ยอดนำส่ง 5 แสนล. รัฐยังขาดดุลอื้อซ่า

             คลังเผย 5 เดือนแรกปีงบประมาณ เงินนำส่งเข้าคลังทะลุ 4.89 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 9.7%     แต่ผลจากเร่งเบิกจ่ายทำให้ขาดดุลเงินสด 1.35 แสนล้าน             นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงฐานะการคลังช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 (ตุลาคม 2549-กุมภาพันธ์ 2550) ว่า เงินรายได้นำส่งคลังของรัฐบาลจากหน่วยงานต่างๆ ในปีงบประมาณนี้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 4.89 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 9.7%             โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า รายได้ที่นำส่งคลังเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อนนั้น มาจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีน้ำมัน ภาษียาสูบ ภาษีสุรา และภาษีเบียร์  นอกจากนั้น การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจในช่วงดังกล่าวก็สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนรายจ่ายที่เบิกจ่ายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 1.1% มีสาเหตุจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2550 เพิ่ม เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2550   ขณะที่รัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินทั้งสิ้น 5.97 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 1.1% ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 ขาดดุลรวม 1.08 แสนล้านบาท             ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่ายอดการขาดดุลลดลง 3.66 หมื่นล้านบาท หรือ 25.24% และเมื่อรวมดุลเงินงบประมาณกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุลจำนวน 2.64 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาล        ขาดดุลการคลัง หรือขาดดุลเงินสดทั้งสิ้น 1.35 แสนล้านบาท  การขาดดุลเงินสดที่เพิ่มขึ้นนั้นถือเป็นสัญญาณที่ดีของนโยบายการคลัง ในการเพิ่มเม็ดเงินและเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้เติบโตได้ในระดับที่เหมาะสม       เพื่อกระตุ้นการลงทุน การจับจ่ายใช้สอยของภาคธุรกิจและประชาชนนายสมชัยกล่าว   ทั้งนี้  การขาดดุล 1.35 แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลได้ชดเชยด้วยการใช้เงินคงคลังและการออกพันธบัตร            นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับรายจ่าย 5.97 แสนล้านบาทนั้น เป็นงบรายจ่ายประจำ 4.49 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 9.82% รายจ่ายลงทุน 8.64 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 23.81% และรายจ่ายจากงบปีก่อน 6.13 หมื่นล้านบาท            แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลกำชับให้เข้าไปดูแลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นรายเดือนและรายกระทรวง  เพื่อให้ได้ตามเป้า 93% โดยในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายเงินได้ทั้งสิ้นจำนวน 1.91 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 4.78% เป็นรายจ่ายประจำ 1.36 แสนล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 5.44 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 8.6%             หน่วยงานที่มีอัตราการเบิกจ่ายสูงสุด 3 อันดับแรกในรอบ 5 เดือน คือ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ 60.44% กระทรวงศึกษาธิการ 40.41%กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 39.47% นอกจากนี้เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยโครงการบ้านเอื้ออาทรเบิกจ่ายสูงสุด 53.28% โครงการดาวเทียม THEOS 50.78% และโครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัดโครงการบ้านมั่นคง50% <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">โพสต์ทูเดย์   กรุงเทพธุรกิจ  15  มีนาคม  2550</p>