ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ได้มีสิ่งที่เรียกว่าปัญหาและอุปสรรคเข้ามาในชีวิตของผมเองหลายอย่าง เช่นปัญหาเรื่องการทำงาน เพื่อนร่วมงาน แต่ละเรื่องล้วนท้าทายต่อการจัดการและการแสวงหาทางออกหรือทางแก้ที่ดีที่สุด เมื่อเกิดสิ่งเร้าหรือประเด็นที่มากระทบกับตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เราตีค่าและให้ความหมายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรและไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเรา แน่นอนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ....
เมื่อสิ่งนั้นได้ถูกอารมณ์และความรู้สึกของเราสรุปว่าไม่ดี กระบวนการที่ตามมาแรกๆคือความรู้สึกทุกข์(อาจจะมากหรือน้อย) ความคิดที่วนๆกับเรื่องและประเด็นนั้นๆ เป็นความคิดหลักๆที่เน้นพยามที่จะแสวงหาทางออก จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะเมื่อมองย้อนกลับพบว่าเรามักรีบด่วนสรุปทางออกของปัญหา โดยการใช้ความคิดและประสบการของตนเอง บางครั้งอาจจะมีความรู้สึกและอารมณ์ร่วมและทางออกนั้นนั้นมักมาจากมุมมองที่ใช้ตนเอง ใช้ประโยชน์ของตนเองเป็นศูณย์กลาง
แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นหลายๆเรื่องในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการแก้ไขโดยมุมมองใหม่ๆที่กว้างขึ้น ไม่เหมือนเดิม มีหลักและระบบที่อิงชัดเจน คือการไม่พยามคิดเข้าข้างตน ไม่เอาตนเป็นใหญ่ มองทุกๆมุมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฟังคนอื่นให้มากขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ในที่สุดเวลาก็ได้พิสูจน์ว่าแนวทางที่เราได้นำมาแก้ปัญหานั้น น่าจะถูกทางมากว่าแต่เดิมมาก คือทุกๆคนยิ้มได้ครับ
เป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่พัฒนาจากภายใน ...
ถอดบทเรียนออกมาแล้ว มีประโยชน์กับท่านอื่นๆมากครับ
ขอชื่นชมและยินดีครับ
สวัสดีครับพี่ โอ๋-อโน