เมื่อจิตตกภวังค์ จิตอยู่ที่ฐานไหน?

เมื่อจิตตกภวังค์ จิตอยู่ที่ฐานไหน?

     จิตตกภวัง ค์ก็คงอยู่ที่ฐานที่ ๗ แต่สภาพของดวงจิตที่อยู่ในน้ำเลี้ยงหัวใจนั้นลอยอยู่ในระดับเสมอกับน้ำ เลี้ยงหัวใจ และต่างก็ใสสนิทเสมอกันทั้งน้ำเลี้ยงหัวใจและจิต

     ก่อนอื่นต้องทราบสภาพของคำว่า "ใจ" ก่อน ใจนี้ประกอบด้วยดวงใส ๔ ดวงซ้อนกันอยู่ ดวงแรกขนาดโตเท่ากับเบ้าตาทั้งหมด เรียกว่า ดวงเห็น หรือ กาย ดวงที่สองซ้อนถัดเข้าไปขนาดเท่าดวงตาขาวทั้งหมด เรียกว่า ดวงจำ หรือ หัวใจ ในหัวใจนี้มีน้ำเลี้ยงหัวใจขังอยู่ประมาณ ๑ ซองมือ (หลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่า น้ำเลี้ยงหัวใจนี้เองเป็นสิ่งเดียวที่ได้รับสืบเนื่องกันมาจากบรรพบุรุษของ ตน) ถ้าใจสงบสะอาดดี น้ำเลี้ยงหัวใจก็จะใสบริสุทธิ์ ถ้าบุคคลประกอบด้วยราคะ น้ำเลี้ยงหัวใจจะมีสีแดง ถ้ามีโทสะน้ำเลี้ยงหัวใจจะมีสีเขียว ถ้ามีโมหะน้ำเลี้ยงหัวใจก็จะขุ่นมัว เราจะอ่านหัวใจคนได้จากตรงนี้ 

     ในน้ำเลี้ยงหัวใจนี้ มีดวงกลมใสขนาดเท่าดวงตาดำลอยอยู่ ซึ่งเรียกว่า ดวงคิด หรือ ดวงจิต คนที่มีจิตใจฟุ้งซ่านหรือนอนไม่หลับ เป็นเพราะดวงจิตลอยอยู่เหนือระดับน้ำ ถ้าลอยมากๆ ก็อาจเสียสติไปเลย นี่เองที่เขาเรียกกันว่า "คนใจลอย" คนที่ตื่นอยู่ตามปรกติ ดวงจิตก็จะลอยอยู่ในน้ำครึ่งหนึ่ง เหนือน้ำครึ่งหนึ่ง ถ้าจมมากกว่าธรรมดาเล็กน้อยก็เป็นจิตของคนหลับ แต่ถ้าจมมากเกินไป เจ้าของก็อาจไม่ได้สติเช่นกัน

     เวลาฝันจิตก็คงอยู่ในฐานเดิม แต่ทว่าถ้าหากน้ำเลี้ยงหัวใจไม่สะอาด อันเป็นเหตุให้ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ไม่บริสุทธิ์ไปด้วย ขณะนั้นความฝันก็มักฟุ้งไปตามสภาพของดวงจิต คือ ประกอบด้วย ราคะ โทสะ และโมหะ และถ้าเห็น จำ คิด รู้สะอาด ก็จะฝันเห็นแต่สภาพที่เป็นมงคลหรือฝันเห็นอดีตและอนาคตได้แน่นอน

     เวลาฝัน กายมนุษย์ละเอียดจะออกไปในที่ต่างๆ อันนี้บางทีอาจทำให้สงสัยได้ว่า ถ้ากายออกไปเสียแล้ว มิเป็นการถอดกายหรือ และเหตุใดกายมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของจึงยังไม่ตาย ข้อนี้เป็นเพราะอายตนะที่ละเอียดระหว่างกายมนุษย์หยาบกับกายมนุษย์ละเอียด ยังต่อเนื่องกันอยู่ มิได้ขาดออกจากกันเลย ฉะนั้นไม่ว่ากายมนุษย์ละเอียดจะไปยังที่ใด ก็สามารถกลับคืนสู่กายมนุษย์หยาบได้รวดเร็วเช่นเดียวกับการที่เราส่งใจคิด ไปในที่ต่างๆ นั่นเอง

     กลางดวงจิตมี ดวงรู้ หรือเรียกว่า ดวงวิญญาณ เล็กละเอียดขนาดเท่าๆ กับแววตาดำเล็กข้างใน ทั้งหมดนี้รวมกันแล้วเรียกว่า "ใจ" ใจนี้อาจจะเปลี่ยนสภาพ คือ เปลี่ยนสีได้ตามอำนาจของกิเลสแต่ละชนิดที่ผ่านเข้ามาบังคับ

*********

ข้อมูลจากท่านเจ้าคุณภาวนา อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชชาธรรมกายระดับกลาง



ความเห็น (0)