<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ผ่านมานักวิชาการที่ทำงานในด้านต่างๆ และบุคคลทั่วไปจะเข้าใจว่า เมื่อเรานำตัวหนังสือไปสร้างเป็นเอกสาร (Document) ทั้งในระบบหนังสือ กระดาษแบบต่างๆ หรือแบบ digital และนำมาเปิดเผยสู่สาธารณะแล้ว ก็จะทำให้เอกสารดังกล่าวเป็น สาระสนเทศ หรือ ข้อมูล (Information) โดยอัตโนมัติ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เรียกว่าทำงานแบบไม่มีช่องว่างทางความคิด (Gaps of knowledge) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในความเป็นจริง ลองถามดูก็ได้ว่า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1. มีสักกี่คน ที่อ่านภาษาที่เขียนนั้นออก แบบเต็มตามที่ผู้เขียนตั้งใจสื่อ หรือ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2. มีสักกี่คนที่สนใจจะอ่าน และตั้งใจอ่านตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างจริงจัง และ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3. สักกี่คนที่อ่านแล้วเข้าใจชัดเจน ลึกซึ้ง ในระดับที่สามารถนำไปเป็นข้อมูลของตนเองได้ และ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4. กี่คนที่นำข้อมูลที่ได้ไปเป็นความรู้ของตนได้ และ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5. กี่คนที่นำความรู้ที่เกิดขึ้นไปสร้างเป็นปัญญาในด้านต่างๆได้ และ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><blockquote><p> 6. กี่คนที่นำปัญญาที่ได้มาสร้างสรรค์สังคม ในด้านต่างๆ ทั้งตามวัตถุประสงค์เดิม และผลพลอยได้ที่อาจเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ </p></blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะเห็นได้ว่า สมมติฐานที่เรามักตั้งกันก็คือ เมื่อมีเอกสารแล้ว ก็จะกลายเป็นสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ได้ทันที นั้น ค่อนข้างจะเพ้อฝันเกินไป พอเราฝันไปแล้วก็ไม่ได้กลับมาคิดว่าเราทำเอกสารให้ใครอ่าน แต่ก็ผลิตไปก่อนจนกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของงานไปอีกด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยไม่ค่อยได้ตามดูว่า “สำเร็จ” จริงหรือไม่ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พอเรื่องนี้กลายเป็นกระแสและค่านิยม ก็เลยทำให้มีระบบเอกสารแบบ digital ผลิตกันออกมามากมาย แต่กลับเรียกว่าเป็นข้อมูล ทั้งๆที่บางคนก็ไม่ได้ใช้เป็นข้อมูล ดังที่ผมเคยกล่าวไปแล้วว่า ข้อมูลคือความเข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็ไม่ควรจะเรียกว่าข้อมูล เช่น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1. การใช้เทคนิค copy & paste โดยแทบไม่ดูรายละเอียด สาระ (เพราะถ้าดูก็จะเกิดความเข้าใจ เขียนใหม่ได้โดยไม่ต้อง copy & paste ดังกล่าว)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2. การอ้างอิงไปเรื่อยๆโดยไม่เข้าใจในเนื้อหาสาระของเรื่อง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3. การอ่านแบบผ่านตาแต่ไม่ผ่านใจ และระบบคิด (แบบเดียวกับพนักงานพิมพ์ หรืคนรับจ้างลงข้อมูล)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความรู้สึกส่วนตัวของผมในปัจจุบัน ก็คือ ความสูญเปล่าทางวิชาการ และระบบสาระสนเทศ ที่ไม่ค่อยนำมาใช้จริง หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อันนี้นับเฉพาะส่วนที่มีและเป็นประโยชน์ แต่กลับใช้ไม่เต็มที่ </p><p> แต่ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็อีกไม่น้อยเหมือนกันครับ ลองคิดดูเองนะครับ ไม่อยากพูดให้ชัดที่อาจกลายเป็นจำเลยครับ ไหนๆเราก็มาจัดการความรู้แล้ว เราก็ทำให้เป็นประโยชน์ซะเลยไม่ดีกว่าหรือครับ </p><p> </p><p>หรือใครจะมองต่างมุมในเชิงความบันเทิง แบบไม่ต้องมีสาระ (ของใครก็ได้??) ก็เชิญแสดงความเห็นได้เลยครับ </p>
ช่องว่าง( )ระหว่างเอกสาร( --------- )สารสนเทศ
สักกี่คนที่อ่านเอกสารแล้วเข้าใจชัดเจน ลึกซึ้ง ในระดับที่สามารถนำไปเป็นข้อมูลของตนเองได้
555 วันนี้หนิงก็ copy & paste นะคะเนี่ย..คลิกที่นี่ ค่ะอาจารย์
แอบ copy & paste ของอาจารย์ ดร.แสวง อีกด้วย อิอิ ^__*
สิ่งที่ดีเราควรเผยแพร่ สิ่งที่ไม่ดีเราควรเก็บไว้เป้นประสบการณ์
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น
คำวิจารณ์ต่างๆๆ ทำให้เกิดการบูรณาการทางความคิด
และการเรียนรู้
ตอนนี้เราใช้คำสับสนเชิงก้าวหน้ามากเหลือเกิน
เช่นชอบเรียกเอสารว่า "ข้อมูล"
และเรียกข้อมูลว่า "สารสนเทศ"
และเรียกสารสนเทศว่าความรู้
และบางที่ก็ยังใช้เรียกความรู้ว่า "ปัญญา" เช่น คนที่แค่มีความรู้บางเรื่อง หรือบางทีก็แค่ท่องได้ยังไม่รู้ ว่า "ปัญญาชน"
การหลอกคนอื่นยังไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เมื่อเทียบกับการหลอกตัวเองครับ