ตอไม้สมัยนี้ขุดง่าย เพราะส่วนใหญ่ไม่มีรากแก้ว และเพราะรากไม่หยั่งลึก

ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ ชื่อนี้ทำได้หลายอย่าง ที่ครอบครัวผมรู้จักคือ เพลง ซึ่งมักได้จากงานขายหนังสือ ล่าสุดถ้าจำไม่ผิดได้มาจาก มติชน สัญจร มาสุราษฎร์ธานี (ไม่รู้เมื่อไหร่จะมาอีกหนอ) ภรรยาผมผู้ไม่ค่อยฟังเพลงยังอุทาน "เพลงเพราะจัง" ออกมาเลย เพลงชุดนั้นชื่อ จินตนาการ ครับ
เล่มนี้รวมบทความมาจากคอลัมน์ ชิงช้าคนช่างฝัน จากเนชั่นสุดสัปดาห์
อ่่านปกหลังที่ผู้เขียนคัดมาจากคำนำ บอกเล่าแนวของหนังสือได้ชัดเจนดี
จาก "บ้านนอก" ควรไปสู่ "บ้านใน" หากใช่หลงมุ่งไปสู่ "เมืองกรุง"
"บ้านใน" ของเราคือ ความรัก ความผูกพัน ความมั่นคง ตระหนัก เข้าใจ และไม่เป็นอื่น
ความเปลี่ยนแปลงคือกฎแห่งธรรมชาติเป็น "อนิจจัง"
ความเปลี่ยนแปลงที่งดงาม ย่อมต้องเกิดแต่เหตุปัจจัยอันดีงาม จึงเรียกว่า ความเจริญ
เราสามารถเรียนรู้ได้หากเราหวนกลับไปสู่ "บ้านใน" ของเราเอง
มีประโยคดีๆ เยอะ ที่ถูกใจและประชดประชันดี คือ
ตอไม้สมัยนี้ขุดง่าย เพราะส่วนใหญ่ไม่มีรากแก้ว และเพราะรากไม่หยั่งลึก
จากตอน คนขุดตอ
ในเล่มบอกกล่าวสารพันปัญหาของชนบท ที่มาจากการบริโภคนิยม
เช่น การใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช กันหนักหน่วง
ทำให้นึกถึงตอนที่ไป มูลนิธิข้าวขวัญ ที่สุพรรณบุรี เขาให้ไปโฉบแมลงในแปลงนา พบว่ามี แมลงที่เป็นมิตรกับชาวนา มากกว่า แมลงที่เป็นศัตรูพืชเสียอีก ดังนั้นถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ แมลงจะจัดการกันเองครับ
คงต้องช่วยคนละไม้คนละมือครับ ช่วยกันบอกต่อไปว่า ไม่ต้องใช้ยาปราบศัตรูพืชหรอก ธรรมชาตินี่แหละดีที่สุด และยั่งยืนด้วย
นอกนั้นจะมีเรื่องศิลปะวัฒนธรรม วิถีชาวบ้าน เรื่องของเด็กๆ วัยช่างฝัน
เนื้อหาเป็นลักษณะประชด กัดเล็กๆ แต่พองาม แต่ปัญหาชนบทนี่ ไม่เล็กเลยครับ
หากใครได้อ่าน อยากให้ช่วยสื่อสารสิ่งที่ถูกต้องให้ชาวบ้าน เท่าที่เราจะทำได้ครับ ไม่งั้นประเทศเราไม่รอดแน่
มือเล็กๆ ของเรานี่แหละครับ ช่วยชาติได้ อย่างน้อยก็สอนลูกให้เข้าใจสิ่งที่ถูกที่ควร สิ่งที่ควรหวงแหนที่ประจำชาติเรามา หรือสิ่งต่างๆ ต้องอิงธรรมชาติให้มากที่สุด อย่าออกห่างธรรมชาติ เราจะลำบาก
อ่านแล้วอิน เพราะเราก็เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเหมือนกัน
เล่มนี้รวมบทความมาจากคอลัมน์ ชิงช้าคนช่างฝัน จากเนชั่นสุดสัปดาห์
