ความเห็น


เรียนคุณ Pไปอ่านหนังสือ

ความเสี่ยงมีมากมายทีเดียวค่ะ แต่ละโครงการไม่เหมือนกัน แล้วแต่ปัจจัยของโครงการค่ะ ดิฉันว่าจะเขียนเป็น series เรื่องบริหารโครงการอยู่แล้วค่ะ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ คงต้องใช้เวลาพอสมควร ; )

ตัวอย่างความเสี่ยงในโครงการออกแบบและก่อสร้างบ้าน (ยังไม่ขอจัดประเภทนะคะ)

  • ราคาน้ำมัน สภาพเศรษฐกิจ ส่งผลถึงราคาวัสดุก่อสร้าง
  • ความเสี่ยงที่มาจากเจ้าของ เช่น ความแน่นอนของเงินทุน หรือเจ้าของเป็นคนเปลี่ยนใจบ่อยและง่ายหรือไม่ (ออกแบบแล้วก็ขอเปลี่ยนแบบกลางทาง แบบนี้ความเสี่ยงสูงมากค่ะ)
  • ความเสี่ยงของเทคโนโลยี สำหรับโครงการนี้ค่อนข้างต่ำค่ะ เพราะเป็นเทคโนโลยีก่อสร้างบ้านที่ใช้กันทั่วไป แต่ถ้าเป็นโครงการ mega project ใหญ่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงเช่น สนามบินสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน จะมีความเสี่ยงทางเทคโนโลยีมากค่ะ เพราะขุดไปไม่รู้จะไปเจออะไรที่ไม่คาดคิดบ้างค่ะ
  • ความเสี่ยงเรื่องสภาพแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ อันนี้เป็นอะไรที่ควบคุมไม่ได้ค่ะ แต่เราสามารถเลือกช่วงเวลาก่อสร้าง (หนีหน้าฝนที่ทำงานยาก และหน้าเกี่ยวข้าว (คนงานหนีกลับบ้านหมด) ) เพื่อลดความเสี่ยงได้ค่ะ
  • ฯลฯ แล้วแต่ปัจจัยของโครงการค่ะ

สำหรับ PERT คือ Project Evaluation and Review Technique เป็นเทคนิคการประเมินความน่าจะเป็น (ความเสี่ยง) ที่โครงการจะดำเนินการเสร็จเมื่อใด โดยใช้หลักการทางสถิติมาช่วยค่ะ เป็นเรื่องของการประเมินความเสี่ยง (Risk quantification) ทางด้านเวลาอย่างเดียวค่ะ

สำหรับ JIT หรือ Lean นั้น ต่างประเทศมีการนำมาประยุกต์ใช้บ้างแล้ว แต่บ้านเรานั้นยังน้อยมากๆ ค่ะ แค่มีบ้าน Pre-Fab (Prefabricate) ที่สร้างชิ้นส่วนมาต่อประกอบกัน ซึ่งก็ยังไม่ lean เท่าใดนักค่ะ ส่วนใหญ่ JIT กับ Lean จะใช้ได้ดีกับงานที่มีระบบการดำเนินงานที่ชัดเจน และทำเหมือนกันทุกครั้งค่ะ ในโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างจะประสบความสำเร็จมากกว่าหน้างานค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี