ความเป็นมาและความสำคัญ
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงานและดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ ความคิด วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ภาษาไทยยังเป็นสื่อที่แสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้านวัฒธรรม ประเพณี ชีวทัศน์ โลกทัศน์ และสุนทรียภาพ โดยบันทึกไว้เป็นวรรณคดี และวรรณกรรมอันล้ำค่า ภาษาไทย จึงเป็น สมบัติของชาติที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป(กรมวิชาการ.2545 :3)
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"> การที่จะให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาได้ดีนั้น ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดทักษะ นอกจากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแล้วจะเห็นว่าภาษาไทยนั้นเป็นวิชาในกลุ่มที่ 1 สาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาต้องใช้เป็นหลักเพื่อสร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้ และการแก้ปัญหา ..(กรมวิชาการ : 2544) นอกจากนั้นยังเป็นพื้นฐานหรือเครื่องที่ใช้ในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ ด้วย โดยจะพบเสมอว่า หากนักเรียนเรียนอ่อนในรายวิชาภาษาไทย ก็จะทำให้นักเรียนเรียนอ่อนในวิชาอื่นๆ ด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal">จากประสบการณ์ของผู้วิจัยที่ทำการสอนสาระหลักภาษาและการใช้ภาษานั้นมักจะพบว่านักเรียนนักเรียนขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการและทฤษฎี ไม่สามารถที่จะนำภาษาไปใช้ในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการเขียน การอ่าน หรือแม้แต่การพูดในการสื่อสารได้ดีและถูกต้อง และเรื่องที่ผู้วิจัยทำการศึกษา คือ การสร้างคำไทยตามหลักเกณฑ์ของภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง “คำมูล” ซึ่งเป็นคำพื้นฐานที่ต้องใช้ในการสร้างคำประเภทอื่น เช่น คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำสมาส เป็นต้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่เป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่พบอยู่ แต่ เรื่องที่ผู้วิจัยศึกษาถือว่า เป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งถ้าไม่แก้ไขก็จะส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถนำคำมูลไปสร้างคำประเภทอื่นๆได้ และผู้เรียนก็ไม่มีความรู้ความสามารถตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ตั้งไว้</p> ผู้วิจัยเองก็พบปัญหาที่เกิดจากนักเรียนที่สอนทั้งหมด 3 ห้องเรียน จำนวน 110 คน มีนักเรียน จำนวน 10 คน ไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่อง คำมูล กล่าวคือ นักเรียนจำนวน 10 คนนี้ จะไม่สามารถบอกความแตกต่างของคำพยางค์ได้ ในกรณีที่เป็น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal">คำมูลพยางค์เดียว ไม่สามารถแยกคำมูลออกจากคำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำสมาส และกลุ่มคำได้ในกรณีที่เป็นคำมูลหลายพยางค์ ซึ่งคำมูลนั้นเป็นคำดั้งเดิมเดิมหรือคำพื้นฐานของแต่ละภาษาและการสร้างคำชนิดอื่นๆ </p>
จากหลักการ และเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้สนใจที่จะพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง คำมูล รายวิชาภาษาไทย ของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานีขึ้น เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่ผู้วิจัยกำลังสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี
</span></span>วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อสร้างแบบฝึกเสริมทักษะเรื่องคำมูล ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal"> 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง คำมูลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549 จังหวัดอุบลราชธานี</p> สรุปผลการวิจัย 1. แบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง คำมูล ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีทั้งหมด 3 ชุด ที่พิจารณาผลการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีความตรงตามเนื้อหาและมีความเหมาะสมดี 2. คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง คำมูล ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี สูงกว่าคะแนนก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง คำมูล ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05ประวัติผู้วิจัยชื่อ – ชื่อสกุล นางสาวสายสิน ตลอดพงษ์วัน เดือน ปี เกิด 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 54.0pt" class="MsoNormal">พ.ศ. 2548 –ปัจจุบัน กำลังศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี </p>
ผลงานดีเด่น
1. ครูผู้มีคุณธรรมจริยธรรมและผลงานดีเด่น ปีการศึกษา 2544
2. ครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2545
3. ครูต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2545
4. ได้รับรางวัลข้าราชการดีเด่นจากการท่องเที่ยวภายในประเทศจากสำนักงานคณะรัฐมนตรี
5. ครูดีในดวงใจ สำนักงานเขคตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต2
6. ชนะเลิศการประกวดสื่อการเรียนการสอนประเภทสื่อส่งพิมพ์ รางวัลเหรียญทอง จาก สพท.อบ2 ปี 2547
7. ชนะเลิศการประกวดงานวิจัยในชั้นเรียน รางวัลเหรียญทอง จาก สพท.อบ2 ปี 2549
ผลงานนี้ลงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูผู้สอนที่มีความมุ่งมั่นพัฒนางานพัฒนานักเรียนด้วยจิตแห่งวิญญาณของความเป็นครู
</span><p> </p></font></span></span></span></span></span></span>