อ่่านปกหลังที่ผู้เขียนคัดมาจากคำนำ บอกเล่าแนวของหนังสือได้ชัดเจนดี
จาก "บ้านนอก" ควรไปสู่ "บ้านใน" หากใช่หลงมุ่งไปสู่ "เมืองกรุง"
"บ้านใน" ของเราคือ ความรัก ความผูกพัน ความมั่นคง ตระหนัก เข้าใจ และไม่เป็นอื่น
ความเปลี่ยนแปลงคือกฎแห่งธรรมชาติเป็น "อนิจจัง"
ความเปลี่ยนแปลงที่งดงาม ย่อมต้องเกิดแต่เหตุปัจจัยอันดีงาม จึงเรียกว่า ความเจริญ
เราสามารถเรียนรู้ได้หากเราหวนกลับไปสู่ "บ้านใน" ของเราเอง
มีประโยคดีๆ เยอะ ที่ถูกใจและประชดประชันดี คือ
ตอไม้สมัยนี้ขุดง่าย เพราะส่วนใหญ่ไม่มีรากแก้ว และเพราะรากไม่หยั่งลึก
จากตอน คนขุดตอ
ในเล่มบอกกล่าวสารพันปัญหาของชนบท ที่มาจากการบริโภคนิยม
เช่น การใช้สารเคมี ยาปราบศัตรูพืช กันหนักหน่วง
ทำให้นึกถึงตอนที่ไป มูลนิธิข้าวขวัญ ที่สุพรรณบุรี เขาให้ไปโฉบแมลงในแปลงนา พบว่ามี แมลงที่เป็นมิตรกับชาวนา มากกว่า แมลงที่เป็นศัตรูพืชเสียอีก ดังนั้นถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ แมลงจะจัดการกันเองครับ
คงต้องช่วยคนละไม้คนละมือครับ ช่วยกันบอกต่อไปว่า ไม่ต้องใช้ยาปราบศัตรูพืชหรอก ธรรมชาตินี่แหละดีที่สุด และยั่งยืนด้วย
นอกนั้นจะมีเรื่องศิลปะวัฒนธรรม วิถีชาวบ้าน เรื่องของเด็กๆ วัยช่างฝัน
เนื้อหาเป็นลักษณะประชด กัดเล็กๆ แต่พองาม แต่ปัญหาชนบทนี่ ไม่เล็กเลยครับ
หากใครได้อ่าน อยากให้ช่วยสื่อสารสิ่งที่ถูกต้องให้ชาวบ้าน เท่าที่เราจะทำได้ครับ ไม่งั้นประเทศเราไม่รอดแน่
มือเล็กๆ ของเรานี่แหละครับ ช่วยชาติได้ อย่างน้อยก็สอนลูกให้เข้าใจสิ่งที่ถูกที่ควร สิ่งที่ควรหวงแหนที่ประจำชาติเรามา หรือสิ่งต่างๆ ต้องอิงธรรมชาติให้มากที่สุด อย่าออกห่างธรรมชาติ เราจะลำบาก
อ่านแล้วอิน เพราะเราก็เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเหมือนกัน
ใช้เวลาในการอ่านเล่มนี้น้อยมากครับ
ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ...เป็นกวีซีไรต์จากเรื่องมือนั้นสีขาว..ผมเคยเชิญท่านมาที่มหาวิทยาลัยฯ เมื่อนานมาแล้ว
ความสามารถด้านดนตรีและการแต่งเพลงถือว่า "ชั้นครู" เพลงที่แต่งให้พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยงร้อง (ชื่อเกี่ยวกับชิงช้า ๆ - ประมาณนี้, ผมจำไม่ได้) เป็นเพลงที่ผมชอบมาก
เพลงที่เขียนขึ้น เป็นเหมือนเพลงกวี ภาษาสวย มุมมองลึกซึ้ง
แต่หนังสือเล่มที่กล่าวถึง ผมยังไม่ได้อ่านครับ
ขอบคุณครับ..เอามายั่วแล้วอย่าลืมเอาให้ยืมอ่านบ้างนะครับ..เท่าที่อ่านจากบันทึกน่าจะเหมาะกับสภาพบ้านเมืองเราตอนนี้นะครับ..