การแสวงหาความสุขจึงแตกต่างและ บางครั้งกลับกลายเป็นการสั่งสมความทุกข์ให้กับตนเองโดยไม่รู้ตัว

โพสแรกของผมขอยกเอาบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มาให้อ่านกันคร่าวๆไปก่อน ครับ

---------------------------------------------------->>> 

ผู้ศึกษาหลักธรรมทางพุทธศาสนา แม้ระดับ เบื้องต้นก็จะเข้าใจดีว่า ความสุข ก็คือความทุกข์ที่น้อย ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตรงกับความรู้สึกของคนทั่วไปนัก แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายของคำ สุขคือความสบายกาย สบายใจ ส่วนทุกข์ เป็น ความยากลำบาก, ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ครั้นเอาความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นตัวตั้ง จะพบว่า ไม่มีใครอยากจมอยู่กับความทุกข์ ต่างอยากมีชีวิต ที่แวดล้อมด้วยความสุข เป็นสำคัญ ปัญหาจะมี ก็ตรงความเข้าใจถึงความสุขของแต่ละคนไม่ตรงกัน การแสวงหาความสุขจึงแตกต่างและ บางครั้งกลับกลายเป็นการสั่งสมความทุกข์ให้กับตนเองโดยไม่รู้ตัว อาทิ การหาความสุขด้วยการบริโภคสิ่งของราคาแพง การหลงใหลไปกับอบายมุข เป็นต้น
 
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้สำรวจดัชนีความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness Index, GDHI) ของประชาชนภายในประเทศ โดยศึกษาจากประชากร 20 จังหวัดทั่วประเทศพบว่าเดือน ม.ค. 2550 แนว  โน้มความสุขมวลรวมของคนไทยลดลงจากเดิมเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาบ้านเมือง อันเนื่องจากเหตุระเบิดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และอีกส่วนมีความเห็นว่าการเมืองที่วุ่นวาย การก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อจำแนกรายภูมิภาค ปรากฏว่า ประชาชนภาคใต้และกรุงเทพมหานคร   มีความสุขต่อสถานการณ์ปัจจุบันน้อยที่สุด
 
การสำรวจดังกล่าวรายงานว่าปัจจัยที่ทำให้คนไทยมีความสุขสูงสุด คือ วัฒนธรรมประเพณีไทย ความจงรักภักดี และความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย รองลงมาเป็น ความปลื้มปีติต่อโครงการพระราชดำริต่าง ๆ อันดับ 3 ได้แก่ความสุขต่อการใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อันดับ 4 อยู่ที่ความสุขต่อสุขภาพกาย ความสุขต่อสุขภาพใจ สุขภาพจิต และพบว่าประชาชนมีความสุขต่อสถานการณ์ปัจจุบันต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งเท่ากับว่า ความสุขของคนไทยไม่ได้อยู่ที่ความฟุ้งเฟ้อ หากอยู่ที่พื้นฐานความเป็นไทย การใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การมีสุขภาพที่ดี
 
พิจารณาถึงปัจจัยความสุขของคนไทยโดยรวม สอดคล้องกับแนวทางพุทธศาสนา เริ่มจากให้มีความทุกข์น้อย และพอใจกับความเป็นอยู่อย่างพอเพียง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับผู้บริหารประเทศที่จะสนองตอบ เพราะเพียงทำให้ประชาชนมีความทุกข์ให้น้อย จัดการให้เกิดความสงบ ปลอดภัย ไม่นำพาเศรษฐกิจไปมุ่งอยู่กับการแข่งขันจนมองข้ามพื้นฐานความจำเป็น และภูมิคุ้มกัน ก็เป็นการสร้างความสุข ความพอใจให้ประชาชนแล้ว ส่วนที่จะเสริมเติมให้ดียิ่งขึ้น ก็มุ่งไปที่การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี การสร้างความอยู่ดีมีสุขตามแนวทางความพอเพียง ก็เพียงพอแล้ว แต่ความต้องการเท่านี้ กลับปรากฏว่าการสนองตอบน่าจะน้อยกว่าที่ควร.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?ColumnId=36366&NewsType=2&Template=1