ; )

ตัวอย่างความเสี่ยงในโครงการออกแบบและก่อสร้างบ้าน (ยังไม่ขอจัดประเภทนะคะ)

  • ราคาน้ำมัน สภาพเศรษฐกิจ ส่งผลถึงราคาวัสดุก่อสร้าง
  • ความเสี่ยงที่มาจากเจ้าของ เช่น ความแน่นอนของเงินทุน หรือเจ้าของเป็นคนเปลี่ยนใจบ่อยและง่ายหรือไม่ (ออกแบบแล้วก็ขอเปลี่ยนแบบกลางทาง แบบนี้ความเสี่ยงสูงมากค่ะ)
  • ความเสี่ยงของเทคโนโลยี สำหรับโครงการนี้ค่อนข้างต่ำค่ะ เพราะเป็นเทคโนโลยีก่อสร้างบ้านที่ใช้กันทั่วไป แต่ถ้าเป็นโครงการ mega project ใหญ่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงเช่น สนามบินสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน จะมีความเสี่ยงทางเทคโนโลยีมากค่ะ เพราะขุดไปไม่รู้จะไปเจออะไรที่ไม่คาดคิดบ้างค่ะ
  • ความเสี่ยงเรื่องสภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ อันนี้เป็นอะไรที่ควบคุมไม่ได้ค่ะ แต่เราสามารถเลือกช่วงเวลาก่อสร้าง (หนีหน้าฝนที่ทำงานยาก และหน้าเกี่ยวข้าว (คนงานหนีกลับบ้านหมด) ) เพื่อลดความเสี่ยงได้ค่ะ
  • ฯลฯ แล้วแต่ปัจจัยของโครงการค่ะ

สำหรับ PERT คือ Project Evaluation and Review Technique เป็นเทคนิคการประเมินความน่าจะเป็น (ความเสี่ยง) ที่โครงการจะดำเนินการเสร็จเมื่อใด โดยใช้หลักการทางสถิติมาช่วยค่ะ เป็นเรื่องของการประเมินความเสี่ยง (Risk quantification) ทางด้านเวลาอย่างเดียวค่ะ

สำหรับ JIT หรือ Lean นั้น ต่างประเทศมีการนำมาประยุกต์ใช้บ้างแล้ว แต่บ้านเรานั้นยังน้อยมากๆ ค่ะ แค่มีบ้าน Pre-Fab (Prefabricate) ที่สร้างชิ้นส่วนมาต่อประกอบกัน ซึ่งก็ยังไม่ lean เท่าใดนักค่ะ ส่วนใหญ่ JIT กับ Lean จะใช้ได้ดีกับงานที่มีระบบการดำเนินงานที่ชัดเจน และทำเหมือนกันทุกครั้งค่ะ ในโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างจะประสบความสำเร็จมากกว่าหน้างานค่ะ

เขียนเมื่อ 
คนซ่อมเรือ
IP: xxx.9.25.218
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ.................เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ

หมายเลขบันทึก

86144

เขียน

24 Mar 2007 @ 14:31
()

แก้ไข

08 Jun 2012 @ 13:57
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก